bg-single

ภัยร้อนในหน้าฝน (2) เตรียมตัวปรับธาตุด้วยพืชผักรสเย็น

08.08.2026

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง

มูลนิธิสุขภาพไทย

เข้าพรรษาอย่างเป็นทางการของไทยแล้ว เริ่มต้นวัสสานฤดูหรือฤดูฝน ตามคัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัยกล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคในฤดูฝนคือ ธาตุลม ซึ่งมีคุณสมบัติเย็น และมีมวลเบาพัดแปรปรวนอยู่รอบกายเราตลอด 4 เดือนยามหน้าฝน โดยคัมภีร์สรรพคุณยากล่าวไว้ว่า รสสมุนไพรที่มีสรรพคุณแก้ลมคือรสเผ็ดร้อน แต่สมุฏฐานการเกิดโรคในหน้าฝนปีนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่กำลังมาเยือนพร้อมความร้อนสุดสุด

ที่ภาคพื้นยุโรปตั้งแต่เดือนมิถุนายนและกรกฎาคมที่ผ่านมา ร้อนจัดทะลุ 40 องศาเซลเซียส เมืองไทยประมาทไม่ได้ต้องเตรียมรับมือกับ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่จะมาพร้อมกับความแห้งแล้งและฝนทิ้งช่วงระยะยาว อาจทำให้สภาวะอากาศร้อนมากๆ ในหน้าฝนนี้ สังเกตเบื้องต้นได้ว่าอุณหภูมิภูมิอากาศในหลายจังหวัดยังสูงเกิน 30 องศาเซลเซียส คล้ายกับหน้าร้อน เพียงว่าได้รับลมฝนที่มีความชื้นยามฝนตกลงมาเป็นครั้งคราว และได้เล่านำเสนอไว้ตั้งแต่คราวก่อนว่า ลมพัดช่วยคลายความร้อนภายนอกได้บ้าง แต่ควรมีตัวช่วยที่ได้จากพืชผักอาหารที่บริโภคประจำวันเพื่อรักษาสมดุลอุณหภูมิภายในร่างกายปกติตามหลักการแพทย์แผนไทยไว้ด้วย

ขอแนะนำเมนูผักรสเย็นจิ้มน้ำพริก 3 เมนู เพื่อเป็นอาหารรักษาสมดุลร้อนเย็นในร่างกาย ซึ่งได้แนะนำไว้แล้วกับเมนูแรกในครั้งก่อน คือ น้ำพริกมะระขี้นกกรอบ ครั้งนี้ขอแนะนำการกินน้ำพริกที่เหลือ 2 เมนู ได้แก่ แจ่วเห็ดป่า และน้ำชุบเยาะมะเขือพวง พืชผักทั้ง 3 ชนิด คือ มะระขี้นก เห็ดป่า และมะเขือพวง ล้วนเป็นผักพื้นบ้านรสเย็นที่หาได้ง่ายในท้องตลาด และสวนครัว

เห็ดโคนหรือเห็ดปลวก ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Termitomyces fuliginosus Heim บ่งชัดเจนว่าหมายถึง เห็ดราที่เกิดจากน้ำลายปลวกนั่นเอง

เห็ดโคนเป็นเห็ดป่าเติบโตได้ดีในสภาพธรรมชาติ ความชื้นและอุณหภูมิที่พอเหมาะสม รสเย็นหวานของเห็ดโคนมีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร บำรุงกำลัง แก้ไอ ละลายเสมหะ คลื่นไส้อาเจียน และสามารถยับยั้งเชื้อโรคบางชนิดได้ เช่น เชื้อบิด เชื้อไทฟอยด์

สูตรแจ่วเห็ดเมนูเด็ดอีสาน (1) เห็ดโคนหรือเห็ดป่า 200 กรัม (2) พริกจินดาเขียว 5-6 ดอก (3) ปลาร้า 2-3 ช้อนโต๊ะ (4) หอมแดง 6 หัว (5) เกลือแกง 1 ช้อนกาแฟ (6) ผักอีตู่ (ใบแมงลัก) และหน่อไม้ดอง ตามที่ชอบ

วิธีปรุง 1. ย่างเห็ด พริก และหอมแดงให้สุกหอม 2. โขลกเห็ด พริก หอมแดง หน่อไม้ดอง เกลือให้แหลก เติมปลาร้าและตำให้นัว โรยหน้าแจ่วเห็ดด้วยผักอีตู่ เมนูแจ่วแซ่บนี้ต้องแนมด้วยผักพื้นบ้านอีสานต่างๆ เช่น ผักบุ้งนา ผักกระโดน ผักแพว ผักเม็ก ผักเนียมหอม ผักชีลาว เป็นต้น

มะเขือพวง ชื่อวิทยาศาสตร์ Solanum torvum มีสารสำคัญตามชื่อวิทยาศาสตร์ คือ สารโซลาโซดีน (solasodine) เป็นสารที่มีสรรพคุณต้านโรคมะเร็ง ยับยั้งการแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์ทุกชนิด และสารทอร์โวไซด์ เอ, เอช (torvoside A, H) เป็นสเตียรอยด์ไกลโคไซด์ มีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสเริมชนิดที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ายาอะไซโคลเวียร์ถึง 3 เท่า และทอร์โวนิน บี (torvonin B) เป็นสารซาโพนิน (saponin) ชนิดหนึ่ง มีฤทธิ์ในการขับเสมหะ แก้ไอ บรรเทาอาการหืดหอบ ที่น่าแปลกคือ รสเย็น ขื่น เฝื่อน อมเปรี้ยวนิดๆ ของผลมะเขือพวงเป็นรสชาติที่คนพื้นบ้านชื่นชอบมาหลายชั่วอายุคน จึงมีคำกล่าวว่า “มะเขือพวงเป็นอาหารของคนจน” เพราะเป็นวัชพืชหนามเยอะ แพร่พันธุ์เร็ว ผลพวงดก แม้มีรสขื่นแต่มีคุณค่าทางยาและอาหารสูงมาก

