bg-single

ผู้เชื่อมยุคสมัย (อีกตอน)

09.03.2026

วิรัตน์ แสงทองคำ | https://viratts.com

เกี่ยวกับพลังและอิทธิพลทางธุรกิจ เกี่ยวกับบุคคลสำคัญ สามารถสัมผัส สัมพันธ์ เทียบเคียงกับร่องรอยและความยิ่งใหญ่หลายยุค

เกี่ยวกับสารัชถ์ รัตนาวะดี และบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ขออรรถาธิบายขยายความเพิ่มเติมจากที่ว่าไว้คร่าวๆ บางตอนในคราวที่แล้ว

เขาเริ่มต้นชีวิตการงาน ตั้งแต่ยุคสมัยในทศวรรษ 2530 ท่ามกลางพลังขับเคลื่อนยุครุ่งเรืองทางเศรษฐกิจไทย โดยเป็นเพียง “ชิ้นส่วน” เล็กๆ คลื่นลูกเล็กๆ ไม่ครึกโครม

ไม่อาจเทียบเคียงกับบางกระแสอันเชี่ยวกราก “ธุรกิจสื่อสาร เป็นธุรกิจใหม่ซึ่งเติบโต ท้าทาย และทรงอิทธิพลอย่างรวดเร็ว มีความเชื่อมโยงจากระบบสัมปทาน สู่ตลาดหุ้น ด้วยตำนานอันลือลั่น โดยมีหัวขบวน ที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร…”

ขณะเดียวกันได้มองเห็นและสัมผัสได้ในบางมิติ กับธุรกิจดั้งเดิมซึ่งฝั่งรากลึกในสังคมไทย ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังคงอิทธิพลไม่เสื่อมคลาย

“…ภาพสะท้อนหนึ่ง-ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK ดูโดดเด่นเป็นพิเศษ สามารถข้ามผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนั้นมาได้ ด้วยบทบาท บัณฑูร ล่ำซำ (เริ่มต้นปี 2535) ผู้บริหารแห่งยุคสมัย สามารถปรับตัว เตรียมพร้อม เผชิญและแก้ปัญหาอย่างน่าทึ่ง”

บทเรียน “ทักษิณ ชินวัตร” ในช่วงทศวรรษ (2530-2540) กับเครือธุรกิจใหม่เกิดขึ้นและเติบโตอย่างน่าทึ่ง ใช้เวลาสั้นกว่ามากในการสะสมความมั่งคั่งเมื่อเปรียบเทียบกับครือข่ายดั้งเดิม โดยเฉพาะกับธุรกิจครอบครัวซึ่งเกิดขึ้นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ในฐานะ “หน้าใหม่” มาแรง มาจากปัจจัยที่น่าสนใจ ยังคงใช้ได้ในยุคต่อมา กรณีสารัชถ์ รัตนาวะดี และ GULF

หนึ่ง-โอกาสจากสัมปทานใหม่ หรือระบบความสัมพันธ์อันเกื้อกูลจากรัฐ

สอง-เป็นผู้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ อยู่ในห่วงโซ่สำคัญเครือข่ายธุรกิจระดับโลกในกระแส โดยเฉพาะมีความเชื่อมโยงกับฐานผู้ใช้บริการ ผู้บริโภคในวงกว้าง

สาม-ที่สำคัญ สามารถระดมทุนจากระบบตลาดทุนซึ่งเปิดกว้างกว่า เป็นทางเลือกสำคัญนอกจากระบบธนาคารที่มีอยู่

เชื่อกันว่า ทักษิณ ชินวัตร สามารถสร้างความมั่งคั่งมหาศาล จากระบบสัมปทานสื่อสารยุคใหม่ในช่วงนั้น (ปี 2533-2534) มีราว 8 โครงการ โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจสื่อสารไร้สาย กับดาวเทียม กลายเป็นกระแสและปรากฏการณ์ ครึกโครม อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

ยิ่งเมื่อเขาผ่านวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ (2540) มาได้ ขณะเครือข่ายธุรกิจดั้งเดิม หรือที่เรียกว่า Old establishment เผชิญปัญหาความอยู่รอด มีภาวะสั่นคลอนอย่างรุนแรง

ยิ่งไปกว่านั้น ว่าด้วยความสัมพันธ์ธุรกิจใหญ่กับการเมือง ตามที่เห็นและเป็นมา มักเป็นว่าอยู่ข้างหลัง หรือไม่เพียงส่งตัวแทนเข้าไปมีบทบาทบ้าง เป็นไปอย่างไม่โจ่งแจ้ง แต่กรณีทักษิณ ชินวัตรไม่เป็นเช่นนั้น ถือว่าพลิกด้าน เปิดตัวอย่างเต็มที่ ในฐานะตัวแทนเครือข่ายธุรกิจใหญ่ทรงอิทธิพล เข้ามาสู่อำนาจทางการเมืองโดยตรง

เป็นกรณีที่ท้าทายอย่างไม่เคยมี จะว่าเป็นรากฐานบางด้านในปัญหา ว่าด้วยความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างแห่งอำนาจในสังคมไทย ตั้งแต่นั้นมา “ทักษิณ ชินวัตร” ยังคงเป็น “คนอื่น” เสมอมา

สารัชถ์ รัตนาวะดี

เมื่อเทียบเคียง กรณีสารัชถ์ รัตนาวะดี และ GULF มีความแตกต่างกันพอสมควร

มิติแรก แม้เขาจะใช้เวลาราวทศวรรษเดียวในการสร้างความั่งคั่งอย่างโดดเด่น แต่ในสายตา Old establishment ยังไม่ถือว่า เป็นภาวะคุกคามเช่นกรณีทักษิณ ชินวัตร

ในอีกมิติ แม้จะพอคาดกันว่า เขาอยู่เบื้องหลังความเป็นไปทางการเมืองในระดับใดระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ออกหน้าท้าทายโดยตรง

ทั้งนี้ เชื่อว่าทั้งสองยังคงมีแนวคิดหลักประการหนึ่งคล้ายๆ กัน ให้ความสำคัญในสิ่งแรกอย่างมาก ในความสัมพันธ์ระหว่างระบบสัมปทานแห่งรัฐกับฐานลูกค้าอันกว้างขวาง

ว่าด้วยภาพสังคมไทย อ้างอิงเครือข่ายดั้งเดิม อันมีธุรกิจธนาคารเป็นฐานอันมั่นคง โดยจำกัดวงไว้เฉพาะเครือข่ายตนเอง โดยมีรัฐคอยปกป้อง ช่วงหนึ่งเมื่อเผชิญความท้าทาย (ปี 2520-2525) รัฐจำเป็นต้องเปิดสถาบันการเงินชั่วคราวให้กับกลุ่มใหม่ เพื่อระดมเงินจากสาธารณชน อยู่เพียงช่วงสั้นๆ เมื่อเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ ขณะที่เครือข่ายธุรกิจของธนาคารสามารถเอาตัวรอด

มาถึงอีกช่วงเวลา (2535-2540) ภายใต้สถานการณ์ใหม่ ตลาดทุนไทยเติบโตอย่างมาก กับการเปิดให้กระแสเงินจากต่างประเทศเข้ามามากขึ้น

จึงปรากฏเครือข่ายธุรกิจใหม่แทรกตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่น ขณะเครือข่ายธุรกิจเดิมที่มีธนาคารเป็นแกน อิทธิพลได้ลดลงไปบ้าง

ว่าเฉพาะธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK ถือว่ายุคบัญชา ล่ำซำ (2505-2534) ได้วางรากรากฐานสำคัญ ด้านหนึ่งมีภาวะเติบโตต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจ จากยุคอุตสาหกรรม เพื่อทดแทนการนำเข้ามาสู่ การผลิตเพื่อการส่งออก ท่ามกลางขบวนการลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะโลกตะวันตก

KBANK เติบโตในอัตราที่สูงสุดเมื่อเปรียบกับธนาคารทั้งระบบ ด้วยปัจจัยความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นในมิติที่น่าสนใจ กับเครือข่ายธุรกิจระดับโลก โดยเฉพาะมาจากสหรัฐ ที่มีมิติมากกว่าดีลการร่วมทุนกับธุรกิจในเครือข่ายตระกูลล่ำซำ

อีกด้านหนึ่งเป็นความสัมพันธ์กับสถาบันการลงทุนหลักของไทยในเวลานั้น ในนาม-สำนักงานทรัพย์สินฯ โดยเฉพาะในช่วงเครือซิเมนต์ไทยหรือเอสซีจี เปิดฉากขยายกิจการครั้งใหญ่ในยุคสงครามเวียดนาม

ที่ว่า “สายสัมพันธ์วงใน” เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน อาจหมายถึงกระบวนการ แชร์ความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูล มีบทสนทนา มีดีลที่เกื้อกูลกัน ผ่านบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในสังคม ทั้งแวดวงธุรกิจในระดับเดียวกัน และผู้บริหารแห่งอำนาจรัฐ ในวงแคบๆ ที่สืบเนื่องอย่างแนบเนียน เป็นปกติ ไม่เอิกเกริก แลโฉ่งฉ่าง

ต่อมาในยุคบัณฑูร ล่ำซำ (2535-2563) ถือเป็นความต่อเนื่อง ที่มาทางแยกอยู่บ้าง ในภาวะการเตรียมพร้อม เผชิญปัญหาและแก้ปัญหาอย่างระแวดระวัง ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน KBANK เวลานั้นให้ความสำคัญว่าด้วยประสิทธิภาพในการบริหาร มีการปรับกระบวนการทำงานและโครงสร้างธุรกิจ อ้างอิงกับมาตรฐานธนาคารระดับโลก เมื่อวิกฤตการณ์ (ช่วงปี 2540) รุนแรงที่สุดในระบบธนาคารไทย จึงสามารถ “เอาตัวรอด” เป็นธนาคารแรก ที่มีสามารถปรับตัวอย่างรวดเร็ว สามารถเพิ่มทุนอย่างทันากล ทั้งจากนักลงทุนต่างประเทศ (เมษายน 2541) และจากในประเทศ (มกราคม 2542) เป็นเรื่องน่าทึ่ง

“เป็นธนาคารที่มี NPL (Non-Performing Loans) ต่ำที่สุดในระบบ” (Far Eastern Economic Review Dec, 30, 1999-Jan, 6, 2000 ระบุไว้)

เชื่อว่าสารัชถ์ รัตนาวะดี และ GULF ติดตามและเข้าใจความเป็นไปในมิติข้างต้นด้วย ในขณะมองเห็นพัฒนาการ KBANK อย่างน่าสนใจ เมื่อพ้นยุคบัณฑูร ล่ำซำ

จากนั้นเป็นยุคไม่มีคนตระกูลล่ำซำอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารอักต่อไป ขณะในคณะกรรมการธนาคาร ปกติที่ผ่านๆมา มีคนในตระกูลล่ำซำ อย่างน้อย 2 คนอยู่ในนั้น ปัจจุบันเหลือเพียงคนเดียว-สุจิตพรรณ ล่ำซำ (บุตรี เกษม ล่ำซำ ผู้บริหารคนที่สองของตระกูล ช่วงปี 2491-2506) ในฐานะรองประธานกรรมการ

เมื่อพิจารณาข้อมูลผู้ถือหุ้น KBANK (อ้างข้อสนเทศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) จะพบว่า ใน 10 อันดับแรกไม่พบชื่อคนในตระกูลล่ำซำ แม้กระทั่ง Holding company (ที่คาดว่า) ของตระกูล เป็นไปได้ว่า คนในตระกูลหลายสายถือหุ้นกันอย่างกระจัดกระจาย

ที่น่าสังเกตต่อจากนั้น นอกจากเป็นอย่างผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน (วิทัย รัตนากร ) ให้ภาพธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของไทยไว้ “มีฐานะการเงินแข็งแกร่งและทำกำไรในระดับสูง กำไรปีละเกือบ 50,000 ล้านบาท” แล้ว ในช่วง 2 ปีมานี้เฉพาะ KBANK มีการจ่ายเงินปันสูงขึ้นอย่างมาก จากระดับ 3-4 บาท/หุ้น ในช่วงปี 2564-2566 มาเป็น 7.50 บาท/หุ้น (2567 ) และ 12.50 บาท/หุ้น (2568)

ที่เหมือนกัน การเข้ามาเกี่ยวข้องของสารัชถ์ รัตนาวะดี ทั้งสองกรณีสำคัญเกิดขึ้นเมื่อทั้งทักษิณ ชินวัตร และบัณฑูร ล่ำซำ ก้าวพ้นไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?