สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง

มูลนิธิสุขภาพไทย

ผู้อ่านที่ติดตามเรื่องราวสมุนไพรย่อมได้อ่าน “ข้าวเย็นเหนือ” ในฉบับที่ผ่านมา ชื่อ “ข้าวเย็นเหนือ” และ “ข้าวเย็นใต้” เป็นชื่อที่หมอยาไทยกล่าวถึงคู่กันเสมอ ในฐานะ “พญายา” อันสื่อถึงสรรพคุณที่ใช้กับโรคสำคัญๆ และการใช้คู่กันนี้ได้มีในพิกัดยาที่เรียกว่า “พิกัดข้าวเย็นทั้งสอง” เนื่องจากสมุนไพรทั้งสองชนิดมีสรรพคุณเด่นในเรื่องการแก้น้ำเหลืองเสีย ดับพิษในกระดูก และต้านการอักเสบ เมื่อนำมาจับคู่กันจะช่วยเสริมฤทธิ์การรักษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งได้อธิบายเล่าเรื่องข้าวเย็นเหนือไปแล้ว และจำแนกลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ข้าวเย็นเหนือในตำรับยาไทยและยาพื้นบ้านของทุกภาคในประเทศไทย ส่วนใหญ่หมายถึงข้าวเย็นเหนือ ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Smilax corbularia Kunth

สำหรับ “ข้าวเย็นใต้” พบว่าเป็นชื่อเครื่องยาไทยและยาพื้นบ้าน ที่แยกแยะได้อย่างน้อย 4 ชนิดด้วยกัน คือ

ชนิดที่ 1 ข้าวเย็นใต้ที่อยู่ในตำรับยาภาคกลาง ส่วนใหญ่หมายถึงพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Smilax glabra Roxb. อยู่ในวงศ์ข้าวเย็นเหนือ (Smilacaceae) เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง มีเหง้าหรือลำต้นใต้ดินเป็นก้อนแข็งขรุขระ ผิวสีน้ำตาลเหลือง เนื้อในสีขาวนวล รสมันกร่อย ออกหวานเล็กน้อย

คราวนี้เมื่อเอ่ยถึงข้าวเย็นใต้ ที่ทางภาคเหนือและภาคอีสานใช้กันมาก แยกได้อีก 2 ชนิด กล่าวคือ

ชนิดที่ 2 ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Premna herbacea Roxb. และชนิดที่ 3 ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Premna nana Collett & Hemsl. ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้อยู่ในวงศ์กะเพรา (Lamiaceae) และทั้ง 2 ชนิดมีความคล้ายคลึงกันมาก ต่างกันที่ Premna herbacea (ชนิดที่ 2) เป็นพืชล้มลุกหรือไม้พุ่มขนาดเล็กมาก ลำต้นมักแนบไปกับพื้นดิน มีเหง้าใต้ดินเป็นปุ่มปมแข็งสีน้ำตาล เนื้อในสีขาว ใบเกลี้ยงหรือมีขนหยาบปกคลุมเล็กน้อย มีชื่อเรียกในท้องถิ่น เช่น หัวข้าวเย็นใต้ ยาข้าวเย็น (อุบลราชธานี) ละครโคก (ภาคตะวันออก)

ในขณะที่ Premna nana (ชนิดที่ 3) มีลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ 10-30 เซนติเมตร ใบมีขนนุ่มปกคลุม มีระบบรากหรือเหง้าใต้ดินสะสมอาหาร ผิวนอกสีน้ำตาลอมเทา มีชื่อท้องถิ่นหลายชื่อ เช่น ขาเปี๋ยนุ่ม (ทั่วไป) แผ่นดินเย็น (เชียงราย) ขางหัวเล็ก (เชียงใหม่) ละครโคก, ค้อนกระแต (ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) พายสะเมา, ยาข้าวเย็น (อุบลราชธานี) ข้าวเย็นเหนือ (ลพบุรี)

ชนิดที่ 4 อยู่ในภาคใต้ เรียกกันว่า ข้าวเย็นปักษ์ใต้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Trigonostemon aurantiacus (Kurz ex Teijsm. & Binn.) Boerl. อยู่ในวงศ์ยางพารา (Euphorbiaceae) สกุลเดียวกับโลดทะนงแดง เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีชื่อท้องถิ่นอีกชื่อว่า “ข้าวเย็นปักษ์ใต้” หรือ “โลดทะนงเหลือง” มีรากสะสมอาหารพองโตใต้ดิน