มะเขือพวงเป็นผักพื้นบ้านที่ให้พลังงานสูง ใน 100 กรัม ให้พลังงานถึง 46 กิโลแคลอรี โปรตีน 2.8 กรัม ไขมัน 0.6 กรัม คาร์โบไฮเดรต 7.4 กรัม ทั้งยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัสสูงช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง และอุดมด้วยธาตุเหล็กบำรุงเลือด กล่าวเฉพาะสารเพ็กติน (pectin) ในผลมะเขือพวงเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีใยอาหารชนิดละลายน้ำสูงมาก คือสูงเป็น 65 เท่าของมะเขือเปราะ ทั้งยังเป็นเพ็กตินเกรด A เมื่อกินเข้าไปจะกลายเป็นวุ้นเคลือบผิวลำไส้ ช่วยเพิ่มความหนืดของอาหาร ผนังลำไส้เล็กจึงดูดซึมแป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วเข้าสู่ร่างกายได้ช้าลง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ช่วยป้องกันและรักษาโรคเบาหวาน

ยิ่งไปกว่านั้น ใยอาหารเพ็กตินมีคุณสมบัติล้างคอเลสเตอรอลออกจากลำไส้ ทำให้คอเลสเตอรอลในกระแสเลือดลดลง ใยอาหารเพ็กตินชนิดนี้ยังมีคุณสมบัติดึงน้ำไว้ได้จำนวนมาก จึงทำให้มวลอุจจาระเพิ่มปริมาณขึ้น มีมวลนุ่มขึ้น กระตุ้นให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ แก้ท้องผูกและช่วยลดน้ำหนักได้ผลดี ในขณะเดียวกัน ใยอาหารเพ็กตินยังทำหน้าที่ควบคุมเชื้อแบคทีเรียตัวร้ายที่ทำให้มีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง เช่น เชื้ออีโคไล เป็นต้น

สูตรน้ำชุบเยาะมะเขือพวง เมนูร่อยปักษ์ใต้บ้านเรา (1) มะเขือพวง 200 กรัม (2) หอมแดง 6 หัว (3) พริกสด 5-6 ดอก (4) มะนาวแป้น 1 ลูก (5) กะปิเคย 100 กรัม (6) น้ำตาลแว่น (น้ำตาลโตนดหรือน้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลปี๊บแทนก็ได้) 100 กรัม (7) กุ้งแห้ง 100 กรัม (8) เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีปรุง 1. เตรียมเครื่องปรุง นำกะปิ มะเขือพวง หอมแดง และพริกย่างไฟพอหอม ตำกุ้งแห้งให้ละเอียด เยาะ (ภาษาใต้แปลว่า ตำ) มะเขือพวงพอแตก 2. ใส่กุ้งแห้งที่ตำแล้ว พร้อมกะปิ หอมแดง พริกสด โขลกให้เข้ากัน 3. บีบมะนาว เติมน้ำตาล เกลือ ใส่มะเขือพวงลงไป แล้วคลุกเคล้ากันให้นัว จะได้น้ำชุบใต้ร่อยจังหู รับประทานกับผักเคียงพื้นบ้านใต้ เช่น สะตอ ลูกเนียง ผักสะเดา ผักกูด ผักม่วงเล็ดล่อ (ใบมะม่วงหิมพานต์) ใบชะมวง เป็นต้น

น้ำพริกพื้นบ้าน 2 เมนูในครั้งนี้ และ (ตามอ่าน) 1 เมนูในครั้งที่ผ่านมา เป็นเพียงตัวอย่างภูมิปัญญาอาหารสุขภาพพื้นบ้านไทย ที่กินน้ำพริกแล้วชวนให้เรากินผักพื้นบ้านมากๆ เพื่อรักษาสมดุลธาตุ 4 ในร่างกายท่ามกลางภูมิอากาศสุดขั้วของซูเปอร์เอลนีโญที่กำลังคืบคลานเข้ามาจนอาจถึงปีหน้า



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เมื่อรู้ตัวว่าจะแพ้ กติกาก็เปลี่ยน: บทเรียนจากเมียนมา แกมเบีย และกินี
กำเนิดระบบทุนนิยมกับระบบตลาดที่เป็นข้อบังคับเชิงโครงสร้าง (3)
ยาใจคนเจ็บ: 2) ปรัชญายาใจ
ชาตินิยมกระจอก (แต่เถื่อน)
ภัยร้อนในหน้าฝน (2) เตรียมตัวปรับธาตุด้วยพืชผักรสเย็น
กรณีปัญหา ‘หุ้นบอลโลก’ เมื่อ ‘อินฟานติโน่-ฟีฟ่า’ ยอมถอยทัพ
ทดสอบ ‘โคโรลลา ครอส’ MY2026 ปรับใหม่ไฉไลขึ้น-ขับสบายเหมือนเดิม
เช่าก่อนซื้อ
หน่อไม้ฝรั่งผัดหมูกรอบ
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 7-13 สิงหาคม 2569
ชิง ‘ผู้ว่าการ กกท.’ คนที่ 14 เดือด เกมวัดพลังแบ๊กอัพ 10 ผู้สมัคร
E-DUANG | คำถาม ต่อ มิน อ่อง หล่าย คำถาม จาก อนุสรณ์ ธรรมใจ