1
ไอหมอกจางๆ ปกคลุมเมืองเชียงใหม่ยามบ่ายแก่ๆ อากาศหนาวเย็นกำลังดีชวนให้นั่งจิบชาจิบกาแฟร้อนๆ ที่ร้านเล็กๆ ในย่านถนนนิมมานฯ ผมนั่งมองดูนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมาอย่างสบายอารมณ์ จนกระทั่งเพื่อนรักทั้งสองคนของผม คือพลอยกับกานต์เดินเข้ามาในร้าน พลอยดูสดชื่นในเสื้อสเวตเตอร์ถักคอกลมสีเขียวหยก ส่วนกานต์สะพายกระเป๋าเป้หนังที่ดูจริงจังเหมือนเช่นเคย
“ขอโทษที่มาช้านะธีร์ ติดธุระที่หน้าวัดพระสิงห์นิดหน่อย” พลอยเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่เป็นไรหรอกพลอย ฉันเพิ่งสั่งกาแฟให้พวกเธอพอดี” ผมตอบพลางเลื่อนแก้วกาแฟและแก้วชาไปให้เพื่อนทั้งสอง
“ช่วงนี้เชียงใหม่อากาศดีมากเลยนะ เหมาะกับการเดินเล่นหาของขวัญปีใหม่ที่สุดแล้ว”
กานต์จิบชาอุ่นๆ แล้วเปิดสมุดบันทึกเล่มเดิมของเขา “นั่นแหละประเด็นที่ผมชวนพวกคุณมาวันนี้” เขาพูดพลางกวาดสายตาไปบนรายชื่อที่จดไว้ “ปีใหม่นี้ผมอยากมอบของขวัญที่แสดงความเคารพและความผูกพันให้แก่ผู้ใหญ่ที่นับถือ และ ‘กัลยาณมิตร’ ที่คอยช่วยเหลือผมมาตลอด แต่ผมก็ยังหาของที่ถูกใจไม่ได้เลย”
“อืม…เข้าใจเลยค่ะ” พลอยพยักหน้า “ของขวัญสำหรับผู้ใหญ่ที่เคารพต้องเป็นของที่มีคุณค่าและมีความหมายพอสมควร”
ผมวางแก้วกาแฟลงแล้วยิ้มกว้าง “ไม่ต้องคิดมากเลยกานต์ ฉันมีคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด นั่นก็คือ หนังสือไงล่ะ! ที่เชียงใหม่นี่มีร้านหนังสือดีๆ ที่มีหนังสือหายากและน่าสนใจเยอะแยะเลยนะ”
กานต์เลิกคิ้วเล็กน้อย “หนังสือเหรอ? ใช่! เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมากธีร์! เพราะหนังสือมันคือของขวัญที่ให้ปัญญาและอยู่ได้นานกว่าของอย่างอื่นเยอะเลย”
“ถูกต้องค่ะ!” พลอยเสริม “และการที่เราเลือกหนังสือที่ตรงกับความสนใจของผู้รับ มันแสดงถึงความใส่ใจของเราด้วยนะ”
“เยี่ยม! งั้นเราไปที่ร้าน ‘สุริวงศ์บุ๊ค’ กันเลยไหม? ที่นั่นมีหนังสือหลากหลายแนวมาก ทั้งวรรณกรรม ธรรมะ ประวัติศาสตร์ สุขภาพ และหนังสือหายาก น่าจะตอบโจทย์ทุกคนในลิสต์ของนายนะ” ผมเสนอ
2
เรามุ่งหน้าไปยังร้านหนังสือเก่าแก่ชื่อดังของเมืองเชียงใหม่ที่ตั้งอยู่บนถนนศรีดอนไชย ต.หายยา อ.เมือง มีลักษณะเป็นอาคารสูง สถาปัตยกรรมแบบสมัยใหม่ที่ดูขรึมและสร้างแรงบันดาลใจ ภายในร้านหนังสืออบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและกาแฟสด บรรยากาศเงียบสงบและชวนให้ดื่มด่ำ
“โอ้โห! แค่เดินเข้ามาก็ได้กลิ่นอายของความรู้เลยนะ” กานต์พูดเบาๆ อย่างตื่นเต้น
ผมมองสมุดบันทึกที่กานต์เปิดค้างไว้ “เอาล่ะกานต์ เรามาเริ่มกันที่รายชื่อแรกเลย ‘อาจารย์วีระสิทธิ์’ ท่านเป็นอาจารย์สอนภาษาไทยที่สอนเรามาตั้งแต่มัธยม ท่านเกษียณไปแล้ว แต่ยังคงเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของนาย ท่านชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับภูมิปัญญาพื้นถิ่น และงานเขียนเชิงปรัชญาการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย”
พลอยเดินนำไปที่โซนวรรณกรรมท้องถิ่นอย่างมั่นใจ “ถ้าเป็นแนวภูมิปัญญาพื้นถิ่นของภาคเหนือ พลอยว่าต้องมาโซนนี้ค่ะ! หนังสือที่เขียนโดยนักเขียนท้องถิ่นมักจะมีความลึกซึ้งและมีเสน่ห์เฉพาะตัว”
ผมช่วยพลอยค้นหา แล้วก็เจอหนังสือเล่มหนึ่งที่มีปกเป็นภาพวาดวัดเก่า ชื่อว่า ‘มงคลล้านนา : ธรรมะกับการดำเนินชีวิต’
