bg-single

ย้ายบิ๊กล็อต 40 ผอ.เขตฯ พิสูจน์ธรรมาภิบาล ‘บิ๊ก ศธ.’

08.08.2026

| การศึกษา

เสียงวิจารณ์เรื่องความเหมาะสมในการแต่งตั้งศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ทั้ง 5 ตำแหน่งของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ยังไม่ทันจาง

ห่างกันไม่ถึงสัปดาห์ ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่มี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ก็มีมติไฟเขียวโยกย้ายบิ๊กล็อต 40 ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

ทั้งที่มีตำแหน่งว่างขึ้นบัญชีรอการบรรจุเพียง 3 อัตรา และยังเป็นการแต่งตั้งโยกย้ายนอกฤดูเกษียณอายุราชการที่ใกล้จะมาถึง

โดย นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เสนอเรื่องดังกล่าวเป็นวาระลับ แบบไม่ทันให้ใครตั้งตัว ทั้ง ผอ.สพท.ที่ถูกย้าย หรือแม้แต่ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ. ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเรื่องบุคลากรโดยตรง!!

สิ่งที่ทำให้แรงกระเพื่อมครั้งนี้รุนแรงขึ้น คือผู้อำนวยการเขตฯ หลายคนไม่ได้รับการแจ้งล่วงหน้าจากผู้บริหาร สพฐ. เหมือนที่เคยปฏิบัติกันมา และไม่ได้แสดงเจตนาขอย้าย

บางคนใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้ย้ายกลับภูมิลำเนาเพื่อเตรียมเกษียณในปีหน้า แต่กลับถูกย้ายอีกครั้ง

เช่นเดียวกับ ผอ.เขตฯ อีกจำนวนหนึ่งที่เพิ่งย้ายไปทำหน้าที่ได้ 1-2 ปี ก็ถูกย้ายอีกในครั้งนี้ด้วย

จนทำให้บรรยากาศของ สพฐ. ณ ช่วงเวลานี้มีสภาพอึมครึมมาก อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผอ.เขตฯ จำนวนมากหมดขวัญกำลังใจ เพราะไม่รู้ว่าจะต้องถูกโยกย้ายเมื่อไหร่

ที่สำคัญทำให้เกิดความเคลือบแคลงว่า งานนี้มีใบสั่งการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

นายพิเชฐชี้แจงว่า คำสั่งย้ายฟ้าผ่าครั้งนี้มีเหตุจากตำแหน่ง ผอ.สพท.ว่างอยู่จำนวน 3 อัตรา ประกอบกับบัญชีที่สอบไว้จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ ดังนั้น จึงได้มีการเสนอรายชื่อให้ที่ประชุม ก.ค.ศ.พิจารณา

ยืนยันว่า สพฐ.มีคณะกรรมการกลั่นกรองรายชื่อผู้ที่มีความเหมาะสมในแต่ละตำแหน่งอย่างรอบคอบรอบด้าน ไม่ใช่ว่าเป็นผู้พิจารณาเพียงคนเดียว ถือเป็นการย้ายเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของทางราชการ

ที่หลายคนมองว่าเป็นการโยกย้ายนอกฤดูนั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา ไม่ได้มีข้อห้ามว่าจะต้องย้ายในช่วงเวลาใด และเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ก็เคยมีการแต่งตั้งโยกย้าย ผอ.สพท. มากถึง 56 อัตรา มากกว่าครั้งนี้

“เรื่องสำคัญที่ สพฐ.ต้องเร่งแต่งตั้งโยกย้ายในเดือนกรกฎาคมนี้ก็เพราะต้องการให้ผู้ที่สอบขึ้นบัญชี ผอ.เขตฯ เอาไว้มีโอกาสได้รับการแต่งตั้ง เพราะไม่เช่นนั้นบัญชีรายชื่อผู้ที่สอบขึ้นบัญชีเอาไว้ก็จะเสียสิทธิ์ นอกจากนี้ แต่ละเขตพื้นที่ฯ จะปล่อยให้ตำแหน่งผู้บริหารว่างนานไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดสุญญากาศในการบริหารงานเขตพื้นที่ฯ และยิ่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ สพฐ.มีนโยบายเร่งด่วนที่ต้องผลักดันยิ่งปล่อยว่างไม่ได้เลย ซึ่งสิ้นเดือนกันยายนนี้จะมีตำแหน่ง ผอ.เขตฯ ที่เกษียณอายุราชการอีก 5 ตำแหน่ง สพฐ.ก็ต้องพิจารณากลั่นกรองและเสนอให้บอร์ด ก.ค.ศ.พิจารณาแต่งตั้งอีกรอบ” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