ข้าวเย็นใต้ที่แยกได้อย่างน้อย 4 ชนิดนี้ ถ้านำมาเปรียบเทียบสรรพคุณทางยา ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ พบว่า ชนิดที่ 1 Smilax glabra (อาจเรียกได้ว่าข้าวเย็นใต้ตัวจริงของแท้) จีนเรียกว่า ถู่ฝูหลิง การใช้ในไทยนิยมใช้คู่กับข้าวเย็นเหนือในพิกัดยา “ข้าวเย็นทั้งสอง” เพื่อเสริมฤทธิ์กัน สรรพคุณเด่นคือ แก้น้ำเหลืองเสีย ดับพิษในกระดูก แก้ผดผื่นคัน รักษาโรคสะเก็ดเงิน และเข้าตำรับยารักษามะเร็ง (เช่น มะเร็งเต้านม) และโรคกามโรค (ซิฟิลิส) ในตำราการแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine – TCM) พืชชนิดนี้รู้จักกันในชื่อ ถู่ฝูหลิง (???) เป็นสมุนไพรสำคัญที่มีรสหวานจืด มีฤทธิ์เย็น ใช้ในการขับชื้น ขับพิษร้อนออกจากร่างกาย รักษากามโรค แก้อาการปวดข้อจากรูมาตอยด์ รักษาโรคบิดมีตัว และโรคผิวหนังอักเสบ สารออกฤทธิ์หลักคือกลุ่ม Astilbin ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและกดภูมิคุ้มกัน

ชนิดที่ 2 Premna herbacea (หัวฆ้อนกระแต ข้าวเย็นอีสาน) การใช้ในประเทศไทย ในภาคกลางเรียกพืชชนิดนี้ว่า “หัวฆ้อนกระแต” แต่หมอยาพื้นบ้านอีสานจะเรียกว่า “ข้าวเย็นใต้” โดยใช้ส่วนรากหรือเหง้าต้มน้ำดื่มเพื่อแก้ไข้ แก้ปวดตามข้อ เข้าตำรับยาแก้อัมพฤกษ์ อัมพาต และเป็นตัวยาสำคัญในตำรับแก้ประดงหรือแก้น้ำเหลืองเสีย ในอินเดียซึ่งมีการแพทย์อายุรเวท (Ayurveda) พืชชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า Bharangi (บางท้องถิ่นใช้พ้องกับพืชชนิดอื่นในสกุลเดียวกัน) มีการใช้เหง้าในการรักษาโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด ไอ และหลอดลมอักเสบ รวมถึงใช้ต้านการอักเสบและแก้ไข้เรื้อรัง

ชนิดที่ 3 Premna nana (ข้าวเย็นโคก ข้าวเย็นขาว) การใช้ในไทย หมอพื้นบ้านในภาคอีสานและภาคเหนือมักเก็บพืชชนิดนี้มาใช้แทน Smilax glabra (ชนิดที่ 1) เนื่องจากหาได้ง่ายในป่าเต็งรัง นิยมนำรากมาต้มน้ำดื่มเพื่อแก้อาการน้ำเหลืองเสีย รักษาฝีแผลพุพอง แก้นิ่ว และใช้ร่วมในตำรับยาแก้มะเร็ง มีการบันทึกในกลุ่มประเทศอินโดจีน (พม่า ลาว เวียดนาม) นำมาใช้เป็นยาพื้นบ้าน ใช้ส่วนรากต้มดื่มเพื่อลดไข้ ต้านการอักเสบ และแก้ปวดเมื่อยตามร่างกายในลักษณะเดียวกับภูมิปัญญาไทย

ในตำรับยาพื้นบ้านอีสาน Premna herbacea (ชนิดที่ 2) และ Premna nana (ชนิดที่ 3) ใช้แทนกันได้และชาวบ้านเรียกเหมือนกันว่า “ยาหัวข้อ” ในตำรับยาหมอยาพื้นบ้านเรียกว่า “ข้าวเย็นใต้”

ชนิดที่ 4 Trigonostemon aurantiacus (ข้าวเย็นปักษ์ใต้ โลดทะนงเหลือง) นิยมใช้ในถิ่นภาคใต้และภาคตะวันออก สรรพคุณทางยาค่อนข้างแตกต่างจาก 3 ชนิดแรก โดยมักเน้นไปที่การถอนพิษ เช่น ถอนพิษเบื่อเมา พิษสัตว์กัดต่อย แก้ผิดสำแดง และทำให้อาเจียนเพื่อขับพิษออกจากร่างกาย คล้ายคลึงกับสรรพคุณของโลดทะนงแดง (Trigonostemon reidioides) ในมาเลเซียและภูมิภาคอินโดจีนตอนใต้มีการใช้รากฝนกับน้ำใช้ทาแก้โรคผิวหนังอักเสบ ฝีหนอง และนำมาต้มดื่มเพียงเล็กน้อยใช้เป็นยาระบายและขับเสมหะ

การนำทั้งข้าวเย็นเหนือและข้าวเย็นใต้มาใช้ จำเป็นต้องจำแนกพืชให้ถูกต้น โดยเฉพาะข้าวเย็นใต้มีชื่อเรียกที่คล้ายกันและนำมาใช้ทดแทนกัน หากจะทำการศึกษาวิจัยหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ควรตรวจเอกลักษณ์ทางพฤกษศาสตร์ให้ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิผลที่ดีที่สุดด้วย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน