bg-single

ไฟลุก ตะวันออกกลาง-อาหรับ ลามไหม้เป้า ‘บวก’ ส่งออกไทยปี 69

07.03.2026

หลังอิสราเอลและสหรัฐปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน และความขัดแย้งขยายวงกว้างระดับภูมิภาคตะวันออกกลาง ก่อแรงกระเพื่อมทุกมิติไปทั่วโลก

รัฐบาลไทยประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ในเบื้องต้นจะเกิดผลกระทบ 6 ด้าน ได้แก่

1. ด้านพลังงานและต้นทุนการผลิต จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวน และปรับตัวระดับสูง อาจเกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ภายใต้ความเสี่ยงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก รวมถึงราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สูงขึ้น กระทบต่อค่าไฟฟ้าของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ

2. ด้านการค้าโลกและห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันภัยการเดินเรือ และค่าระวางเรือปรับสูงขึ้น

3. ด้านภาคการท่องเที่ยว ความตึงเครียดตะวันออกกลางและการปิดน่านฟ้าบางประเทศ ส่งผลให้สายการบินยกเลิกหรือปรับเส้นทางการบิน

4. ด้านอัตราเงินเฟ้อ เมื่อราคาพลังงานโลกสูง จะดันต้นทุนการนำเข้า-ส่งออกเพิ่มขึ้น หลังจากอัตราเงินเฟ้อไทยเดือนมกราคม 2569 อยู่ระดับต่ำที่ติดลบ 7% จะขยับขึ้นจากนี้อีกเท่าไร จากที่กระทรวงการคลังคาดว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2569 อยู่ที่บวกแค่ 0.3%

5. ด้านตลาดเงิน ตลาดทุน และอัตราแลกเปลี่ยน อาจเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง และส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายกระแสเงินทุนไหลออกจากกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่

6. ด้านแรงงาน ที่ต้องดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลางที่มีกว่า 1.1 แสนคน

จากการวิเคราะห์ของอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน สะท้อนถึงเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง จะกระทบการส่งออก ราคาน้ำมัน และต้นทุนการขนส่ง

โดยด้านส่งออก ปี 2568 ไทยส่งออกไปตะวันออกกลาง 16 ประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 4% ของมูลค่าการส่งออกไทยรวม หรือมีมูลค่า 13,203 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 4 แสนล้านบาท

ตลาดส่งออกหลักของไทย 5 อันดับแรกคือ UAE ซาอุฯ ตุรกี, อิรัก และอิยิปต์ ขณะที่ส่งออกไปอิหร่านมูลค่า 4 พันล้านบาท สัดส่วน 1% ของการส่งออกไปตะวันออกกลาง ส่งออกไปกลุ่มประเทศ GCC มีสัดส่วน 65% ของการส่งออกไปตะวันออกกลาง

“ประเมินหากสงครามเกิดขึ้นและยืดเยื้อ 1-3 เดือน จะกระทบการส่งออกไทยไปตะวันออกกลาง ระหว่าง 1–6 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 0.1-0.6% ของการส่งออกไทยรวม หรือคิดเป็น 2.5-15% ของมูลค่าส่งออกไปตลาดตะวันออกกลาง ส่วนราคาน้ำมันโลกจะพุ่งขนาดใดขึ้นกับระยะเวลาการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีโอกาสสูงขึ้น 15-90% ราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้นเป็น 77-130 เหรียญต่อบาร์เรลได้ และต้นทุนรวมทั้งค่าระวางและค่าประกันเรือเพิ่มขึ้นจาก 2,050-5,000 เหรียญต่อตู้ 40 ฟุต เป็น 3,075-12,000 เหรียญต่อตู้ 40 ฟุต หรือเพิ่มขึ้น 50-140%” อัทธ์กล่าว

อัทธ์จึงเสนอแนวทางรับมือในเบื้องต้น

1. ผู้ส่งออกเร่งวิเคราะห์ความเสี่ยงเส้นทางขนส่งไปยุโรป เช่น บริเวณอ่าวโอมาน ทะเลแดง และคลองสุเอซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของการขนส่งจากเอเชียไปยุโรป และควรวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนในแต่ละทางเลือก ได้แก่ เส้นทางปกติผ่านทะเลแดงและสุเอซ และเส้นทางอ้อมแอฟริกาเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องในการขนส่งเพื่อประเมินว่าความเสี่ยงด้านต้นทุนและความล่าช้า

2. ผู้ส่งออกต้องทำ Sensitivity Analysis ผลกระทบจากราคาน้ำมัน

3. รัฐบาลไทยต้องติดตามและดูแลค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดภายใต้ภาวะสงคราม จะช่วยลดผลกระทบของสงครามต่อการส่งออกไทยในปี 2569

ก่อนหน้านี้ ภาคส่งออกดูจะใจชื้นขึ้นเล็กน้อย เมื่อกระทรวงพาณิชย์เผยตัวเลขการส่งออกไทยเดือนมกราคม 2569 เกินคาดการณ์ของหลายสำนักวิจัย โดยสามารถทำมูลค่า 31,573.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 24.4% เป็นการขยายตัวในรอบ 4 ปี แง่มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์

เช่นเดียวกับการนำเข้าที่มีมูลค่า 34,876.5 ล้านเหรียญสหรัฐ และเพิ่มขึ้น 29.4% สะท้อนถึงความมั่นใจต่ออนาคตการส่งออก

อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์ได้ประมาณการส่งออกปี 2569 โดยตั้งเป้าไว้ 3 กรณีจากในสมมุติฐานต่าง ดังนี้

กรณีที่ดีที่สุด สามารถขยายตัวได้ดีที่สุด 1.1% หรือมูลค่า 337,655 ล้านเหรียญสหรัฐ หากเศรษฐกิจคู่ค้าสําคัญ เช่น สหรัฐ จีน อาเซียน ยุโรป ญี่ปุ่นฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาด และมาตรการการค้าสหรัฐไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ สอดรับกับปริมาณการค้าโลกทั้งขยายตัว และมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐไม่ได้รุนแรงและขยายวงกว้างอย่างที่กังวล และมีการลงทุนย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างเริ่มส่งผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ Al และ EV

กรณีฐานหดตัว -1.0% มูลค่ารวมถึง 330,642 ล้านเหรียญสหรัฐ หากการปรับสู่ภาวะปกติ หลังจากส่งออกปี 2568 ขยายตัวสูงมาก เนื่องจากการเร่งนําเข้าของคู่ค้า เพื่อเลี่ยงกําแพงภาษี ทําให้คําสั่งซื้อปี 2569 ลดลง ตามสต๊อกที่อยู่ระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจโลกและคู่ค้าสําคัญชะลอตัวลง สอดคล้องกับปริมาณการค้าโลกที่ขยายตัวค่อนข้างต่ำ รวมถึงปัจจัยราคาและค่าเงินบาท เป็นแรงกดดันสําคัญต่อความสามารถในการแข่งขันและรายได้ในรูปแบบเงินบาท และราคาน้ำมันดิบโลกปรับลดลงจะส่งผลต่อมูลค่าส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน

กรณีฐานต่ำที่สุด ติดลบ 3.1% ซึ่งมีมูลค่ารวม 323,628 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมาตรการกีดกันทางการค้า/กําแพงภาษีสหรัฐรุนแรงและครอบคลุมวงกว้างกว่าที่คาดการณ์ กระทบห่วงโซ่อุปทานโลกส่งผล ให้ปริมาณการค้าโลกหดตัว การชะลอตัวอย่างมากของเศรษฐกิจประเทศ คู่ค้าสําคัญโดยเฉพาะสหรัฐและจีน รวมถึงแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า กระทบกําไร และขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลดลง กดดันมูลค่าการส่งออกรวมของไทย

โดยฐานที่กระทรวงพาณิชย์มองไว้คงยืนเป้าหมายศูนย์เปอร์เซ็นต์ ถึงบวก 1%

ขณะที่ผู้ส่งออก ธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เดิมนั้นมองการส่งออกในปี 2569 มีแนวโน้มจะขยายตัว 2% แต่เมื่อเกิดความรุนแรงยืดเยื้อของสงครามในตะวันออกกลาง ทุกฝ่ายก็ระดมสมองและปรับลดเป้าหมายกันอีกครั้ง

โดย สรท.เห็นว่า หากเหตุการณ์จำกัดวง ผลกระทบจะอยู่ในระยะสั้น 1–3 เดือน ผลกระทบส่งออกอาจยังยืนในคาดการณ์เดิมได้

แต่หากลุกลามเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค ผลกระทบต่อการค้าโลกอาจยืดเยื้อ 6 เดือนขึ้นไป และกดดันเป้าหมายการส่งออกไทยกลับมาติดลบ ซึ่งอาจใกล้เคียงการระบาดของโควิด-19 ที่การค้าทั่วโลกชะงักและติดลบเกิน 2 หลัก

อีกโจทย์ร้อนที่รัฐบาล “อนุทิน 2” จะฝ่าฟันไปให้ได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

Mazda CX-6e เอสยูวีไฟฟ้า สวยสะกดกับราคาสุดเร้าใจ
‘เมสซี่-โรนัลโด้’ และบทอำลาทีมชาติ (?) แบบต่างขั้ว
‘ยาม่วง’ หรือ ‘ยาเจนเชียน’ และดอกหลงต่าน
เต้าหู้ยัดไส้หมูสับผัดหน่อไม้
ยุคบ้านมือสองครองตลาด
ชัยชนะของคนธรรมดา : เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569
เมื่อ 67 มาถึงสยาม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 16-22 ตุลาคม 2569
มนุษย์ ไม่ใช่แค่ ‘ทุนมนุษย์’
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
หกตุลา กึ่งศตวรรษ ยังหาทางกลับไม่ถึงบ้านหรือ
คำกล่าวปิดท้ายชุมนุมปาฐกถา 50 ปี 6 ตุลาที่เตรียมไว้ แต่พูดไม่หมด