“กานต์! ลองดูเล่มนี้สิ” ผมหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา “เป็นงานเขียนที่รวมบทความธรรมะ ข้อคิด และปรัชญาการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุชาวเหนือที่เรียบง่าย แต่มีพลังทางจิตใจมาก น่าจะตรงกับแนวคิดของท่านอาจารย์วีระสิทธิ์ที่ชอบความสงบและสัจธรรม”
กานต์รับหนังสือมาเปิดดูอย่างละเอียด “เนื้อหาดีมากเลยธีร์! ผมจำได้ว่าอาจารย์วีระสิทธิ์เคยพูดถึงเรื่องการใช้ชีวิตที่พอเพียง หนังสือเล่มนี้ดูมีคุณค่าทางใจและเป็นการให้เกียรติผู้รับอย่างมากเลยครับ” เขาเก็บหนังสือเล่มแรกใส่ตะกร้าอย่างทะนุถนอม
3
ต่อมากานต์ก็กล่าวถึงรายชื่อที่สอง ‘คุณลุงประเสริฐ’ ซึ่งเป็นนักธุรกิจรุ่นอาวุโสที่เคยให้คำปรึกษาด้านการลงทุนและธุรกิจส่วนตัวแก่กานต์มาตั้งแต่เริ่มต้น “คุณลุงประเสริฐเป็นคนทันสมัย ชอบเรื่องการบริหารความเสี่ยง การลงทุนในตลาดหุ้น และชีวประวัติของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ”
เราสามคนเดินไปยังโซนธุรกิจและการเงิน ซึ่งเต็มไปด้วยหนังสือภาษาไทยและภาษาอังกฤษเล่มหนาๆ
“นักธุรกิจระดับคุณลุงประเสริฐ คงไม่อ่านหนังสือการลงทุนทั่วๆ ไป” พลอยออกความเห็น “น่าจะเป็นหนังสือที่ให้ ‘มุมมอง’ ที่แตกต่าง หรือหนังสือชีวประวัติที่สร้างแรงบันดาลใจ”
ผมเห็นหนังสือเล่มหนึ่งวางเด่นอยู่บนชั้น มันเป็นหนังสือปกแข็งสีแดงเข้ม ชื่อว่า ‘The Global Mindset : ศาสตร์แห่งการบริหารความเสี่ยงระดับโลก’ เป็นงานแปลจากหนังสือขายดีของนักคิดด้านการเงินระดับโลก
“เล่มนี้เป็นไงกานต์?” ผมยื่นให้เขาดู “มันไม่ใช่แค่เรื่องหุ้น แต่เป็นแนวทางการบริหารความเสี่ยงในระดับมหภาค ซึ่งเป็นเรื่องที่นักธุรกิจที่มองการณ์ไกลอย่างคุณลุงประเสริฐน่าจะสนใจเป็นพิเศษ”
กานต์เปิดดูสารบัญอย่างรวดเร็ว “ใช่เลยธีร์! การวิเคราะห์ความเสี่ยงระดับโลกนี่แหละคือสิ่งที่ผมเคยได้ยินคุณลุงพูดถึงบ่อยๆ มันแสดงให้เห็นว่าเราใส่ใจในการเลือกของขวัญจริงๆ ขอบคุณมากนะ! เล่มนี้แหละครับ”
“เหลืออีกสองคนสินะ?” ผมถาม “ใครต่อ?”
“คนต่อไปคือ ‘คุณหมออรุณ’ ครับ เป็นกัลยาณมิตรที่ดูแลสุขภาพของครอบครัวผมมาหลายปี ท่านเป็นคนรักสุขภาพมาก และชอบการศึกษาเรื่องสมุนไพรและธรรมชาติบำบัด” กานต์ตอบ
พลอยรีบเดินนำไปยังโซนสุขภาพและสมุนไพร “เรื่องสุขภาพต้องให้พลอยค่ะ! เดี๋ยวนี้ตำราสมุนไพรไทยกลับมาเป็นที่นิยมมาก ลองดูพวกหนังสือที่มีภาพประกอบสวยๆ และข้อมูลวิจัยที่น่าเชื่อถือสิคะ”
4
พลอยใช้เวลาอยู่ที่โซนสุขภาพค่อนข้างนาน เธอเลือกหนังสือมาสามเล่มเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนจะตัดสินใจเลือกเล่มหนึ่งที่มีภาพสมุนไพรไทยวาดด้วยมือดูวิจิตรบรรจง ชื่อว่า ‘สมุนไพรไทย ภูมิปัญญาแห่งชีวิต’
“เล่มนี้แหละค่ะกานต์! มันเป็นหนังสือที่รวบรวมข้อมูลสมุนไพรไทยเกือบ 500 ชนิด ไม่ได้มีแค่สรรพคุณ แต่ยังมีวิธีการปลูก และวิธีนำไปใช้ในชีวิตประจำวันด้วย ภาพประกอบก็สวยงามมาก เหมาะกับการเป็นของขวัญที่ดูดีและมีประโยชน์อย่างมากเลยค่ะ” พลอยอธิบายด้วยความกระตือรือร้น
กานต์รับมาเปิดดูแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ดีมากเลยพลอย! คุณหมออรุณจะต้องชอบแน่นอน เพราะมันแสดงถึงความใส่ใจในเรื่องที่ท่านรักและเชี่ยวชาญมากจริงๆ”
“เหลือคนสุดท้ายแล้วกานต์” ผมบอก “ใครคือ ‘กัลยาณมิตร’ ที่นายอยากจะมอบของขวัญด้วยความจริงใจมากที่สุด?”
กานต์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น “คือ ‘คุณครูรุ่งฤดี’ ครับ ท่านเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่ผมสนิทที่สุด ท่านชอบการเดินทาง การสำรวจวัฒนธรรมต่างๆ และการเขียนบันทึกประสบการณ์”
เราเดินไปยังโซนท่องเที่ยวและงานเขียนเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งเต็มไปด้วยหนังสือภาพสวยๆ และบันทึกการเดินทาง
“ถ้าเป็นคุณครูที่ชอบบันทึกการเดินทาง พลอยว่าต้องเป็นหนังสือที่ให้แรงบันดาลใจในการออกเดินทางและบันทึกเรื่องราว” พลอยให้ความเห็น
ผมหยิบหนังสือเล่มบางปกสีเหลืองสดใสขึ้นมา ชื่อว่า ‘บันทึกวัฒนธรรม : เรื่องเล่าจากการเดินทางทั่วโลก’ “เล่มนี้เป็นรวมเรื่องสั้นและบันทึกการเดินทางของนักเขียนหลายคน ถ่ายทอดเนื้อหาอย่างมีชีวิตชีวา และภาษาที่ใช้ก็สละสลวยมาก ผมว่าเหมาะสำหรับคุณครูที่รักการอ่านและรักการเขียนอย่างคุณครูรุ่งฤดีมากเลยนะ”
กานต์อ่านคำโปรยหลังปกแล้วพยักหน้าอย่างแรง “ใช่เลยธีร์! เล่มนี้แหละ! มันไม่ใช่แค่หนังสือท่องเที่ยว แต่มันคือแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างมีพลัง”
5
เมื่อเราเลือกหนังสือทั้งสี่เล่มเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็นำไปที่เคาน์เตอร์บรรจุของขวัญ กานต์เลือกกระดาษห่อและริบบิ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อสื่อถึงความเคารพแก่ผู้รับแต่ละท่าน พลอยช่วยเลือกการ์ดอวยพรที่เข้ากับหนังสือแต่ละเล่ม
ขณะที่เรากำลังรอพนักงานห่อของขวัญเสร็จ กานต์มองถุงหนังสือที่กำลังจะถูกห่อด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสุข
“ผมรู้สึกขอบคุณพวกคุณมากจริงๆ นะธีร์, พลอย” กานต์กล่าวอย่างซาบซึ้ง “การเลือกซื้อของขวัญครั้งนี้มันมีความหมายกับผมมาก เพราะมันทำให้ผมได้นึกถึงความสัมพันธ์ดีๆ ที่มีกับทุกท่าน และการได้พวกคุณมาช่วยเลือก ทำให้ของขวัญมีความพิเศษมากขึ้นเป็นสองเท่าเลย”
“พวกเราก็มีความสุขนะกานต์” พลอยยิ้มอย่างอ่อนโยน “การให้ของขวัญที่มีความหมาย มันทำให้เราได้รับความสุขกลับมามากกว่าผู้รับซะอีกนะคะ”
ผมยิ้มแล้วตบบ่ากานต์เบาๆ “ใช่แล้ว! เพราะ ‘ของขวัญปีใหม่’ ที่แท้จริงมันไม่ได้อยู่ที่มูลค่าของสิ่งของ แต่อยู่ที่ความตั้งใจและความใส่ใจที่เรามอบให้ต่างหากล่ะ”
พนักงานนำถุงหนังสือที่ห่ออย่างสวยงามทั้งสี่ถุงมาให้เรา หนังสือแต่ละเล่มดูโดดเด่นและเต็มไปด้วยคุณค่าภายใต้กระดาษห่อที่ถูกเลือกมาอย่างดี
เมื่อก้าวออกมาจากร้านหนังสือ ไอหนาวของเมืองเชียงใหม่ก็ปะทะใบหน้า แสงไฟที่ประดับประดาต้อนรับปีใหม่ส่องประกายระยิบระยับ เราทั้งสามคนเดินเคียงข้างกันไปพร้อมกับถุงของขวัญที่เต็มไปด้วยความหมายของการให้และการระลึกถึงกัลยาณมิตร
“ปีใหม่นี้คงเป็นปีที่ดีมากๆ เลยครับ” กานต์พูดด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความสุข
“แน่นอนอยู่แล้ว!” ผมตอบ “เพราะเราได้เริ่มต้นปีด้วยการ ‘ให้’ สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดไงล่ะ”
