คอลัมน์ ฝนไม่ถึงดิน
โดย ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี
เดือนมกราคมเป็นช่วงเวลาที่พรรคการเมืองต่างๆ เตรียมพร้อมสำหรับการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
ผมจึงเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีในการชี้แจงบทบาทของ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ว่าเราทำงานอย่างไร
และเรามองความสัมพันธ์กับพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคประชาชนอย่างไร
เราเป็นเพื่อนกับพรรคประชาชน มีมิตรสหายและสนับสนุนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ตรวจสอบและผลักดันประเด็นประกันสังคมร่วมกัน
แต่ในขณะเดียวกัน เราก็มีจุดยืนที่ก้าวหน้ากว่าและเป้าประสงค์ที่แตกต่างกัน
พรรคการเมืองต้องคำนึงถึงการเลือกตั้งและการสร้างพันธมิตร
แต่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าทำงานเพื่อผู้ประกันตนโดยตรง โดยไม่ต้องคิดถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป
ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะถูกยุบ ผมมีโอกาสบรรยายและแบ่งปันประสบการณ์ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนหลายครั้ง
เราแบ่งปันความฝันเดียวกันในการสร้างสังคมที่เป็นธรรมมากขึ้น
แต่วิธีการบรรลุเป้าหมายนั้นอาจแตกต่างกัน
สิ่งที่ผมเน้นย้ำเสมอคือ “เราทำงานการเมืองโดยไม่คำนึงถึงการเลือกตั้งสมัยหน้า”
เราทำงานราวกับว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะมีโอกาสสร้างความยุติธรรม
นี่คือเหตุผลที่เราไม่คำนึงถึงผลตอบแทนทางการเมือง
เมื่อเราผลักดันสูตรบำนาญ CARE ที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนถึง 77.93% เราไม่ได้คิดว่ากลุ่มผู้รับบำนาญเหล่านี้จะเป็นฐานเสียงของเราหรือไม่
แต่เราสู้เพื่อสิ่งที่พวกเขาสมควรได้
เราตัดงบประมาณบริหารสำนักงานที่ไม่จำเป็น เพิ่มความโปร่งใสในการลงทุน และวางกรอบการกำกับดูแลที่รัดกุม
เราทำเพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่เพราะคำนึงถึงการกลับมาดำรงตำแหน่งนี้อีก
เหมือนกับที่คณะกรรมการกำกับกองทุนบำเหน็จบำนาญของแคนาดา (CPP Investment Board) ได้ปฏิรูปการบริหารจัดการอย่างโปร่งใส ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และสร้างมาตรฐานการลงทุนที่เป็นที่ยอมรับระดับโลก
ฐานของเราคือ “ผู้ประกันตน” คนกว่า 15 ล้านคน ซึ่ง 70% มีรายได้น้อยกว่า 15,000 บาทต่อเดือน
คนเหล่านี้เผชิญความท้าทายในทุกช่วงชีวิต
ตกงานก็ลำบาก ป่วยก็กังวล ตั้งครรภ์ก็มีความทุกข์ ลูกเกิดก็เป็นภาระ แก่ชราก็ไม่มีหลักประกัน
เราทำงานเพื่อพวกเขา
ในประเทศที่มีระบบสวัสดิการดี แรงงานไม่ต้องเผชิญความกังวลเหล่านี้เพียงลำพัง
ในฟินแลนด์ หญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลตั้งแต่ก่อนคลอด มีวันลาคลอดถึง 320 วัน และพ่อแม่ทั้งคู่สามารถแบ่งปันวันลาเพื่อดูแลบุตรได้อย่างยืดหยุ่น
ในเดนมาร์ก คนตกงานได้รับเงินทดแทนถึง 90% ของรายได้เดิม พร้อมโปรแกรมฝึกอบรมเพื่อกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน
วาระปฏิรูปที่ต้องการฉันทมติทั้งสังคม
ผมเชื่อมั่นว่าการปฏิรูปประกันสังคมไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ต้องเป็นฉันทมติของสังคมไทย
ผมจึงอยากเสนอวาระสำคัญสามประการที่เปิดกว้างให้ทุกพรรคการเมืองที่ปรารถนาประโยชน์ต่อประชาชนสามารถนำไปใช้
1. ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับใหม่ ทีมประกันสังคมก้าวหน้าจัดทำร่างกฎหมายที่มีสาระสำคัญคือ การเพิ่มความเป็นอิสระจากระบบราชการ พร้อมกับความโปร่งใสและตรวจสอบได้ การกลมกลืนสิทธิประโยชน์ที่ซ้ำซ้อนเพื่อให้สามารถออกแบบสิทธิประโยชน์ที่ก้าวหน้ามากขึ้น และที่สำคัญคือการยกระดับสู่ “ประกันสังคมถ้วนหน้า” ให้ทุกคนในวัยทำงานมีประกันสังคมที่ครอบคลุมตัวเองและครอบครัว
