bg-single

วิกฤตศรัทธาทุบเที่ยวไทย ททท.ดึง ‘ลิซ่า’ ฟื้นมนตร์ขลัง

26.01.2026

บทความเศรษฐกิจ

วิกฤตศรัทธาทุบเที่ยวไทย

ททท.ดึง ‘ลิซ่า’ ฟื้นมนตร์ขลัง

ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย ถือเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในแง่ความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไข

แต่ผ่านมาปีแล้วปีเล่า ก็ยังไม่เห็นการแก้ไขอย่างจริงจัง แต่กลับเห็นปัญหาทวีความรุนแรงมากขึ้น ลุกลามไปในภาคส่วนต่างๆ จนกัดกร่อนการเจริญเติบโตของประเทศ ทำให้เราติดกับดักเศรษฐกิจโตต่ำ และมีความกังวลอย่างหนักว่า หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ ในที่สุดประเทศไทยจะไม่สามารถขยายตัวได้อีกต่อไป

โดยเฉพาะปี 2568 เกิดหลายเหตุการณ์ลบขึ้นในประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ภาคการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง จากพระเอกเศรษฐกิจไทย ปี 2562 เคยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยกว่า 40 ล้านคน สร้างรายได้แตะ 3 ล้านล้านบาท ทำรายได้มากเป็นอันดับ 4 ของโลก

แต่ปี 2568 เหลือ 32 ล้านคน ลดลง 7.23% จากปี 2567 สร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1,536,574 ล้านบาท ลดลง 4.71% ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวไทย 202.37 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2.7% รายได้ท่องเที่ยว 1,166,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.69%

ทำให้ทั้งปี 2568 สร้างรายได้รวมของการท่องเที่ยว รวม 2,703,335 ล้านบาท ลดลง 1.26%

การเห็นตัวเลขติดลบทั้งจำนวนและรายได้ก็อาจไม่ใช่เรื่องแปลกมากนัก แต่ความแปลกมาจากต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้นแบบรัวๆ โดยเฉพาะกรณีนักแสดงจีนเข้ามาหายตัวไปบริเวณชายแดนไทย แม้เจ้าหน้าที่ไทยสามารถติดตามกลับมาได้อย่างปลอดภัย แต่ไทยก็ถูกมองว่าสมรู้ร่วมคิดด้วย และไม่ปลอดภัยในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว

กรณีนี้สร้างความดุเดือดในโลกออนไลน์ของจีนมาก ทุกความคิดเห็นล้วนแสดงไปทางเดียวกันคือ ประเทศไทยไม่มีความปลอดภัยควรค่ากับการเข้ามาท่องเที่ยวอีกแล้ว ความกังวลเพิ่มมากขึ้น เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหว ทำให้อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มลงมา ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวกังวลความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐานของไทยจนตัวเลขหายวูบไปหลายเดือน พอจะเริ่มดีขึ้น ก็เจอภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมสูงอีก ทำให้ท่องเที่ยวไทยเจอศึกหนักซ้ำแล้วซ้ำอีก เหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นทำให้ประเทศไทยถูกตั้งคำถามถึงความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างหนัก

ล่าสุดต้นปีใหม่ 2569 ยังไม่พ้นเดือนแรก เกิดเหตุสลดสั่นคลอนความเชื่อมั่นของประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อวันที่ 14 มกราคม เกิดเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง ตั้งอยู่บนคานทางต่างระดับช่วงผ่านบ้านถนนคต หมู่ 11 ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ความสูงจากพื้นดินประมาณ 9 เมตร หล่นทับขบวนที่ 21 รถไฟดีเซลรางด่วนพิเศษ กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี กำลังแล่นเข้าสถานีรถไฟสีคิ้ว ทำให้ 2 ตู้โดยสารตกราง และตู้ 2 มีเพลิงลุกไหม้ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

ผ่านไปเพียง 1 วันก็เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้นกับอีกแห่ง เมื่อเครนก่อสร้างถล่มลงมาทับรถยนต์จำนวนสองคัน บริเวณถนนพระราม 2 ขาออก หน้าโรงแรมปารีส พื้นที่ จ.สมุทรสาคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 5 คน รวมถึงถนนยุบเป็นหลุมใหญ่จนมีรถยนต์หน้าคว่ำลงไปหลุมลึกนั้น โชคยังดีที่ไม่มีใครเป็นอันตรายถึงชีวิต

