มนุษย์ทุกคนมีโลงอาหารเป็นของตัวเอง | เรื่องสั้น : พิมไม่มีการันต์
ฉันถูกขังอยู่โลงแป้งพิซซ่า ชีสเดือดๆ แตกโพละ ปล่อยน้ำเหลืองปนซอสมะเขือเทศไหลอาบลงบนใบหน้าและลำตัวของฉันจนแสบผิว ปีกไก่บาร์บีคิวเจ็ดชิ้นเต้นรำบูชายัญ แป้งพิซซ่าถูกเฉือนออกด้วยคมมีดจนทะลุตัวฉัน
ทันใดนั้นฉันก็สะดุ้งตื่นขึ้นอย่างแรง เมื่อได้สติจึงรีบหยิบมือถือมาดูเวลา ฉิบหาย! ฉันพุ่งตัวเข้าห้องน้ำแปรงฟัน หยิบเสื้อเชิ้ตขาวกางเกงดำมาใส่ เกือบจะยัดตัวเองลงไม่ได้แล้ว ซื้อเสื้อผ้าออนไลน์ก็เป็นแบบนี้ เนื้อผ้าหดจนรัดติ้ว แต่ฉันก็ยังซื้อเพราะมีโค้ดส่วนลด
กว่าจะสตาร์ตรถได้ก็ใช้เวลาพอสมควร มอเตอร์ไซค์คู่เวรคู่กรรมเริ่มออกอาการแปลกๆ มาสักพักใหญ่ ในที่สุดฉันพาตัวเองมาถึงหน้าออฟฟิศจนได้ ท้องร้องประท้วงโครกคราก อะไรกัน พิซซ่าถาดใหญ่กับน้ำอัดลมขวดลิตรโปรโมชั่นราคาหลักสิบที่ฉันสวาปามเข้าไปตอนตีหนึ่งย่อยหมดแล้วหรือ
นิ้วแตะลงบนเครื่องสแกน ทันเวลาเข้างานไปอย่างฉิวเฉียด ฉันเตรียมไปหาอะไรยาไส้ที่ร้านสะดวกซื้อแถวออฟฟิศ แต่เสียงแปดหลอดของลูกน้ำเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องก็ดังมาแต่ไกล
“จะไปไหนคะคุณสายเสมอ” ความจริงฉันชื่อสายสมร แต่เธอก็ตั้งชื่อฉันใหม่จนเรียกตามกันทั้งออฟฟิศ “เช้านี้มีประชุมงานด่วนจ้า”
ฉันเดินไปทางลิฟต์ แต่เจ้ากรรม ลิฟต์เสียแต่เช้า เราจำเป็นต้องขึ้นบันไดข้างลิฟต์แทนไปก่อน แต่เมื่อก้าวเท้าแตะขั้นบันได ความปวดร้าวก็แล่นแปลบเข้าสู่กระดูกข้อต่อเข่า พักหลังรู้สึกปวดกระดูกบ่อยๆ ฉันกระย่องกระแย่งเดินขึ้นบันได ปล่อยให้ยายลูกน้ำก้าวเท้าขึ้นนำลิ่วๆ ทิ้งห่างไปไม่เห็นฝุ่น
ภายในห้องประชุมแอร์เย็นฉ่ำ ฉันกับลูกน้ำยกมือไหว้ลูกค้ารุ่นพ่อที่เข้ามาก่อนหน้าไม่กี่นาที เขารับไหว้ก่อนทักทายพวกเราด้วยประโยคที่…
“สวัสดีครับคุณสาย คุณลูกน้ำ แหม ช่วงนี้ออฟฟิศน่าจะเลี้ยงดีนะครับ ดูอุดมสมบูรณ์กันขึ้นเยอะเลย”
ฉันหุบยิ้มทันที ถ้าไม่ติดที่เป็นลูกค้า เขาก็เป็นแค่มนุษย์ลุงปากเสียคนหนึ่ง อุตส่าห์อดหลับอดนอนนั่งออกแบบงานให้ เปลี่ยนเป็นงานมือเท้ากระแทกปากสักทีดีไหม
การประชุมงานกับลูกค้ามนุษย์ลุงเริ่มต้นขึ้น บนโต๊ะมีขนมเบรกกล่องสีชมพูหวาน รอดตายแล้ว ฉันหยิบเค้กเนยสดเหลืองหอมละมุนลิ้นเข้าปากอย่างหิวโหย ตามด้วยน้ำชาเย็นขวดเล็กที่มาพร้อมกัน
“โอเค ผมชอบนะ แต่…” เขาเอ่ยขึ้นหลังจากเรานำเสนอจบ และการแก้งานบานตะไทก็งอกงามตามมา เราต่อรองขอเวลาแก้ไขภายในยี่สิบวัน ก่อนจะนัดวันนำเสนอผลงานสุดท้าย เพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตต่อไป
