bg-single

เมื่อรู้ตัวว่าจะแพ้ กติกาก็เปลี่ยน: บทเรียนจากเมียนมา แกมเบีย และกินี

08.08.2026

คอลัมน์ ฝนไม่ถึงดิน
ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

ผมสังเกตมานานว่า การล้มกระบวนการประชาธิปไตยไม่ได้เกิดจากการฉีกกฎหมายอย่างโจ่งแจ้งเสมอไป

หลายครั้งมันเกิดขึ้นผ่านขั้นตอนที่ดูมีเหตุผลรองรับในตอนต้น แล้วค่อยๆ ขยายผลออกไปจนเกินขอบเขตเดิม

สามประเทศที่ผมจะพูดถึงในบทความนี้ คือเมียนมา แกมเบีย และกินี มีรูปแบบร่วมกันอย่างน่าสนใจ

นั่นคือผู้มีอำนาจทุกคนไม่ได้เปลี่ยนกติกาก่อนเกมเริ่ม แต่เปลี่ยนหลังจากรู้ผลหรือรู้แนวโน้มผลแล้วทั้งสิ้น

จังหวะเวลาตรงนี้เองที่ทำให้ทั้งสามเคสกลายเป็นบทเรียนที่ใช้อ้างอิงได้ชัดเจนกว่าการกล่าวหาเรื่องเจตนาลอยๆ


เมียนมาเป็นเคสที่รุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษที่ผ่านมา

พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือ NLD ของออง ซาน ซูจี ชนะเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน 2020 อย่างถล่มทลาย ได้ที่นั่งไป 396 จาก 476 ที่นั่งในสภา ขณะที่พรรคที่กองทัพหนุนหลังได้เพียง 33 ที่นั่ง

ส่วนต่างของคะแนนมากจนแทบไม่มีทางตีความเป็นอย่างอื่นได้นอกจากประชาชนปฏิเสธแนวทางที่กองทัพสนับสนุนอย่างชัดเจน กองทัพตอบโต้ด้วยการกล่าวหาว่ามีการโกงเลือกตั้งขนาดใหญ่ ทั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งของเมียนมาเองไม่เคยยืนยันข้อกล่าวหานี้

และเช้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021 ซึ่งเป็นวันที่รัฐสภาชุดใหม่นัดประชุมนัดแรกพอดี กองทัพก็ก่อรัฐประหารยึดอำนาจ ประกาศภาวะฉุกเฉิน 1 ปี พร้อมสัญญาว่าจะจัดการเลือกตั้งใหม่หลังจากนั้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ คำสัญญานั้นผ่านมาแล้วกว่า 5 ปี ยังไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริง

จังหวะเวลาของการก่อรัฐประหารคือหลักฐานสำคัญที่สุด เพราะมันไม่ได้เกิดก่อนวันเลือกตั้ง ไม่ได้เกิดระหว่างการนับคะแนน
แต่เกิดในวินาทีสุดท้ายก่อนอำนาจจะเปลี่ยนมือจริง

แกมเบียให้ภาพที่ต่างออกไปเล็กน้อย แต่สื่อความหมายไม่น้อยกว่ากัน

Yahya Jammeh ครองอำนาจประธานาธิบดีมา 22 ปีผ่านการรัฐประหารตั้งแต่ปี 1994 และเมื่อแพ้เลือกตั้งเดือนธันวาคม 2016 ให้กับ Adama Barrow

เขากลับยอมรับผลการเลือกตั้งผ่านการแถลงทางโทรทัศน์แห่งชาติในวันถัดมา เป็นภาพที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นสัญญาณบวกต่อประชาธิปไตยในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก
แต่ผ่านไปเพียง 7 วัน Jammeh กลับคำโดยสิ้นเชิง ปฏิเสธผลการเลือกตั้งที่ตัวเองเพิ่งยอมรับไปเอง อ้างว่าพบความผิดปกติทางเทคนิคในกระบวนการนับคะแนน และยื่นเรื่องต่อศาลสูงสุดขอให้ยกเลิกผลทั้งหมด

จุดที่ทำให้เคสนี้แปลกเป็นพิเศษ คือช่วงเวลา 7 วันตรงกลาง มันบอกเราว่าการเปลี่ยนใจไม่ได้มาจากการค้นพบหลักฐานใหม่อะไรจริงจัง

แต่มาจากการคำนวณผลประโยชน์ที่ตามมาทีหลังว่า ไม่ว่าอย่างไร ฉันก็จะไม่ยอมให้ฝั่งตรงข้ามเข้าเปลี่ยนแปลง

กินีเป็นเคสที่แตกต่างจากสองเคสแรกตรงที่ไม่ได้เกิดขึ้นหลังวันเลือกตั้ง แต่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นไม่นาน เป็นการเปลี่ยนกติกาแบบล่วงรู้ผลลัพธ์ล่วงหน้า

