bg-single

Mitta del Santi ศิลปะแห่งการประสานผืนผ้าที่สะท้อนประวัติศาสตร์ ของพื้นที่แสดงงานและสถานการณ์ทางสังคม

03.11.2025

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

งานศิลปะ นอกจากจะเป็นสิ่งที่มุ่งเน้นในการนำเสนอความสวยงาม เพลิดเพลินเจริญตาเจริญใจให้ผู้คนได้ชื่นชมแล้ว งานศิลปะยังสามารถเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนสังคม ทั้งในประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่สถานการณ์ทางการเมืองก็ตามที

เช่นเดียวกับผลงานของ เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ ศิลปินสิ่งทอระดับแนวหน้าของไทย ผู้เป็นที่รู้จักจากผลงานศิลปะสิ่งทอที่นำขยะและข้าวของใช้แล้ว (Upcycle) กลับมาทำเป็นเส้นใยสิ่งทอ เธอพัฒนาแนวทางการทำงานเฉพาะตัว ที่หลอมรวมความยั่งยืน (Sustainability) เข้ากับการทำงานศิลปหัตถกรรมและนวัตกรรมทางการออกแบบ จนกลายเป็นผลงานที่ทั้งดึงดูดสายตาและเปี่ยมจิตสำนึกทางสิ่งแวดล้อม ด้วยการเปลี่ยนขยะของเหลือใช้ในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นงานศิลปะอันโดดเด่นสะดุดตา

ในนิทรรศการครั้งล่าสุดของเธออย่าง Mitta del Santi นอกจากจะนำเสนอผลงานศิลปะที่เป็นมิตรและตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมอย่างมากแล้ว ผลงานครั้งนี้ของเธอยังสะท้อนความตึงเครียดและเปราะบางของสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยผลงานศิลปะที่กระตุ้นให้ผู้ชมตระหนักถึงความเป็นไปได้ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างสองประเทศ

โดยเพลินจันทร์กล่าวถึงที่มาของนิทรรศการครั้งนี้ของเธอว่า

“Mitta del Santi ชื่อของนิทรรศการมีที่มาจากภาษาสันสกฤต คำว่า มิตรา (Mitta) แปลว่า ‘เพื่อน’ ส่วนคำว่า สันติ (Santi) คือ ‘สันติภาพ’ ตอนที่ทำงานชิ้นนี้ เป็นช่วงที่เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ฉันมองว่าความขัดแย้งที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ล้วนแล้วแต่เกิดจากประเทศที่เป็นเพื่อนบ้านกันทั้งนั้น เพราะเขตแดนของประเทศนั้นเบาบาง ไม่ต่างอะไรกับเส้นไหม

“ในทางกลับกัน ฉันมองว่าประเทศที่เป็นเพื่อนบ้านกันนั้นมักจะมีอะไรร่วมกันอยู่บ้าง อย่างประเทศเรากับประเทศเพื่อนบ้าน ยังมีความเข้าใจในภาษาของกันและกัน มีจุดร่วมทางศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อ และความศรัทธา ที่ต่างก็หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกันไปมา และมีรายละเอียดคล้ายกันมาก เอาจริงๆ คนที่ทะเลาะกันไม่ได้อยู่ตรงพื้นที่นั้นหรอก แต่เป็นคนในเมืองหลวง คนในศูนย์กลางของประเทศมากกว่า แต่คนที่เผชิญหน้าจากปัญหาความขัดแย้งคือคนที่อยู่ตรงพรมแดนระหว่างประเทศนั่นแหละ ที่น่าสงสารที่สุด แทนที่เราจะมองแต่ในแง่ลบหรือสิ่งไม่ดี ทำไมเราไม่มองอะไรดีๆ บ้าง ว่าเราอยู่ร่วมกันได้ เหมือนผลงานชิ้นนี้ ที่เอางานเก่าหลายชิ้น วัสดุ ของเหลือใช้ต่างชนิด ต่างช่วงเวลามาอยู่ร่วมกันให้กลายเป็นงานชิ้นเดียวกัน เป็นเรื่องราวเดียวกัน และบอกเล่าเรื่องราวใหม่ๆ ได้

“ฉันมองว่าคนที่เดือดร้อนจากความขัดแย้งระหว่างประเทศนั้นอยู่บนพรมแดนที่เล็กและบางมากๆ จนเรามองไม่เห็น เหมือนงานชิ้นนี้ ที่มีงานหลายๆ ชิ้นอยู่ด้วยกัน เชื่อมต่อกันแนบเนียนจนมองไม่เห็นพรมแดน ดังนั้น แทนที่เราจะใช้ความรุนแรงต่อกัน ทำไมเราไม่ถอยกลับมามอง แล้วหาแง่มุมดีๆ ปฏิบัติต่อกันในแง่มุมที่ดีกว่านี้ งานชิ้นนี้ของฉันพูดถึงประเด็นที่ว่านี้”

นอกจากสะท้อนสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองของประเทศไทยในปัจจุบันแล้ว ผลงานศิลปะจัดวางเฉพาะพื้นที่ขนาดมหึมาชิ้นนี้ของเพลินจันทร์ยังทำงานตอบโต้โดยตรงกับประวัติศาสตร์ของอาคารพื้นที่แสดงงานอย่าง บางกอก คุนส์ฮาเลอ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งขององค์กรผู้ผลิตสิ่งพิมพ์เพื่อความรู้และการศึกษาอย่างสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิชในอดีตอีกด้วย

“สิ่งที่ฉันพยายามทำคือการให้เกียรติสถานที่ที่เคยเป็นสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ฉันจึงไปค้นหาหนังสือตำราเรียนเก่าๆ ของสำนักพิมพ์ อย่างหนังสือ ดรุณศึกษา มาเปิดอ่าน และดึงคำที่มีความหมายในแง่บวก เยียวยา คำที่อ่านแล้วรู้สึกดีออกมา ประจวบกับเพื่อนที่เพิ่งทำงานแฟชั่นโชว์เขามีเศษผ้าเหลือเยอะมากๆ เป็นแถบๆ ส่งมาให้ฉันเป็นลังๆ ฉันจึงนึกถึงโลโก้ของสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ที่เป็นวงกลมซ้อนกัน ฉันก็เอาผ้ามาตัดเป็นวงกลมจำนวนทั้งหมด 399 วง แล้วเอามาเรียงต่อกันไปเรื่อยๆ แบบรูปทรงอิสระ ถ้าดูบนวงกลมพวกนี้ใกล้ๆ จะเห็นถ้อยคำจากหนังสือ ถูกประทับลงไปบนผ้าวงกลมเหล่านี้ คำพวกนี้เมื่ออยู่รวมกันแล้วสามารถเล่าเรื่องใหม่ได้หลายเรื่อง เป็นเรื่องราวที่มีแง่คิดเชิงบวก และด้วยความเป็นแม่ ฉันจะไม่รู้ตัวหรอกว่าทุกอย่างที่ฉันทำจะมาจากลูกของฉัน ตอนทำงานชิ้นนี้ ลูกน้องที่ช่วยเราทำบอกเราว่า ฉันพูดกับลูกชายอยู่เหรอ ฉันก็เพิ่งรู้ตัว ว่างานสะท้อนตัวฉันออกมา ทุกอย่างที่ฉันทำ คือสิ่งที่ฉันสื่อออกมา การทำงานคือการเยียวยาของฉันอย่างหนึ่ง”

นอกจากเป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินสิ่งทอระดับแนวหน้าแล้ว เพลินจันทร์ยังมีอีกบทบาทในฐานะนักออกแบบสิ่งทอแถวหน้าของเมืองไทยผู้เป็นที่รู้จักในระดับสากลอีกด้วย แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ผลงานของเพลินจันทร์มักใช้วัสดุนอกกรอบและวัสดุเหลือใช้นำกลับมาใช้ใหม่ เช่น เทปคาสเสต เอ็นตกปลา สายทองเหลือง เส้นใยโลหะ กระป๋องน้ำอัดลม ขวดน้ำอัดลมพลาสติก ไปจนถึงถุงน่องใช้แล้ว ทำให้ผลงานของเธออยู่เหนือขอบเขตของงานออกแบบเพื่อการตกแต่ง และวางตัวอยู่บนพรมแดนทับซ้อนระหว่างศิลปะกับงานออกแบบ

“คนมักจะชอบมองและตั้งคำถามว่าฉันเป็นนักออกแบบ? หรือเป็นศิลปิน? ฉันมักจะตอบว่า ฉันเป็นทั้งสองอย่างได้ไหม แต่คนมักจะบอกว่า ไม่ได้ คุณต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ฉันถามว่า ทำไมฉันจะต้องแยก ในเมื่อเวลาฉันทำงานออกแบบ อย่างการทำพรมให้โรงแรม นั้นมีเศษผ้าเศษวัสดุเหลือเยอะมาก ฉันก็เอาเศษผ้าเศษวัสดุที่เหลือจากการทำพรมมาทำเป็นงานศิลปะ เอาของเหลือใช้จากการทำงานออกแบบผลิตภัณฑ์มาทำเป็นงานศิลปะ บางครั้งงานศิลปะของฉันก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับการทำงานออกแบบ ฉันดูงานศิลปะที่ทำแล้วอาจจะคิดแพตเทิร์นใหม่ๆ สำหรับการทอพรม เพราะฉะนั้นฉันแยกไม่ได้ และไม่จำเป็นต้องจำกัดความหรือบอกว่าตัวเองเป็นอะไร อะไรก็คือตัวฉัน เพราะมันมาจากคนคนเดียวกัน สำหรับฉัน ฉันมองว่างานของฉันเป็นวงกลม เหมือนการรีไซเคิล หมุนอยู่รอบตัวเอง งานของฉันมีทั้งการทอ ปัก ถัก ผูก พัน สำหรับฉัน ทั้งหมดมีแกนกลางอันเดียวกัน แล้วแต่ใครจะไปทำให้พิเศษเป็นเทคนิคของตัวเองได้อย่างไร แตกต่างกันอย่างไร”