“ไว้เจอกันใหม่นะครับ คุณลูกน้ำต้องรักษาหุ่นไว้นะครับ อ้วนแล้วระวังจะลดยาก” ลูกค้าพูดกับลูกน้ำ แต่ปรายตามองมาที่ฉัน แล้วเขาก็เดินจากไป ทิ้งความเจ็บใจให้ฉันอย่างแสนสาหัส
เมื่อความโกรธพุ่งปรี๊ด ฉันรู้สึกเจ็บแปลบตรงอกข้างซ้ายจนต้องยกมือขึ้นมากุมไว้ สารพัดอาการผิดปกติแล่นเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว ภาพที่คมชัดเริ่มพร่ามัว ก่อนจะดับวูบลงในที่สุด
ฉันลืมตาขึ้นในโลงแก้วใสๆ มีน้ำชาเย็นเทเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ฉันพยายามดันโลงแก้วให้เปิดออก แต่ก็ไร้ผล ทำได้เพียงเผยอหน้าให้พ้นจากระดับน้ำที่จะท่วมร่างในไม่ช้า
กินเข้าไปสิ ชอบไม่ใช่หรือ หึหึ ไม่ต้องรอโปรโมชั่น ได้กินฟรีจนกว่าชีวิตจะหาไม่เลยนะ
ฉันสะดุ้งเฮือกขึ้นมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลลอยเข้ามาเตะจมูกเป็นอันดับแรก ภาพที่อยู่ตรงหน้าฉันคือชายหนุ่มในชุดกาวน์สีขาว กำลังเฝ้าดูอาการของฉันอยู่ใกล้ๆ
“คุณหมอหรอ ฉันมาอยู่โรง’บาลได้ไงเนี่ย” ฉันรู้สึกรำคาญแผ่นที่เกาะติดบนหน้าอกอย่างบอกไม่ถูก
“ญาติแจ้งว่าคนไข้มีอาการเจ็บหน้าอกและหมดสติไปครับ จากการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ คนไข้มีอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันครับ แต่โชคดีที่อาการไม่รุนแรงมาก ญาติพาส่งโรง’บาลทันเวลา”
คุณหมอซักถามอาการเพิ่มเติม ฉันก็ตอบไปตามความจริง ที่ผ่านมาเคยเจ็บหน้าอกแปลบๆ หายใจไม่ค่อยสะดวก แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก จนถึงวันนี้ที่เป็นหนักถึงขั้นต้องหามส่งโรงพยาบาลเลยทีเดียว
“หมอคะ แล้วทำไมหัวใจถึงขาดเลือดได้คะ”
“มีหลายปัจจัยครับ” คุณหมอตอบ “แต่ปัจจัยที่เป็นไปได้สูงเลยก็คือ พฤติกรรมการใช้ชีวิต…”
แล้วคุณหมอหนุ่มก็ไล่เรียงคำถามเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของฉัน ฉันตอบอ้อมแอ้มๆ หลุบตาลงต่ำอย่างเขินอาย ถ้าไม่ใช่วันทำงานหามรุ่งหามค่ำ ก็เอาแต่กินนอนดูซีรีส์ตัวขึ้นอืดอยู่ในห้อง ยิ่งฉันเล่าลงลึกเท่าไร สีหน้าของเขาก็ดูเคร่งเครียดขึ้นเป็นหลายเท่าตัว
“…งานยุ่งทุกวัน เครียดค่ะหมอ ก็เลยให้รางวัลตัวเองทุกวันเลย” ฉันก้มหน้านิ่ง งานออกแบบตามใจลูกค้าเรื่องมากสูบพลังชีวิตจนต้องหาอะไรมาเยียวยาหัวใจ แต่ตอนนี้หัวใจของฉันกำลังส่งเสียงประท้วง
“สาเหตุหลักของคนไข้เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตครับ กินอาหารไขมันสูง ไม่ออกกำลังกาย นอนดึก เครียด น้ำหนักเกินเกณฑ์ มีผลต่ออาการหัวใจขาดเลือด และอาจจะมีโรคอื่นๆ ตามมา วันนี้คนไข้โชคดีที่พ้นความตายมาได้ แต่ถ้ายังใช้ชีวิตแบบเดิม ไม่เปลี่ยนพฤติกรรม อาจไม่โชคดีแบบวันนี้ครับ”