Alpha Condé ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี 2010 และตามรัฐธรรมนูญฉบับเดิมจะหมดสิทธิ์ลงสมัครสมัยที่ 3 ในปี 2020 อย่างชัดเจน

แต่ในเดือนมีนาคม 2020 รัฐบาลของเขาจัดประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ อ้างเหตุผลเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างการปกครองหลายด้าน

แต่แก่นแท้ของการแก้ไขคือการนับวาระการดำรงตำแหน่งใหม่เป็นศูนย์

ทำให้ อาลฟา กงเด
สามารถลงสมัครได้อีก 2 สมัยภายใต้ตรรกะที่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือจุดเริ่มต้นใหม่

เมื่อวางสามเคสนี้เทียบกัน ผมเห็นแกนร่วมที่ชัดเจนอยู่ 3 ชั้น

ชั้นแรกคือ การอ้างเหตุผลทางเทคนิคหรือกฎหมายเสมอ ไม่มีใครในสามเคสนี้ประกาศตรงๆ ว่าไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ทุกคนหาข้ออ้างที่ฟังดูมีเหตุผลรองรับมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นข้อกล่าวหาการโกงในเมียนมา ความผิดปกติทางเทคนิคในแกมเบีย หรือการปฏิรูปโครงสร้างในกินี

ชั้นที่สองคือ จังหวะเวลาที่ผูกติดกับผลการเลือกตั้งหรือแนวโน้มผลอย่างแนบแน่น ไม่มีเคสไหนที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในช่วงเวลาปกติที่ไม่มีการเลือกตั้งใกล้เข้ามา ทุกการกระทำเกิดขึ้นในหน้าต่างเวลาที่แคบมาก รอบวันเลือกตั้งหรือวันส่งมอบอำนาจ

ชั้นที่สามคือ ผลลัพธ์สุดท้ายที่แตกต่างกันตามความเข้มแข็งของกลไกภายนอกที่เข้ามาตรวจสอบถ่วงดุล ที่จะนำสู่การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศแบบปิด ทำให้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง

สิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดสำหรับใครก็ตามที่ติดตามกรณีแบบนี้ ไม่ใช่การถกเถียงเรื่องเจตนาของผู้มีอำนาจ เพราะเจตนาเป็นสิ่งที่พิสูจน์ในทางกฎหมายได้ยากเสมอ
สิ่งที่พิสูจน์ได้ง่ายกว่าและมีน้ำหนักมากกว่าคือเส้นเวลาของเหตุการณ์

การเปลี่ยนกติกาเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ทับซ้อนกับการรู้ผลหรือแนวโน้มผลอย่างแนบแน่น

ภาระการพิสูจน์ย่อมตกอยู่กับผู้ที่ริเริ่มการเปลี่ยนแปลงนั้น ไม่ใช่ผู้ที่ตั้งคำถาม

สามเคสนี้สอนให้เห็นว่าประชาธิปไตยไม่ได้พังลงเพราะไม่มีกฎหมาย

แต่พังลงเพราะมีคนใช้กฎหมายและข้ออ้างทางเทคนิคเป็นเครื่องมือขยายผลเกินขอบเขตที่ควรจะเป็น ในจังหวะเวลาที่แคบที่สุดและอ่อนไหวที่สุดของกระบวนการประชาธิปไตยเสมอ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภูมิรัฐศาสตร์น้ำ ในหลังคาโลกกำลังสุ่มเสี่ยง ‘โลกร้อน’ คือชนวนตัวใหม่รอวันระเบิด
50 ปี 6 ตุลา (3) 2520 – ปีแห่งการรัฐประหาร
เชลยศึกสงครามลาว (49) “ทหารรับจ้าง”
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับ ‘ชีวประวัติของชาติในสายตาของฉัน’ (32)
E-DUANG | มติกล้าธรรม เป็น ค้านอิสระ ส่งแรงสะเทือน สู่ “เพื่อไทย”
“รางวัลชมนาด” ก้าวสู่ครั้งที่ 15 จากเวทีประกวด สู่ “พื้นที่สร้างนักเขียนหญิงไทย”
22 ปีความรุนแรงชายแดนใต้ : สู่เส้นทางหยุดเลือดและน้ำตา
ชวนคิดชวนคุยเรื่องใต้! | สุรชาติ บำรุงสุข
Gachiakuta : ขยะ การซ่อม และจิตวิญญาณของสิ่งของ
ดินแดง ราชปรารภ เด็กชาย คุณากร ศรีสุวรรณ พลีชีพ สังเวย ต่อกระสุนปืน ‘ความเร็วสูง’
ทำงานกะกลางคืน ระวังภัยเงียบที่ซ่อนอยู่
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (194)