บิ๊กต่ายจัดแถวรอง ผบ.ตร. เปิดตัวเต็ง-ม้ามืด-ตั๋วช้าง ใครมาแรงเข้าไลน์ ‘พิทักษ์ 1’?
บทความโล่เงิน
บิ๊กต่ายจัดแถวรอง ผบ.ตร.
เปิดตัวเต็ง-ม้ามืด-ตั๋วช้าง
ใครมาแรงเข้าไลน์ ‘พิทักษ์ 1’?
นับถอยหลัง ผบ.ตร.คนที่ 15 “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ จะเกษียณราชการ 30 กันยายน 2569
ย่างเข้าสู่ปีที่ 2 เก้าอี้ “พิทักษ์ 1” เหลือเวลาไม่ถึง 1 ปี
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐได้มอบนโยบายให้ผู้นำหน่วยระดับผู้บัญชาการและผู้บังคับการรวม 338 นาย ในวันเริ่มต้นปีงบประมาณ 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กำหนด “วิสัยทัศน์” เป็น “ตำรวจมืออาชีพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส เพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชน”
ขับเคลื่อน “1 ยึดมั่น 6 เร่งรัด และ 9 ก้าวหน้า” นั่นคือ
“1ยึดมั่น” พิทักษ์ ปกป้อง รักษา เทิดทูนสถาบัน และความสงบเรียบร้อยคนในชาติ
“6 เร่งรัด” 1. ขับเคลื่อน ส่งเสริมโครงการพระราชดำริ 2. ปรับปรุงสวัสดิการตำรวจและครอบครัว 3. พัฒนางานสอบสวน 4. ป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรม (ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน) 5. กวดขัน เสริมสร้างวินัยจราจร และ 6. วางแผน เตรียมการด้านสาธารณภัย
“9 ก้าวหน้า” แนวนโยบายนี้มีแนวความคิดมาจากภาษาอังกฤษ “STEP” ความหมายคือ “พวกเรา จะก้าวไปข้างหน้า ด้วยกัน อย่างมั่นคง” โดย
S = Smart (ฉลาด ทันสมัย สง่างาม) เพื่อไปสู่การเป็น Smart Police
T = Transparency (โปร่งใส ตรวจสอบได้)
E = Efficiency (ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ)
P = People (ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง)
สิ่งที่ต้องการวางรากฐานพัฒนางานตำรวจ แบ่งเป็น 9 หัวข้อ เพื่อให้ “ก้าว” ไปข้างหน้าด้วยกัน
1. One Police ระบบเทคโนโลยีตำรวจที่เป็นหนึ่งเดียว
2. เทคโนโลยีใช้ในการตรวจและวิเคราะห์อาชญากรรม ต้องปรับรูปแบบการทำงานเป็นสายตรวจอัจฉริยะ
3. ฐานข้อมูล Big Data ในงานสืบสวน
4. พัฒนาแก้ไขปัญหางานสอบสวน
5. วางระบบจราจรสื่อสารกับประชาชน
6. พัฒนาระบบรับเรื่องร้องทุกข์ของตำรวจและประชาชน
7. นำเครื่องมือพิเศษมาสนับสนุนงานความมั่นคงให้ครบทุกมิติ
8. วางระบบควบคุมพฤติกรรมตำรวจมีคุณธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้
9. Service Mind โดย Mindset ที่สำคัญสุดยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
พร้อมเน้นย้ำว่า “ตำรวจไทยต้องก้าวไปข้างหน้า เพื่อเป็นองค์กรที่นำสมัย มีประสิทธิภาพ และครองใจประชาชน”
นอกจากนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐยังเซ็นแบ่งงาน มอบหน้าที่รับผิดชอบ รวมทั้งงานศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษและศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้รอง ผบ.ตร. และจเรตำรวจแห่งชาติ ดังนี้
1. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่นที่ 41 เพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการปี 2569 พร้อมกัน ได้คุมงานบริหาร นั่งผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) และศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
2.พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่นที่ 42 เกษียณปี 2570 ดูแลหน้างานป้องกันปราบปราม เป็นผู้อำนวยการ 2 ศูนย์ คือ ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) และศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.)
3. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ดูแลงานสืบสวนสอบสวน นรต.รุ่นที่ 42 เกษียณปี 2569 นั่งผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.)และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.)
4. พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่นที่ 43 เกษียณปี 2571 คุมงานกฎหมายและคดี เป็นผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตปค.ตร.) และผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตปค.ตร.)
5. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่นที่ 50 เกษียณปี 2576 เป็นหัวหน้างานความมั่นคงและกิจการพิเศษ และ 2 ผู้อำนวยการศูนย์ คือ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) และศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.)
6. พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ นรต.รุ่นที่ 43 เกษียณปี 2572 เป็นหัวหน้างานจเรตำรวจและผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปปง.ตร.)
สําหรับ ผบ.ตร.คนที่ 16 ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 78 การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง “ผบ.ตร.” ให้นายกรัฐมนตรีคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 77 คือ ตำรวจยศ พล.ต.อ. ตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ หรือ รอง ผบ.ตร. โดยคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน โดยเฉพาะประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวนหรืองานป้องกันปราบปราม เสนอ ก.ตร. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
สแกนรายชื่อปรากฏเหลือแคนดิเดตชิง “ผู้นำอาณาจักรโล่เงิน”
1. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร 2. พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี 3. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา 4. พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์
วงในสีกากีวิเคราะห์กันว่า ตัวเต็งมาแรง คือ พล.ต.อ.ธัชชัย หรือบิ๊กหวาน ที่มีดีกรี “รศ.ดร.” มีผลงานอินเตอร์ ใกล้ชิดสนิทกับบิ๊กต่าย เคมีเข้ากัน ผลงานเป็นที่ยอมรับ
ถ้า พล.ต.อ.ธัชชัยได้รับไม้ต่อจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นั่ง ผบ.ตร.อีก 1 ปี เกษียณปี 2570 เปิดทางให้ 3 พล.ต.อ.ที่เหลือ คือ พล.ต.อ.นิรันดร, พล.ต.อ.สำราญ และ พล.ต.อ.อิทธิพลชิงดำกันปีถัดไป
แต่ถ้าเอาตามคิวอาวุโส พล.ต.อ.นิรันดร มีสิทธิลุ้นจะได้นั่งเก้าอี้เบอร์ 1 ต่อจากบิ๊กต่าย ได้ครองเก้าอี้ 2 ปี เกษียณปี 2571 จากนั้นเปิดทาง พล.ต.อ.สำราญ และ พล.ต.อ.อิทธิพล
แต่ถ้ากำลังภายใน พล.ต.อ.อิทธิพลดี ถือเป็น “ม้ามืด” ได้ขึ้นผู้นำกรมปทุมวันเลยยาวถึง 3 ปี เกษียณอายุ 2572 แล้ว พล.ต.อ.สำราญรับช่วงต่อ 4 ปี จากนั้น พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. นรต.รุ่นที่ 50 อัพเก้าอี้เป็นรอง ผบ.ตร.ต่อไป รับไม้ต่อ เกษียณปี 2579
และสุดท้ายถ้า พล.ต.อ.สำราญได้รับคัดเลือกเป็นผู้นำสีกากี อยู่ยาวไปอีก 7 ปี เพราะเกษียณปี 2576 ซึ่งน่าจะมีโอกาสน้อย ทำให้ข้างล่างขยับลำบาก เพราะตำแหน่งบนสุดปิดอยู่
ที่สุดใครจะเป็น ผบ.ตร.คนที่ 16 ได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติเป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจ การเมืองขณะนั้น และวาสนา