คุณหมอขู่ฉันด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบราวกับท่องบท แต่บาดลึกไปถึงหัวใจของฉัน
“แล้วต้องทำไงคะคุณหมอ…”
หลังจากเหตุการณ์เฉียดตายวันนั้น ฉันตัดสินใจปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตนเอง คำพูดของคุณหมอหน้าตายยังวนเวียนในสมอง แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากอะไรดี แล้วฉันก็หันหน้าเข้าหาปัญญาประดิษฐ์
ปรึกษาแพทย์ ข้อนี้ฉันทำแล้ว ไหนดูข้อต่อไปซิ ปรับพฤติกรรมการกินอาหาร ลดอาหารไขมันสูง อาหารแปรรูป อาหารรสจัด หวาน มัน เค็ม เน้นผัก ผลไม้ ปลา โอ้ แล้วไก่ได้ไหม อ๋อ ได้อยู่ แต่อย่ากินหนัง
สรุปฉันควรเริ่มจากอาหารก่อน แต่ให้ทำอาหารเองก็ใช่เรื่อง เสน่ห์ปลายจวักสวนทางกับสาวออฟฟิศอย่างฉันโดยสิ้นเชิง เวลานี้ ร้านอาหารคลีนเดลิเวอรี่คือคำตอบ แต่ไม่ว่าร้านไหนก็กล่องละแปดสิบเก้าสิบทั้งนั้น ในที่สุดก็ยอมกัดฟันผูกปิ่นโตอาหารคลีนวันละสองมื้อแบบรายเดือน แม้ราคาเฉลี่ยต่อกล่องจะถูกลง แต่ก็แพงกว่าอาหารทั่วไปอยู่ดี คำว่าสุขภาพดีนี่ช่างมีมูลค่าสูงเสียจริง
ข้อต่อไป จัดการกับความเครียด เงินค่าอาหารโบยบินออกจากกระเป๋าล่วงหน้าเป็นเดือน ดีนะที่วันนี้เงินเดือนล่าสุดเพิ่งออก และข้อต่อไป ออกกำลังกาย…
ฉันพยายามเสาะหาอาหารมื้อแรกของเช้าวันถัดมา มีแต่ของต้องห้าม…ไอ้นั่นก็หวาน ไอ้นี่ก็มัน ไอ้นู่นก็แปรรูป ไม่กล้ากินอะไรสักอย่าง กว่าอาหารคลีนจะมาส่ง ก็ต้องรอให้ถึงสิบเอ็ดโมง
เฮ้อ! ได้แต่แขวนท้องกิ่วไว้กับเข็มนาฬิกาที่เคลื่อนตัวอย่างอ้อยอิ่ง เปิดไฟล์งานฉบับแก้ไขค้างเติ่ง ปล่อยให้เพื่อนร่วมทีมมะรุมมะตุ้มอยู่บนพื้นที่ทำงานร่วมกันบนไฟล์ พลันหน้าจอไลน์ก็เด้งทับหน้าจอไฟล์
“@all ร้านหวานตัดขามีโปรแก้วยักษ์หนึ่งแถมหนึ่ง ใครเอาลงชื่อมาด่วนๆ ค่า” ไม่นานคำว่าชาเย็น ชานม ชาเขียว นมชมพูก็ผุดขึ้นในหน้าสนทนาเต็มพรืด
“คุณสายเสมอไม่เอาหรอคะ” ลูกน้ำส่งข้อความมาหาเป็นการส่วนตัว ฉันส่งสติกเกอร์ ‘NO’ ตัวเบ้อเริ่มกลับไปแทนคำตอบ แต่ถึงกระนั้นเพื่อนรุ่นน้องก็ยังตื๊อ “โปรลดไม่ได้มีบ่อยๆ นะ”
“งดก่อน กลัวตาย” ฉันพิมพ์ตอบหนักแน่นกว่าเดิม เมื่อนึกถึงฝันร้ายในโลงแก้วและความเจ็บปวดทั่วร่างกายในวันนั้น “เดี๋ยวต้องแบกฉันไปโรง’บาลอีก”
ตลอดครึ่งเช้าฉันมองเพื่อนทั้งออฟฟิศดูดน้ำสารพัดสีจากแก้วขนาดใหญ่กันถ้วนหน้า วูบหนึ่ง ฉันปรารถนาอยากเปลี่ยนน้ำใสในขวดใหญ่ให้มีสีสัน