ส่วนที่หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมต้องทำเป็นเรื่องลับ และไม่แจ้งให้ผู้ที่ถูกย้ายทราบล่วงหน้า ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งโยกย้ายระดับใดล้วนต้องทำเป็นเรื่องลับเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายตามมา ยืนยันว่าการย้ายครั้งนี้เป็นไปเพื่อความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการเป็นสำคัญ

ขณะที่ นายธนชน มุทาพร อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ที่ปรึกษาชมรม ผอ.สพท.แห่งประเทศไทย แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า ขณะนี้มีความวิตกกังวลว่าต่อไปการแต่งตั้งโยกย้าย ผอ.เขตฯ อาจจะไม่มีหลักมีเกณฑ์ ใครอยากย้ายให้วิ่งเต้นเล่นเส้นสาย จนกลายเป็นการสร้างอาณาจักรแห่งความกลัวให้เกิดขึ้นในครอบครัว สพฐ.หรือไม่

“พวกผมเป็น ผอ.เขตฯ ในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนเกษียณฯ ก็ไม่เคยเป็นแบบนี้ จึงอยากตั้งคำถามว่า ทำไม สพฐ.ยุคประชาธิปไตย จึงย้ายได้ย้ายเอา ทั้งที่ยังไม่ถึงฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้าย ว่างแค่ 3 ตำแหน่ง แต่ดันย้ายวินาศสันตะโรตั้ง 40 ตำแหน่ง ถ้าถึงช่วงการแต่งตั้งโยกย้ายแทนตำแหน่งที่เกษียณฯ สิ้นเดือนกันยายนนี้อีกเกือบ 10 ตำแหน่ง จะเป็นอย่างไร ขวัญกำลังใจ ผอ.เขตฯ จะมีไหม ขวัญหนีดีฝ่อไม่รู้จะโดนเด้งไปไหน ตอนไหน โครงการที่วางไว้จะมั่นใจได้อย่างไรว่าตัวเองจะได้อยู่ทำจนสิ้นสุดโครงการ”

แม้ “บิ๊ก กพฐ.” จะออกมาเคลียร์ครบทุกประเด็น แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากเจ้ากระทรวงอย่าง ครูไก่-ประเสริฐ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงของคำสั่งฟ้าผ่าที่เกิดขึ้น

ดังนั้น คำตอบที่ได้มา จึงยังไม่สามารถทำให้หายเคลือบแคลง เพราะสิ่งที่ถูกตั้งคำถามไม่ใช่แค่ความถูกต้องตามระเบียบ แต่คือความเป็นธรรมตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารระดับสูงที่ควรมี

ที่สำคัญแรงสั่นสะเทือนจากการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ ยังทำให้ “เสมา 1” อย่างนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เสียรังวัดทางการเมืองและภาพลักษณ์ด้านการบริหารงานไปไม่น้อย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เสียลับให้กับทหารจีน | เดนตายในผ้าเหลือง
ไทยพีบีเอส เตรียมร่อนหนังสือขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง มาตรฐานการตรวจเงินแผ่นดินของ สตง.
สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษา หันคา 1 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
ปิดฉาก ‘โคนันเมืองไทย’ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จากผู้ช่วยเหลือสู่ผู้ถูกดำเนินคดี
เปิดปมจับอีก ‘อัจฉริยะ’ ผันเงินบริจาค 350 ล้าน แทงมวย-โยงเว็บพนัน เจ้าตัวโต้ยิบ-กลั่นแกล้ง
เหยี่ยวถลาลม | น้ำท่วมระคนน้ำลาย
ส่อง 2 งาน Exclusive มติชน ในบรรยากาศใหม่ๆ ว่าด้วยพื้นที่ของความโกรธ/ความทรงจำ กับลลิตา (พม่า) และ (6 ตุลา) ธงชัย
ธงทอง จันทรางศุ | น้ำท่วม หมา ‘จรจัด’ และความหมดท่า ของการหา ‘ทางออก’
การเมืองใต้เรื่องเล่า : คุยกับ กิตติศักดิ์ คงคา เจ้าของผลงานเล่มล่าสุด “ปาเจราจาบัลย์”
ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐและนักธุรกิจพันล้าน : โลกของทรัมป์อีกด้านหนึ่ง
ไฉนทรัมป์ถล่มอิหร่าน แต่เรียกคิมว่า ‘เพื่อนฉัน’?
การประหารที่ล้มเหลวในสหรัฐ ฉีดยาพิษ 2 โดสแต่ไม่ตาย