รูปแบบการทำงานที่สะท้อนตัวตนของเพลินจันทร์ออกมาทำให้เรานึกถึงแนวทางศิลปะที่เรียกว่า ‘Confessional Art’ หรืองานศิลปะที่เป็นรูปแบบเฉพาะของศิลปินหญิงที่ใช้ผลงานศิลปะเป็นเสมือนหนึ่งเครื่องมือในการถ่ายทอดภาพชีวิต ตรวจสอบและรำลึกถึงตัวตน และเยียวยาความรู้สึกนึกคิดและจิตวิญญาณของตนเองผ่านมุมมองทางศิลปะ เช่นเดียวกับศิลปินอย่าง หลุยส์ บรูชัวร์ (Louise Bourgeois), เทรซี เอมิน (Tracy Emin) หรือโยโกะ โอโนะ (Yoko Ono) เป็นต้น

“ถ้าชีวิตฉันทำอะไรอยู่ ณ วินาทีนั้น งานจะเป็นไปตามนั้น ฉันคิดว่า สำหรับคนเป็นแม่ สิ่งสำคัญที่สุดคือลูก การทำงานของฉันคือสิ่งที่ฉันอยากสอนลูก สอนให้ลูกเก็บขยะ รีไซเคิล ให้คุณค่ากับสิ่งแวดล้อม แล้วก็สอนตัวเองด้วย ตัวฉันเองยังคำนึงถึงความยั่งยืนในการใช้ชีวิต ด้วยการทำงานที่ใช้วัตถุดิบรีไซเคิล อัพไซเคิลในการทำงานมาตั้งแต่ 12 ปีที่แล้ว เราและครอบครัวของเรายังนึกถึงสิ่งเหล่านี้ในชีวิตประจำวัน ด้วยการหยิบเอาขวดน้ำพลาสติกใช้แล้วกลับมาใช้ทำงานศิลปะ ฉันไม่ได้ทำอะไรที่ไกลเกินตัว เอาแค่ครอบครัวของฉันเอง คนที่ทำงานด้วยกันก็เป็นครอบครัว ฉันไม่จำเป็นต้องทำให้แนวคิดของฉันเป็นกฎระเบียบสำหรับพวกเขา

“แต่วันหนึ่งที่ฉันไปติดตั้งงาน แล้วมีเศษวัสดุเหลือจากการติดตั้งอยู่ พอฉันจะกลับบ้าน ฉันบอกลูกน้องให้เก็บเศษที่เหลือด้วย ลูกน้องของฉันบอกว่า เศษที่เหลือเราจะเก็บไว้ทำงานศิลปะไหม เท่านั้นแหละ ฉันน้ำตาจะไหล ขอแค่เขาซึมซับแค่นิดหนึ่งฉันก็ดีใจแล้ว นี่คือตัวตนของฉัน ชีวิตของฉัน คือสิ่งที่ฉันอยากจะพูด อยากจะสื่อสารผ่านงานชิ้นนี้ของฉัน”

นิทรรศการ Mitta del Santi โดย เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ จัดแสดง ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle) 599 ซอยพันธ์จิตร แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน-30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00-20.00 น. (เปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ จนกว่าจะประกาศเปิดตามเวลาทำการปกติ)

ภายในนิทรรศการยังมีการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อป Weaving a Story ให้กับประชาชนทั่วไปและผู้สนใจสามารถเข้าร่วมถักทอเรื่องราวของตนเอง หรือสานต่อความทรงจำและประวัติศาสตร์ของพื้นที่แสดงงาน ด้วยวัสดุและอุปกรณ์ที่จัดเตรียมไว้ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในวันที่ 8 และ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.00-18.00 น. ติดตามหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ facebook Bangkok Kunsthalle อีเมล [email protected]

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Bangkok Kunsthalle, ถ่ายภาพโดย Warun Wanapaiboon



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา 1 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
ประเทศไม่ได้ ‘คดงอ’ | เหยี่ยวถลาลม
MatiTalk “พลพีร์ สุวรรณฉวี” มท.2 กับ KPI ใน “กระทรวงมหาดไทย” ที่ร้อนที่สุดเวลานี้!
ธงทอง จันทรางศุ | วนเวียนในความ ‘หลง’
โค้งสุดท้ายลุ้น! ผบ.ตร.คนที่ 16 ‘นิรันดร- สำราญ’ ชิงดำ ใครจะฝ่าโครงสร้างหลวมเข้าวิน?
5 เหตุการณ์ที่โลกจับตา ในครึ่งหลังปี 2569
รัฐบาลประหลาดรัฐบาลที่โลกลืม
วันที่สหรัฐทิ้ง…ยุโรปจะสู้อย่างไร?
จีนจะเป็นคนกลางไหม ? | สุรชาติ บำรุงสุข
‘ชาติ-ชุมชน-ความใฝ่ฝัน’ ของประเทศ ‘นอร์เวย์’ | ปราปต์ บุนปาน
ความตายของพระธุดงค์บนถนนไทยไทย | กวีกระวาด : วรากรณ์ พูลสวัสดิ์
สุสาน