ฉันพกอาหารคลีนไปกินกับลูกน้ำที่ร้านตามสั่งมาสิบวันแล้ว เมนูวันนี้เป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่หนึ่งถ้วยเล็กกับอกไก่ต้มครึ่งฝ่ามือ พร้อมแคร์รอตและบรอกโคลีให้ดูมีสีสันนิดหน่อย ปริมาณครึ่งเดียวเทียบกับข้าวในจานของลูกน้ำ
“อิ่มหรอเนี่ยพี่สาย” ลูกน้ำทัก “เอากะเพราหมูกรอบของน้ำไปกินหน่อยมะ”
“ไม่ค่ะยายน้ำ” ฉันตักข้าวกับอกไก่เข้าปาก กล้ำกลืนฝืนทนกินแบบนี้มาเกือบถึงครึ่งเดือน ก็ยังปรับตัวเองให้เข้ากับรสชาติจืดสนิทไม่ได้เสียที ในที่สุดวันนี้ก็ต้องตักพริกน้ำปลามาราดเพิ่มรสชาติ
“พริกน้ำปลาก็โซเดียมค่ะแม่” เธอหัวเราะร่วนทั้งที่ในปากยังเคี้ยวหมูกรอบ
“เออน่า ขอนิดนึงเหอะ นี่ไปตรวจมาล่าสุด คอเลสเตอรอลสูง ไขมันพอกตับ ไหนจะปวดกระดูกอีก แต่ให้กินจืดงี้ก็ไม่ไหว เค็มนิดเดียวไม่เป็นไรหรอก” ฉันระบายความในใจ
เมื่อท้องได้รับอาหารเติมเต็ม ฉันก็กินยาหลังอาหาร รู้สึกมีแรงทำงานขึ้นมา อีกไม่นานเกินรอ น้ำหนักจะลดลงจนหายปวดเข่าถาวร หลอดเลือดจะใสสะอาดอีกครั้ง ได้แต่ให้กำลังใจตัวเอง
ถึงเวลาทำงาน ฉันใส่หูฟังไม่สนใจผู้ใด เปิดเพลงบรรเลงเบาๆ คลอหัวใจให้สงบนิ่ง แขวนท้องรอให้มื้อเย็นเร็วๆ มื้อเย็นมีสุกี้เส้นบุกอกไก่รออยู่
“โดนัทสิบสองแถมสิบสองจ้า…”
แล้วโดนัทแป้งนุ่มฟู เคลือบหน้าสีชมพูสดใส โรยด้วยเกล็ดน้ำตาลหลากสีก็เคลื่อนตัวลงสวมบนหัว ครอบงำความคิดของฉันตลอดครึ่งบ่ายจนถึงเลิกงาน มงกุฎโดนัทยังคงติดตามฉันไปจนถึงที่จอดรถ ฉันสตาร์ตรถด้วยมือตามปกติ แต่กลับพบว่าไม่มีเสียงสัญญาณแสดงว่าเครื่องยนต์ติดเลยสักนิด
“โสงสายหัวเทียนบอดดดดด” ลูกน้ำทำเสียงล้อเลียน แต่เธอก็ช่วยฉันหาอู่ซ่อมรถใกล้ออฟฟิศ ก่อนจะพากันเข็นรถของฉันไปซ่อมอย่างทุลักทุเล
ช่างบอกว่ารถมอเตอร์ไซค์ของฉันป่วยสารพัดโรค ทั้งหัวเทียนเสีย แบตเตอรี่อ่อน ยางสึก ช่วงล่างมีปัญหา ต้องเข้ารับการรักษาพร้อมจ่ายค่ารักษาพยาบาลบานตะไทตามอาการ ฉันประมาทเองที่ไม่เคยสนใจสัญญาณเตือนจากรถตัวเอง ขี่ตะลอนๆ น้ำมันหมดก็เติมเข้าไป ไม่ต่างอะไรกับตัวฉันตอนนี้เลย
มงกุฎโดนัทบนหัวเลือนหายไป แทนที่ด้วยเงินกระพือปีกบินจากกระเป๋ากะทันหันจนไม่ทันได้ร่ำลา
หากเปรียบการปฏิวัติพฤติกรรมการกินของฉันเป็นเกม ก็เต็มไปด้วยศัตรูในรูปแบบอาหารอร่อย ฉันแหวกว่ายหนีกระแสน้ำชาเย็น หลีกเลี่ยงมงกุฎโดนัทหวานฉ่ำ แต่ก็สยบยอมให้กับบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างร้านดังเก่าแก่ใจกลางเมือง ของขวัญพิเศษจากเจ้านายหลังจากที่ลูกค้ามนุษย์ลุงจอมจู้จี้ยอมอนุมัติงาน ใครจะปฏิเสธของฟรีได้ลงคอ
ความเครียดที่สะสมมาเกือบสามสัปดาห์ค่อยๆ ผ่อนคลาย เมื่อได้สัมผัสกับน้ำดำฟองฟู่ ฉันยัดเนื้อย่างสลับกับซดน้ำอัดลมไม่บันยะบันยัง ละความสนใจจากการปฏิวัติพฤติกรรมการกินชั่วขณะ ปล่อยข้าวไรซ์เบอร์รี่และอกไก่ย่างรอเก้ออยู่ในตู้เย็นของออฟฟิศข้ามคืน
กว่าจะกลับถึงห้องก็ปาไปสี่ทุ่ม อาบน้ำสระผมไล่กลิ่นควัน หลังจากเป่าผมจนแห้ง ฉันก็ล้มตัวลงนอน หลับใหลไปนานเท่าไรไม่รู้ โสตประสาทรับรู้ถึงเสียงซู่ๆ เมื่อลืมตาตื่นขึ้น ก็พบว่าตัวเองนั่งบนเก้าอี้ทองคำในโดมแก้วโอบล้อมด้วยปุยเมฆขาวเจือควันจากเตาย่าง มือขวาคีบเนื้อลายหินอ่อนเกรียมนิดๆ ละเลียดลงคอ
เพล้ง! ฉันแหงนหน้ามองด้านบน ไก่ย่างขี่ก้อนข้าวไรซ์เบอร์รี่ทะลุเข้ามาในโดม ตัดพ้อว่าฉันหนีพวกมันมาอยู่กับของไร้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ก่อนจะพากันย่างสามขุมมาหาฉัน แต่แล้ว เนื้อเจ้าถิ่นชิ้นใหญ่ที่สุดบนตะแกรงก็ลุกขึ้นประกาศลั่นโดม
“ไร้ประโยชน์ต่อสุขภาพรึ ฮึ! พวกแกก็แค่ของราคาถูก เคลมสรรพคุณว่าดีต่อสุขภาพ สถาปนาตัวเองเป็นของแพง หากินบนความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม อยากสุขภาพดีต้องจ่ายแพงเท่าอาหารพรีเมียมอย่างนั้นหรือ ใครไม่มีเงินมากพอ ก็ต้องกินอาหารถูก ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างไม่มีทางเลือกสินะ ไปซะ อย่ามากร่างแถวนี้”
เนื้อย่างชิ้นอื่นลุกขึ้นส่งเสียงโห่ไล่เซ็งแซ่ คู่หูอาหารสุขภาพพยายามสบตาฉัน แต่ฉันไม่มองพวกมันเลยสักนิด สุดท้ายก็ยอมจำนน พากันพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้าหายลับไปในพริบตา สถานการณ์กลับคืนสู่ปกติ เนื้อย่างล้มตัวลงนอนแผ่หลาบนตะแกรงดังเดิม ฝนน้ำอัดลมเริ่มโปรยปราย ฉันอ้าปากรับน้ำจนทะลักล้นขอบปาก
ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นอีกครั้งในห้องของตัวเอง น้ำลายย้อยจากขอบปากไหลเลอะปลอกหมอน ฉันยกมือปาดน้ำลายพลางหัวเราะเบาๆ ฝันครั้งนี้ไม่น่ากลัวเหมือนที่ผ่านมา แม้จะกินอาหารไม่ดีต่อสุขภาพก็ตาม…
หากคำพูดของเนื้อย่างทำให้ฉันฉุกคิด มนุษย์เงินเดือนหมื่นห้าอย่างฉันไม่มีปัญญาจ่ายค่าอาหารสุขภาพในระยะยาว ยังมีสารพัดรายจ่ายรออยู่ ทั้งค่าเช่าห้อง ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าน้ำมันรถ ไหนจะค่าซ่อมรถที่งอกเงยขึ้นมากลางเดือน ในเวลาไล่เลี่ยกับค่ารักษาพยาบาลตัวฉัน เคราะห์ดีมีประกันสังคมโอบอุ้มไม่ให้ฉันบาดเจ็บจากการเสียเงินมากเกินไป
การลงทุนกับอาหารคลีนเหมือนเฉือนเนื้อตัวเองจนแหว่งวิ่น เผชิญกับมารผจญในรูปแบบอาหารอร่อยยั่วยุตลอดเส้นทาง ขืนเป็นแบบนี้ ฉันคงอกแตกตายก่อนเส้นเลือดแตกเข้าในสักวัน
เหลือบมองนาฬิกาบอกเวลาตีห้า นานแค่ไหนที่ไม่เคยตื่นก่อนแสงแรกของวัน จึงถือฤกษ์งามยามดีเริ่มต้นออกกำลังกายเพื่อชดใช้กรรมที่ทำเมื่อคืน ด้วยการเดินวนรอบคอนโดฯ ห้าหกรอบ ก่อนไปทำงานในเวลาที่เร็วกว่าทุกวัน ช่วงนี้ต้องเรียกแกร็บวินไปก่อน กว่ารถจะซ่อมเสร็จคงใช้เวลาหลายวัน
“หา เป็นไปได้ คุณสายเสมอมาทำงานเช้า” ลูกน้ำทำหน้าตกใจเมื่อเห็นฉันนั่งในห้องทำงานก่อนตัวเอง
“ต่อไปนี้กลับมาเรียกฉันว่าสายสมรได้ละนะ”
อาหารคลีนมื้อสุดท้ายของคอร์สเหลือเพียงกล่องเปล่าแน่นิ่งในถังขยะ ฉันโบกมือลาอย่างไม่คิดหวนคืน หลังจากที่เข้าร่วมกลุ่มชุมชนคนลดน้ำหนัก ก็ต้องฝ่าดงคนขายอาหารเสริม ยาลดน้ำหนัก คอร์สดูดไขมัน เป้าหมายของฉันคือรักษาสุขภาพอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนตาชั่ง ในที่สุดฉันก็ค้นพบสาระสำคัญจากคนในกลุ่ม จนบรรลุสัจธรรมการกินฉบับสาวออฟฟิศเสียที
“…เราไม่จำเป็นต้องปฏิวัติการกินให้วุ่นวาย เพียงแค่ปรับการกินอาหารปกติในชีวิตประจำวัน อย่างข้าวกะเพราหมูกรอบไข่ดาว ก็เปลี่ยนเป็น ข้าวกะเพราไก่ชิ้นไข่ต้ม เปลี่ยนจากราดข้าวเป็นกับข้าว เพื่อลดปริมาณน้ำมันที่สัมผัสข้าว ถ้าสนิทกับคนขายอาหารตามสั่ง ลองสั่งผัดน้ำมันปริมาณน้อย ใช้น้ำผัดแทน หรือไม่ก็เปลี่ยนไปกินเมนูต้มๆ อย่างต้มยำ แกงจืดสลับกันไป กินมื้อหลักให้อิ่มท้อง”
“…ที่ผ่านมาเราถูกพร่ำสอนเรื่องการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ในชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยสารพัดอาหารอันตรายต่อสุขภาพ อุตสาหกรรมการผลิตซับซ้อน นำพาอาหารสู่ท้องตลาดในราคาเอื้อมถึง สะสมพิษเข้าสู่ร่างกายให้ตายลงอย่างช้าๆ แม้เป็นอาหารวัตถุดิบที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง แต่ก็มีสารพิษมากมายตกค้างในผลผลิตอยู่ดี ไม่ว่าจะบริโภคสิ่งใดก็ล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยง”
“…ก้าวพ้นกับดักความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ที่ทำให้เข้าถึงอาหารดีต่อสุขภาพได้ยาก ด้วยการเปลี่ยนเป็นกินอาหารให้หลากหลาย (เท่าที่สุขภาพการเงินเอื้ออำนวย) ไม่กินอาหารเดิมซ้ำๆ ให้รางวัลตัวเองด้วยการกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพในปริมาณที่น้อย แม้ไม่ใช่หนทางที่เฟอร์เฟ็กต์ที่สุด แต่ก็ดีกว่าไม่ลงมือทำ และปล่อยให้ตัวเองติดกับดักโลงอาหารไปเรื่อยๆ จนตาย”
นับตั้งแต่นั้นฉันก็ไปกินข้าวร้านตามสั่งกับลูกน้ำ ปล่อยใจให้กินขนมและน้ำหวานเดือนละครั้งสองครั้งโดยไม่ต้องรู้สึกผิด มื้อต่อไปก็กลับมาควบคุมอาหารเช่นเดิม รู้สึกดีขึ้นที่ไม่ต้องหักดิบตัวเองเหมือนที่ผ่านมา
ตอนนี้ฉันตื่นเองได้โดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก เดินรอบคอนโดฯ ยามเช้าก่อนไปทำงาน แม้นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดวัน แต่ก็หาเรื่องให้ตัวเองได้ขยับตัวตลอด ยกเว้นขยับปากกิน ที่ทำเฉพาะมื้ออาหารเท่านั้น
หลังเลิกงานถ้าไม่มีงานอะไรพิเศษ ฉันก็ไปหาอะไรกินกับลูกน้ำ เดินห้างบางครั้ง แล้วก็ขี่รถกลับคอนโดฯ อยู่ในห้องก็ออกกำลังกายเบาๆ แทนการนั่งอืดบนโซฟาดูซีรีส์ ถึงเวลาเข้านอนก็หลับใหลโดยไม่ฝันถึงอะไรอีก
ช่วงพักเที่ยง ฉันกับลูกน้ำมากินข้าวที่ร้านตามสั่งเจ้าประจำ ป้าเจ้าของร้านเคยบ่นว่าฉันเรื่องมาก ตอนนี้เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มแจ่มใส วันนี้ฉันลองกินต้มยำกุ้งน้ำใสสูตรลดเค็มที่ป้าปรุงให้ฉันเป็นพิเศษพร้อมข้าวครึ่งจาน
“พรุ่งนี้ฉันลานะ” ฉันเปิดบทสนทนา “ไปตามที่หมอนัดตรวจอะ นับจากวันนั้นก็หกเดือนพอดี”
“โอเคค่ะ ว่าแต่ คนไข้อาการเป็นอย่างไรบ้างคะ” ลูกน้ำทำเสียงเนิบนาบเลียนแบบคุณหมอ
“อยู่ตัวละนะ ไม่ปวดกระดูก หัวใจไม่เต้นแรง น้ำหนักก็…ลดไม่เยอะเท่าไร”
“แต่คุณพี่ดูผอมลงเยอะนะ น้ำว่า”
ฉันแอบอมยิ้มด้วยความดีใจ เสื้อเชิ้ตขาวกางเกงดำที่พยายามยัดตัวเองลงในวันนั้น วันนี้ใส่ได้สบายๆ ไม่อึดอัด แม้รูปลักษณ์ภายนอกการันตีว่าฉันทำได้ แต่ผลตรวจร่างกายนี่สิ จะเป็นไปตามคาดหมายหรือเปล่า
ผ่านการตรวจสารพัด ผลปรากฏว่าสภาพหลอดเลือดดูดีขึ้น เป็นผลจากการรับประทานยาละลายลิ่มเลือดที่ช่วยไม่ให้สะสมคราบไขมันในหลอดเลือด ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพอย่างจริงจังแต่ไม่เคร่งจนเครียด ส่วนค่าไขมันในเลือด ไขมันพอกตับ และอื่นๆ ที่เคยตรวจก่อนหน้านั้น ตอนนี้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
“แต่คนไข้ก็ยังต้องรักษาพฤติกรรมที่ทำต่อไปนะครับ อย่าชะล่าใจ เพราะถ้าเมื่อไรที่กลับไปเป็นแบบเดิม โรคภัยไข้เจ็บก็กลับมาถามหาได้ครับ”
หลังจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายเสร็จสิ้น ฉันเดินผ่านร้านชาชื่อดังใกล้กับเคาน์เตอร์จ่ายเงินและรับยา ก็เห็นคุณหมอหน้าตายเดินออกมาจากเคาน์เตอร์ร้าน มือขวาถือแก้วบรรจุชาสีส้มเข้มพร้อมมุกดำนอนเต็มก้นแก้ว ทันทีที่เขาเห็นหน้าฉัน ก็ทำหน้ายิ้มแหยๆ เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นคุณหมอหน้าตายแสดงสีหน้าทางอารมณ์
“น่า หมอก็เครียดจากการทำงานเหมือนกัน ขอสักหน่อย แหะๆ”
และแล้ววันที่ส่งมอบงานผลิตขั้นสุดท้ายก็มาถึง ลูกค้ารุ่นลุงคนนั้นมาถึงที่ออฟฟิศในขณะที่ฉันกำลังจะขึ้นชั้นบนพอดี หัวล้านมันปลาบสะท้อนกับกระจกจนแสบตาไปหมด
“คุณสาย คุณสายจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย” เขาชะงักเท้าที่จะก้าวเข้าลิฟต์ มองฉันด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ไม่เจอกันตั้งนาน หน้าเด็ก หุ่นดีขึ้นเยอะเลย”
“ค่ะ” ฉันยิ้มให้ชายวัยกลางคนอย่างเป็นมิตร ลืมเรื่องบาดหมางเมื่อครั้งที่เขาล้อเลียนว่าฉันอย่างสนุกปาก ก่อนจะเดินไปขึ้นบันไดอีกทาง พักหลังฉันไม่ใช้ลิฟต์ถ้าไม่จำเป็น ห้องประชุมอยู่แค่ชั้นสองเอง
การส่งมอบงานขั้นสุดท้ายของเราผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ฉันกับลูกน้ำถอนใจอย่างโล่งอกที่จะไม่ต้องเจอลูกค้ามนุษย์ลุงปากปีจอนี่อีก
“รักษาหุ่นไว้นะครับคุณสาย อ้อ คุณลูกน้ำก็ลดๆ หน่อยนะครับ ดูคุณสายเป็นตัวอย่าง”
ฉันกับลูกน้ำชะงักไปชั่วขณะ ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะใส่ลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนตัวพามนุษย์ลุงลงไปชั้นล่าง
ช่วงบ่ายอีกวัน เจ้านายมอบของขวัญอีกชิ้นให้กับทีมงานในออฟฟิศเป็นบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างร้านเดิม ถือเป็นการปิดออฟฟิศเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ฉันละเลียดเนื้อย่างคู่กับน้ำเปล่า เอาน่า อย่างน้อยฉันก็รู้จักสร้างสมดุลระหว่างอาหาร ใครจะปฏิเสธของฟรีได้ลงคอ
ในขณะที่ปากก็เคี้ยวเนื้อย่าง ท้องไส้ก็ปั่นป่วนเหมือนลำไส้บีบตัวอย่างหนัก บังคับให้ฉันต้องลุกไปเข้าห้องน้ำกลางคัน ระหว่างที่ฉันนั่งขัดสมาธิบนชักโครก ปล่อยระเบิดลงสู่น้ำดังจ๋อม รู้สึกเหมือนชักโครกขยับได้
สงสัยคงเวียนหัว น่าจะกินเนื้อติดมันเยอะไปแน่ๆ ฉันคิดในใจ พยายามทำตัวให้นิ่ง แต่ก็ไร้ผล คราวนี้ฉันเห็นประตูห้องน้ำสั่นเหมือนโดนเขย่า ได้ยินเสียงตะโกนขึ้นว่า แผ่นดินไหววววววววว
วินาทีนั้นฉันรีบตั้งสติจัดการล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย ก่อนจะรีบออกมาจากห้องน้ำ เห็นอ่างล้างมือเขยื้อนไปมาแทบจะหลุด ฉันเดินโงนเงนไปยังประตูทางออกของห้องน้ำ พลันได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังจากด้านบน ทันทีที่แหงนหน้ามอง ก็เห็นฝ้าเพดานพร้อมใจกันถล่มลงมา
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด
แล้วก็ตื่นขึ้นในพื้นที่แคบๆ เหมือนเช่นเคย แว่วเสียงสะอื้นเบาๆ ของลูกน้ำ ฉันชันตัวขึ้นดู น่าแปลกที่ตัวฉันทะลุออกมาได้ เห็นทุกคนใส่ชุดดำทยอยถือดอกไม้จันทน์มาพนมมืออยู่ตรงหน้า ฉันมองไปรอบๆ เอาน่า อย่างน้อยก็ไม่ได้ตายเพราะปัญหาสุขภาพ ก่อนจะใช้เวลาอันน้อยนิดร่ำลาร่างสะโอดสะองที่นอนแน่นิ่งในโลง…