เมื่อการท่องเที่ยวต้องอาศัยความเชื่อมั่นในการตัดสินใจเดินทาง แต่จากปัญหาเชิงโครงสร้างของไทย โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มแข็งมากพอ ทั้งที่มีกฎหมายอยู่เป็นหมื่นฉบับ ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการก่อเหตุอาชญากรรมต่างๆ ได้ รวมถึงการทุจริตที่กลืนกินไปทั่วทุกหนทุกแห่ง โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ เงินทอนกลายเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมไทย และสายตาของนักลงทุนต่างชาติ โครงการที่ไม่ควรจะมีความอันตรายจากกติกาเข้มงวดอย่างโครงสร้างพื้นฐาน จึงไม่เป็นไปตามมาตรฐานอย่างที่ควร

ธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) มองว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญปัญหา ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาน้อยกว่าศักยภาพที่สามารถทำได้ สาเหตุมาจากทั้งปัญหาทุนเทา นอมินี ทัวร์ศูนย์เหรียญ สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างมาก จึงต้องการให้รัฐบาลใหม่ หน่วยงานรัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และควรเป็นวาระแห่งชาติ เพราะสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำคือ เพิ่มความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขจัดอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้ไทยเป็นฐาน รักษาภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยรวม

“การท่องเที่ยวไทยในตอนนี้ถือว่าอยู่ในช่วงต่ำสุดแล้ว ไม่น่าจะต่ำไปกว่านี้ จึงอยากให้ภาครัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างเที่ยงตรง เข้มงวด ไม่เช่นนั้นจะทำให้ผู้ประกอบการที่ทำดีรู้สึกเหนื่อยกับการทำดี เพราะก็ไม่ได้อะไรกลับคืนมา สุดท้ายอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะตามคู่แข่งไม่ทัน โดยเฉพาะหากมีเหตุการณ์ร้ายที่ส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ซ้ำๆ เพราะการเดินทางท่องเที่ยวต้องมีความเชื่อมั่น ภาพลักษณ์จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เหมือนเวลาเราจะเลือกไปเที่ยวประเทศใด หากมีประเทศนั้นมีแต่เรื่องร้ายเกิดขึ้น กังวลว่าไปแล้วจะเจออะไรดีหรือไม่ดี เราก็เลือกที่จะไม่ไปไว้ก่อน นักท่องเที่ยวต่างชาติก็มองแบบนั้นเช่นกัน” ธนพลระบุ

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ททท.เดินหน้าปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์อย่างสุดกำลัง อาศัยความเร็วในทุกด้าน ทั้งความคิดและการปรับตัวเพื่อไปต่อ โดยปี 2569 นับเป็นอีกปีที่ต้องบริหารความเสี่ยง ให้ความสำคัญอย่างไม่ประมาท เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย ซึ่งมีเป้าหมายสร้างรายได้รวมอยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปี 2568 แบ่งเป็นตลาดต่างชาติเที่ยวไทย มีจำนวน 36.7 ล้านคนบวก 11% รายได้ 2 ล้านล้านบาท ตลาดไทยเที่ยวไทย จำนวนการเดินทาง 210 ล้านคน-ครั้ง บวก 4% รายได้ 1 ล้านล้านบาท หลังจากปี 2568 สามารถสร้างรายได้รวมของการท่องเที่ยว อยู่ที่ 2.7 ล้านล้านบาท โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยสะสมที่ 32.97 ล้านคน ติดลบ 7.23% เทียบกับปี 2567 แต่ตลาดไทยเที่ยวไทยเติบโตมากขึ้น มีการเดินทาง 202 ล้านคน-ครั้ง บวก 2.7%

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2568 ผลกระทบกับการท่องเที่ยวไทยยังคงอยู่ ททท.จึงมีไม้เด็ดที่งัดมาใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เป็นไปตามเป้าหมายคือ การร่วมมือกับลิซ่า ลลิษา มโนบาล ที่ตอบรับทำหน้าที่เป็นตัวแทนการท่องเที่ยวไทย “Amazing Thailand Ambassador” เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวชั้นนํา เดินหน้ายกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทย มุ่งมั่นผลักดันให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่มีคุณภาพและปลอดภัย

โดย ททท.เชื่อมั่นว่า แคมเปญที่ทำร่วมกันครั้งนี้ จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวเพิ่มได้ไม่ต่ำกว่า 5-10 ล้านคน สร้างรายได้ 2.5-5 แสนล้านบาท คาดหวังทั้งปี 2569 จนสร้างรายได้มากกว่าปี 2562 ถือเป็นปีที่กลับไปทำรายได้ท่องเที่ยวได้ดีที่สุด ประมาณ 3 ล้านล้านบาท เทียบเท่าปี 2562 ที่เคยทำได้

จากตัวเลขที่ ททท.ปักธงไว้ ต้องบอกว่า เป้าหมายมีไว้พุ่งชน แต่ที่ผ่านมาพุ่งแรงแค่ไหนก็ไปไม่ถึงเป้าเสียที

ปีนี้คงต้องลุ้นอีกครั้งว่ารอดหรือร่วง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน