ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์

Martha เป็นหนังสารคดีเกี่ยวกับมาร์ธา สจ๊วต สัญลักษณ์แห่งความเป็นแม่บ้านแม่เรือน การดูแลจัดการบ้านช่อง ของผู้หญิงทั่วโลกและผู้หญิงอเมริกันโดยเฉพาะ

ชีวิตอันน่าทึ่งและความผกผันในชีวิตของเธอจากมาร์ธาตัวจริงเสียงจริงและคนรอบด้าน

หลายคนต้องรู้จักหน้าค่าตาของมาร์ธา สจ๊วตและจำเธอได้ดีจากหน้าปกนิตยสารและรายการทีวีเกี่ยวกับการทำอาหาร การเลี้ยงแขก การจัดการบ้านเรือน การตกแต่งบ้าน การจัดสวนและความมีรสนิยมดี

พูดโดยสังเขปคือ มาร์ธาเป็นสัญลักษณ์ของ “แม่ศรีเรือน” ผู้เก่งกาจสามารถรอบตัว จนเป็น “ไอดอล” หรือ แม่แบบของผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้านหรือผู้หญิงทำงาน ซึ่งจัดการทุกสิ่งให้ออกมา “เชะ” หรือสมบูรณ์แบบได้โดยหัวไม่ยุ่ง หน้าไม่มัน หรือแต่งตัวเป็นนางซินก้นครัว

ภาพลักษณ์ของมาร์ธานั้นสวยงามอบอุ่นและมีไมตรีจิต

เธอเป็นตัวอย่างของแม่ศรีเรือนและเป็นแบบอย่างของแม่บ้านในอุดมคติของคนอเมริกันในช่วงปลายศตวรรษที่ 20

มาร์ธาเกิดในครอบครัวชาวโปแลนด์ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในอเมริกา เนื่องจากฐานะของครอบครัวไม่ได้ดีนัก เธอจึงต้องหางานทำเป็นรายได้เสริมและลดภาระของพ่อแม่

รับจ้างดูแลเด็กตามบ้านตั้งแต่ยังอยู่ในวัยรุ่น

และด้วยความเป็นสาวผมทองหน้าตางดงาม เธอจึงได้งานโมเดิลลิ่ง

ในขณะที่เธอเรียนรู้การทำอาหารและการเย็บปักถักร้อยจากแม่

เรียนรู้การถนอมรักษาอาหารในขวดโหลจากย่า/ยาย

และเรียนรู้การทำสวนปลูกต้นไม้จากพ่อผู้รักการทำสวนอย่างยิ่ง

เธอกล่าวเป็นคติพจน์อันชวนคิดว่า

“ถ้าอยากมีความสุขไปหนึ่งปี ให้แต่งงาน

ถ้าอยากมีความสุขไปสิบปี ให้หาหมามาเลี้ยง

และถ้าอยากมีความสุขตลอดชีวิต ให้ทำสวน”

เธอแต่งงานกับแอนดรู สจ๊วต และใช้นามสกุลของสามีมาตลอด แม้เมื่อหย่าร้างไปแล้วก็ตาม

เคยทำงานเป็นนายหน้าขายหุ้น เพราะพ่อของสามีอยู่ในวงการซื้อขายหุ้น

เมื่อมาซื้อบ้านไร่ในคอนเน็กติคัต มาร์ธาก็ใช้เนื้อในของความเป็นแม่บ้านแม่เรือนผู้สามารถ เนรมิตให้เป็นบ้านที่อบอุ่นและน่าอยู่ จนสถานที่แห่งนี้ได้กลายมาเป็นโลเกชั่นในการถ่ายทำรายการทีวีของเธอในเวลาต่อมาอีกหลายปี

ความสามารถด้านแม่ศรีเรือนของมาร์ธาเริ่มเป็นที่ประจักษ์ในหมู่เพื่อนฝูง จนทำให้เธอเริ่มทำธุรกิจเคเทอริ่งในแวดวงคนรู้จักมักคุ้น และค่อยๆ ขยายฐานต่อไปเรื่อยๆ จากการจัดเลี้ยงในอีเวนต์ในธุรกิจสำนักพิมพ์ของสามี

เริ่มนิตยสาร Martha Stewart Living เกี่ยวกับการดูแลบ้านเรือน การทำบ้านและสวนให้เป็นสวรรค์เล็กๆ โดนใจผู้อ่านที่เป็นแม่บ้าน จนขยายฐานผู้อ่านไปถึงพิมพ์จำหน่ายถึงกว่าสองล้านเล่ม

และขยายกิจการต่อไปถึงรายการประจำทางทีวี

จนกลายเป็นบริษัทเครือข่ายที่ชื่อว่า Martha Stewart Living Omnimedia มูลค่าหลายพันล้าน

มาร์ธา สจ๊วต พัฒนาภาพลักษณ์ไปสู่ความเป็นเจ้าแม่แห่งความสมบูรณ์แบบในการจัดการบ้านเรือน

เป็น “มิสเพอร์เฟกต์” ที่ผู้หญิงอเมริกันทุกคนปรารถนาและใฝ่ฝันถึง

และการชยายฐานมาสู่ “ตลาดล่าง” โดยการผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ “มาร์ธา สจ๊วต” ให้แก่ “เคมาร์ต” ซึ่งห้างสำหรับมวลชนชั้นล่าง ทำให้กิจการของมาร์ธาหยั่งรากลึกลงถึงรากหญ้าในวัฒนธรรมอเมริกัน

ด้วยความสามารถและความมุ่งมั่นของตัวเองล้วนๆ มาร์ธา สจ็วต ได้ชื่อว่าเป็นอภิมหาเศรษฐีผู้หญิงที่ตีนถีบปากกัดสร้างตัวเองขึ้นมาเป็นคนแรกในอเมริกา (The first female self-made billionaire in the US)

แต่แล้ว ดังคำอุปมาว่า “ภายในชั่วข้ามคืน” องค์เทพีแห่งความสมบูรณ์แบบก็ร่วงหล่นลงจากสวรรค์ชั้นฟ้า เพียงด้วยโทรศัพท์จากคนคุ้นเคยคนเดียวซึ่งเหมือนจะไม่มีความสลักสำคัญอะไรนักหนา

เพื่อนซึ่งเป็นนายหน้าค้าหุ้นของเธอโทร.มาเล่าถึงความไม่มั่นคงของหุ้น “อิมโคลน” ซึ่งเป็นบริษัทยา ทำท่าจะดิ่งลงเหวในเวลาไม่ช้าไม่นาน จากประกาศไม่รับรองของ FDA (เทียบได้กับ อ.ย.ของไทย)

หลังจากนั้นมาร์ธาก็สั่งขายหุ้นตัวนั้นไป เป็นเงินขี้ปะติ๋วน้อยนิด เมื่อเทียบกับความเป็นอภิมหาเศรษฐินีอันอลังการงานสร้างของเธอ โดยได้กำไรจากการไม่ขาดทุนในการขายหุ้นครั้งนี้เมื่อหุ้นตกในวันถัดมา เพียงราวสี่หมื่นดอลลาร์เห็นจะได้

เพียงแค่นั้นเอง…แต่ด้วยความโด่งดังของมาร์ธา สจ๊วต อัยการสหรัฐฯ ตัดสินใจจะ “เชือดไก่ให้ลิงดู” โดยส่งฟ้องให้เป็นคดีตัวอย่าง เพราะรู้ว่าจะกลายเป็นข่าวที่ตกอยู่ในความสนใจของสื่อมวลชนและสาธารณชนทั่วไป

แฟนคลับของมาร์ธารู้สึกในความอยุติธรรมครั้งนี้ และรู้สึกว่าเป็นความอคติต่อ “สตรีนิยม” เป็นที่ยิ่ง

อย่างไรก็ตาม มาร์ธาก็ถูกตัดสินลงโทษจำคุก 5 เดือน รวมทั้งยังกักบริเวณหลังจากนั้นอีกร่วม 2 ปี

เป็นที่คาดเดาว่าอาณาจักรอันเกรียงไกรของเธอจะล้มครืนลง เมื่อเสาเข็มที่เป็นฐานรากขาดหายไป

ทว่ากว่า 20 ปีผ่านไป มาร์ธาก็ยังสร้างตัวตนขึ้นมาได้ใหม่ และขยายฐานแฟนคลับไปสู่คนรุ่นใหม่ด้วยความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นกับศิลปินผิวดำ Snoop Dog ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสุดขั้วตรงข้ามกับความเป็นมาร์ธา สจ๊วตเลยด้วยซ้ำ

ตอนจบของหนังสารคดี มาร์ธาบอกว่า เธอเป็นคนแบบที่คอยมองหาช่องว่างให้เติมเต็มอยู่ตลอดเวลา และนั่นคือความปรารถนาต่อความสมบูรณ์แบบ

ทว่าเมื่อเราอายุมากขึ้น “ความไม่สมบูรณ์แบบ” ก็ไม่เป็นไรหรอก

หาดูได้ทางเน็ตฟลิกซ์ค่ะ

MARTHA

กำกับ R. J. Cutler

นำแสดง Martha Stewart



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กรมวิชาการเกษตร’ ยัน ’กะเพรา‘ ปลูกกินได้ ขายได้ปกติ การจดทะเบียนคุ้มครองแค่ที่วิจัยเพิ่มเท่านั้น
โลกเปลี่ยนแล้ว ถึงเวลาปฏิรูป ‘ประเสริฐ’ เตรียมขึ้นเวที Thailand Education Next for All ระดมความคิดสร้างการศึกษาไทยยุคใหม่
7 ศาสตราจารย์จี้อธิการบดี มช. ทบทวนสอบงานวิจัยเมืองฮอด หลังพบเนื้อหา-ข้อมูลภาคสนาม-คำผิดซ้ำในหนังสืออีกชุด
หล่มสงครามกัมพูชา ! | สุรชาติ บำรุงสุข
พาไปรู้จัก สะพานซ่อม 3ปี ยังไม่เสร็จ คนเดือดร้อนทั้งจังหวัด ล่าสุดคนขับรถตกพังยับเยิน
E-DUANG | บทบาท รัฐบาล ภูมิใจไทย การปกป้อง “กล่องดวงใจ”
“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)