เรื่องนี้เกินอำนาจของคณะกรรมการประกันสังคม ต้องอาศัยพลังของสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินครึ่งสภา เหมือนกับที่ญี่ปุ่นขยายความคุ้มครองประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบและผู้ประกอบอาชีพอิสระมากขึ้น หรือเกาหลีใต้ที่ปฏิรูประบบให้ครอบคลุมคนทำงานแบบ gig economy
2. ปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงแรงงาน ทุกพรรคคงพูดถึงนโยบายค่าแรงและการพัฒนาทักษะ แต่ปัญหาที่แท้จริงของกระทรวงแรงงานคือการมีกองทุนและคณะกรรมการกองทุนซ้อนกันมากมาย รวมถึงคณะกรรมการกำหนดนโยบายที่ไม่ได้เป็นตัวแทนทวิภาคีที่แท้จริง
ผมเห็นรัฐมนตรีสามคนในสมัยของการเป็นคณะกรรมการประกันสังคม พวกเขาไม่สามารถผลักดันวาระก้าวหน้าได้ เพราะโครงสร้างฝังรากลึก ต้องการความกล้าหาญและจุดยืนที่ชัดเจนในการปฏิรูปแบบถอนราก
การมีนโยบายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องมีความพร้อมที่จะยืนหยัดเพื่อประโยชน์ของแรงงาน
ในเยอรมนีและสวีเดน ระบบทวิภาคี (Bipartite system) ทำงานได้ดีเพราะตัวแทนนายจ้างและลูกจ้างมีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง
ไม่มีล็อบบี้ยิสต์แทรกแซง และรัฐบาลให้เกียรติข้อตกลงของคู่เจรจา
3. การคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มและ Gig Workers เศรษฐกิจแพลตฟอร์มเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่กระทรวงแรงงานปล่อยปละเลยภายใต้โวหารเรื่องการสร้างงานและโอกาส ผลักให้คนทำงานตั้งแต่เช้ามืดถึงค่ำคืนโดยไม่อยู่ใต้กฎหมายแรงงานและไม่มีประกันสังคม
ขณะที่ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มเหล่านี้ก็ฟอกภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
สเปนเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ออกกฎหมาย “Rider Law” ให้คนขับรถส่งอาหารมีสถานะเป็นพนักงาน ไม่ใช่ผู้รับเหมาอิสระ มีสิทธิในประกันสังคมและการคุ้มครองแรงงานเหมือนคนทำงานทั่วไป
แคลิฟอร์เนียก็พยายามผ่าน Proposition 22 เพื่อแก้ปัญหานี้ แม้จะมีการต่อสู้ทางกฎหมายยืดเยื้อ แต่แสดงให้เห็นว่าทั่วโลกกำลังต่อสู้กับประเด็นเดียวกัน
เชิญชวนสร้างฉันทมติร่วมกัน
ผมเชื่อว่าเราทำคนเดียวไม่ได้ การปฏิรูปประกันสังคมและกฎหมายแรงงานต้องอาศัยฉันทมติของสังคม ไม่ว่าท่านจะสนับสนุนพรรคการเมืองใด หากท่านเห็นด้วยกับวาระเหล่านี้ ก็ขอเชิญส่งต่อสู่พรรคการเมืองที่ท่านสนับสนุน
การปฏิรูปสวัสดิการและแรงงานไม่ใช่วาระของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็นวาระของสังคมไทยทั้งหมด เหมือนที่ประเทศนอร์ดิกสร้างรัฐสวัสดิการได้สำเร็จจากความร่วมมือข้ามแนวคิดทางการเมือง เพราะทุกคนเห็นพ้องว่าการดูแลประชาชนคือหน้าที่ของรัฐและสังคม ไม่ใช่ของพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง
ในช่วงที่การเมืองถูกครอบงำด้วยประเด็นชาตินิยมและความขัดแย้งชายแดน เราอย่าลืมว่าชีวิตจริงของประชาชนอยู่ที่การมีงานทำที่มั่นคง ค่าแรงที่เป็นธรรม สวัสดิการที่ครอบคลุม และความมั่นคงในยามเจ็บป่วยและชราภาพ นี่คือการเมืองที่สัมผัสได้จริงในชีวิตประจำวัน
เราเปิดกว้างรับฟังทุกเสียง พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่ายที่มุ่งมั่นสร้างความยุติธรรมทางสังคม ไม่ว่าจะมาจากพรรคการเมืองใด องค์กรประชาสังคมใด หรือภาคส่วนใดของสังคม
เพราะการปฏิรูปประกันสังคมคือเรื่องของเราทุกคน
