bg-single

คุยกับทูต | เอลชิน บาชีรอฟ อาเซอร์ไบจาน ฉลองครบรอบ 34 ปี แห่งการฟื้นฟูเอกราช (3)

21.12.2025

รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน

Chanadda Jinayodhin

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในฐานะประเทศที่อุดมไปด้วยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

“หลังการรับรองวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ค.ศ.2030 อาเซอร์ไบจานได้พยายามอย่างต่อเนื่อง

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายโดยการทุ่มเทอย่างเต็มที่และไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อดำเนินงานหรือใช้ชีวิตบนหลักการของการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งฝังรากลึกอยู่ในนโยบายและกลยุทธ์ต่างๆ ของประเทศ

อาเซอร์ไบจานจึงทุ่มเททรัพยากรจำนวนมากให้กับโครงการริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อม และยังคงมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคและโลก การบรรลุการเติบโตที่ครอบคลุมและยืดหยุ่น รวมถึงการสร้างหลักประกันการพัฒนาที่ยั่งยืน จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์จากเศรษฐกิจที่พึ่งพาน้ำมันไปสู่เศรษฐกิจที่มีความหลากหลายมากขึ้น

เส้นทางการเปลี่ยนแปลงนี้เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างต่อเนื่องในการพัฒนามนุษย์ และการสร้างการเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งกับตลาดระดับภูมิภาคและโลก เพื่อปลดล็อกศักยภาพการส่งออกของอาเซอร์ไบจาน”

นายเอลชิน รากุบ โอกลู บาชีรอฟ (H.E. Mr.Elchin Ragub oglu Bashirov) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทย ชี้แจงถึงอุปสรรคสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

นายเอลชิน รากุบ โอกลู บาชีรอฟ (H.E. Mr.Elchin Ragub oglu Bashirov) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทย

“อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งในการบรรลุเป้าหมาย SDGs คือ ปัญหาทุ่นระเบิดที่แพร่หลาย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความพยายามระดับโลกในการสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองระหว่างประเทศ เนื่องจากการรุกรานทางทหารของอาร์เมเนียต่ออาเซอร์ไบจานเป็นเวลานานถึง 30 ปี อาเซอร์ไบจานจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีมลพิษจากทุ่นระเบิดมากที่สุดในโลก

ปัญหาทุ่นระเบิดในอาเซอร์ไบจานเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรมและเศรษฐกิจรุนแรง ส่งผลกระทบต่อประชาชนนับล้านชีวิต สุขภาพ ความปลอดภัย ความมั่นคง การเข้าถึงที่ดินทำกิน ทรัพยากรสำคัญ โครงสร้างพื้นฐานเสียหาย ทำลายสิ่งแวดล้อม และขัดขวางการพัฒนา การฟื้นฟูหลังความขัดแย้ง และการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนอย่างมาก ทำให้ชาวบ้านต้องอยู่อย่างหวาดกลัว ไม่สามารถกลับไปทำเกษตรหรือใช้ที่ดินได้ตามปกติ

อาเซอร์ไบจานติดอันดับประเทศที่มีการปนเปื้อนทุ่นระเบิดมากที่สุดในโลก ภาพ – AZERNEWS

การแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิดในอาเซอร์ไบจานสำคัญมากต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพราะทุ่นระเบิดเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อชีวิต ความปลอดภัย และเศรษฐกิจ (โดยเฉพาะการเกษตร การฟื้นฟู) ทั้งรัฐบาลและนานาชาติกำลังทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้นเพื่อกวาดล้างทุ่นระเบิด ฟื้นฟูพื้นที่ และช่วยเหลือเหยื่อ เพื่อให้อาเซอร์ไบจานกลับสู่ภาวะปกติและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบงาน UN และองค์กรต่างๆ

โดยในปี 2024 อาเซอร์ไบจานได้เสนอรายงานการทบทวนระดับชาติโดยสมัครใจ (Voluntary National Reviews : VNR) ครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ “การเสริมสร้างวาระปี 2030 และการขจัดความยากจนในยามวิกฤต : การส่งมอบแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน ยืดหยุ่น และสร้างสรรค์อย่างมีประสิทธิภาพ”

อิเชรี เชเฮอร์ (Icheri Sheher)เมืองเก่าอยู่ใจกลางเมืองบากู (Baku)
Maiden Tower หรือ Qiz Qalasi เป็นหอคอยหินอายุ 12 ศตวรรษที่ตั้งอยู่ในเมืองเก่าบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน

รัฐบาลยังตระหนักถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกด้วยเทคโนโลยีสีเขียว การเปลี่ยนผ่านไปสู่แหล่งพลังงานสะอาด โดยเปลี่ยนรูปแบบการผลิต การบริโภค และขยะ แบบจำลองเชิงเส้นแบบดั้งเดิมของการผลิต (The traditional linear model of production) ไปเป็นแบบหมุนเวียน ซึ่งให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การรีไซเคิล และการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเป็นศูนย์กลาง”

แบบจำลองเชิงเส้นแบบดั้งเดิมของการผลิต คือระบบเศรษฐกิจแบบ ” นำเข้า-ผลิต-ใช้แล้วทิ้ง ” (Take-Make-Waste) เน้นการสกัดทรัพยากรธรรมชาติมาผลิตเป็นสินค้า บริโภค และกำจัดทิ้งเป็นขยะ โดยมองทรัพยากรไม่จำกัดและต้นทุนการกำจัดต่ำ ทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากร มลพิษ และไม่ยั่งยืน ต่างจากเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เน้นการใช้ทรัพยากรซ้ำให้คุ้มค่าที่สุด

“ด้วยแรงบันดาลใจในการส่งมอบความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อปีที่แล้ว อาเซอร์ไบจานภายใต้การนำของประธานาธิบดีอิลฮัม อาลีเยฟ (Ilham Aliyev) ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม COP ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดครั้งหนึ่งและต้อนรับชุมชนโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืนและความร่วมมือ

COP29 หรือการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 29 ของอนุสัญญาสหประชา ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) 2024 ณ กรุงบากู เมืองหลวงของอาเซอร์ไบจาน

อาเซอร์ไบจานเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP) ครั้งที่ 29 (COP29) ในปี 2024 ที่กรุงบากู ซึ่งเป็นเวทีสำคัญระดับโลกที่รวบรวมผู้คนกว่า 70,000 คน ผู้นำ 80 คนจากทั่วโลก และภาคส่วนต่างๆ เพื่อหารือเรื่องการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โดยเน้นการสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอาเซอร์ไบจานในการเป็นศูนย์กลางการเจรจาเพื่ออนาคตสีเขียวของโลก

การรับรองเป้าหมายทางการเงินร่วมเชิงปริมาณใหม่ในการประชุม COP29 หรือที่เรียกว่าเป้าหมายทางการเงินบากู (Baku Finance Goal) ถือเป็นก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์ของการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งถือเป็นการเพิ่มเป้าหมายทางการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศเดิมที่ล้าสมัยเป็นสามเท่า ทำให้เป็นพันธสัญญาทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในการเจรจาเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ

การระดมเงินอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีจากแหล่งสาธารณะในประเทศพัฒนาแล้ว จนถึงปี 2035 จะช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาได้รับการสนับสนุนทางการเงินที่คาดการณ์ได้สมจริง และสามารถนำไปปฏิบัติได้”

ประเด็นการระดมทุน 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อปีจากประเทศพัฒนาแล้วถึงปี 2035 เพื่อสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนา เป็นข้อเสนอที่สำคัญและมีเป้าหมายชัดเจน โดยเน้นเรื่องความมั่นคงทางการเงิน การเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

ซึ่งหากทำได้จริงจะช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาวางแผนได้ดีขึ้น ลดความผันผวน และนำไปสู่การพัฒนาที่จริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านพลังงานสะอาดและการปรับตัวต่อสภาพอากาศ แต่ความท้าทายอยู่ที่การผลักดันให้เกิดขึ้นจริงและแหล่งเงินทุนที่มาจากภาครัฐอาจต้องใช้กลไกที่ซับซ้อน

ภูเขาไฟยานาร์ดัก (Yanardagh – Burning Mountain)

อาเซอร์ไบจาน ดินแดนแห่งไฟและวัฒนธรรม

“ด้วยแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอันมหาศาล อาเซอร์ไบจานจึงมักถูกเรียกว่า “ดินแดนแห่งไฟ” ในบางพื้นที่ก๊าซธรรมชาติจะซึมขึ้นสู่ผิวดินและลุกไหม้ขึ้นเองตามธรรมชาติ ก่อให้เกิดเปลวไฟลุกไหม้อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในตัวอย่างที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ยานาร์ ดัก (Yanar Dag) ซึ่งแปลว่า “ภูเขาที่ลุกไหม้” ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอับเชรอน (Absheron Peninsula) แต่เปลวไฟไม่ได้เกิดจากภูเขาไฟ หากเกิดจากก๊าซธรรมชาติที่รั่วไหลขึ้นมาและลุกไหม้ในอากาศ

ปรากฏการณ์ไฟธรรมชาติเหล่านี้สร้างความสนใจให้กับนักเดินทางมานานนับพันปี มาร์โค โปโล (Marco Polo) พ่อค้า นักสำรวจ และผู้เขียนชาวเวนิส ได้บันทึกถึงปรากฏการณ์นี้ไว้เมื่อครั้งเดินทางผ่านภูมิภาคนี้ในศตวรรษที่ 13 และเชื่อกันว่าชื่อของอาเซอร์ไบจานมาจากปรากฏการณ์ไฟลุกโชนนี้”

เอกอัครราชทูตเอลชิน บาชีรอฟ สรุปว่า

“ไฟมีความหมายเชิงสัญลักษณ์อันลึกซึ้งในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของอาเซอร์ไบจาน ครั้งหนึ่งประเทศนี้เคยเป็นศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของศาสนาโซโรอัสเตอร์ (Zoroastrianism) ซึ่งเป็นศาสนาโบราณที่บูชาไฟเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งความบริสุทธิ์และพลังชีวิต”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน