bg-single

มหกรรมผลาญงบกีฬา 7 พันล้านจัด ‘ยูธ อลป.’ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

02.05.2026

เขย่าสนาม | เงาปีศาจ

ประเทศไทยกำลังคิดการใหญ่อีกครั้งยื่นเสนอตัวต่อ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ขอรับเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาเยาวชนโอลิมปิก ฤดูร้อน ค.ศ.2030 หรือ “ยูธ โอลิมปิก 2030” ในอีก 4 ปีข้างหน้า

โค้งสุดท้ายก่อนที่ไอโอซีจะชี้ขาดเลือกชาติเจ้าภาพเกิดแรงกระเพื่อมขึ้นมากมายจากบรรดาคีย์แมนกีฬาของเมืองไทย ทั้งการที่ ชีค โจอัน บิน ฮาหมัด อัล-ทานี ประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ชาวกาตาร์ เดินทางมาเมืองไทยเข้าพบ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และประกาศว่า สนับสนุนไทยเป็นเจ้าภาพยูธ โอลิมปิกเกมส์ 2030 รวมไปถึงไอโอซีส่งผู้แทนมาสำรวจความพร้อมของกรุงเทพมหานคร และ จ.ชลบุรี ในการเป็น 2 เมืองหลักจัดการแข่งขัน

ไอโอซีจะพิจารณาเลือกเจ้าภาพในการประชุมสมัชชาใหญ่ ในวันที่ 25 มิถุนายน ที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมี 3 ประเทศที่ผ่านเข้ารอบ ประกอบด้วย ชิลี, ปารากวัย และไทย

ยูธ โอลิมปิก 2030 ถือเป็น ยูธ โอลิมปิกเกมส์ หนที่ 5 อย่างเป็นทางการ โดยครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2010 ที่ประเทศสิงคโปร์ / ครั้งที่ 2 ค.ศ.2014 ที่เมืองนานจิง ประเทศจีน / ครั้งที่ 3 ค.ศ.2018 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา / ครั้งที่ 4 ค.ศ.2016 ที่กรุงดาการ์ ประเทศเซเนกัล

บรรดาคีย์แมนวงการกีฬาเมืองไทย สร้างแรงกระเพื่อมกันสุดขีด กดดันรัฐบาลทุกวิถีทางเพื่อหวังให้รัฐบาล “อนุทิน 2” ไฟเขียวเห็นด้วยกับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยในครั้งนี้

ดูผิวเผินเหมือนไม่มีอะไร เป็นเรื่องดีที่ประเทศไทยจะได้ประกาศในเวทีโลกว่า ไทยมีแสนยานุภาพเรื่องของกีฬา ได้โปรโมตประเทศไทย แต่อย่าลืมว่า นั่นเป็น “ดาบสองคม” ที่รัฐบาล “อนุทิน 2” ต้องไตร่ตรองให้ดี

คำของบประมาณในการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทย รวมกับงบฯ เก็บตัวฝึกซ้อมนักกีฬา อยู่ที่ 7,000 ล้านบาท…!!!

คำถามดังๆ ไปยังรัฐบาล ไปยัง อนุทิน ชาญวีรกูล คือ มันคุ้มค่าหรือไม่?

ประเทศไทยจะได้ประโยชน์กลับมาอย่างไร?

การจะใช้เม็ดเงินระดับ 7,000 ล้านบาทซึ่งมาจากภาษีของประชาชนทั่วประเทศไป “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” แบบนี้ มันจะส่งผลดีต่อประเทศโดยภาพรวมได้อย่างไร

หากยังมองไม่ออก ลองย้อนไปดู กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ และนครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เผชิญกับวิกฤตอย่างหนักหลังการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างโอลิมปิกเกมส์

อีกเรื่องที่มองให้ออกคือ ความน่าสนใจของกีฬายูธ โอลิมปิกเกมส์ ไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุดที่จะต้องไปพยายามไขว้คว้ามาครอบครอง

อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องมองให้ออก และอย่าเชื่อ “ลมปาก” ของบรรดาคีย์แมนกีฬาจาก 2 ค่ายหลัก นั่นคือ ค่ายบ้านอัมพวัน หรือคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการผลักดันครั้งนี้ และ ค่ายหัวหมาก นั่นคือ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)

เพราะไม่มีคีย์แมนวงการกีฬาคนไหนบอกว่า “ไม่คุ้มค่า” หรอก ทุกคนหวังแค่การ ผลาญงบประมาณ ไปแบบเปล่าประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของภาพรวมประชาชนในประเทศ

อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องชั่งน้ำหนักให้ดี หรือถ้ายังนึกไม่ออกว่า เราจะจัดไปทำไมกับกีฬายูธ โอลิมปิกเกมส์ 2030 ลองหลับตาแล้วนึกภาพการเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ของประเทศไทยเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมาว่า ล้มเหลวอย่างไร

คีย์แมนกีฬาของเมืองไทยยังจัดกีฬาซีเกมส์ ออกมาได้เป็น “กีฬาเยาวชนแห่งชาติ”ของเมืองไทยอยู่เลย ทุกอย่างมันต่ำกว่ามาตรฐานไปหมด ทั้งระบบ เพราะอะไร เพราะไปลดสเป๊กการทำงาน ไปลดมาตรฐานเพื่อประหยัดงบประมาณกัน ทุกอย่างเลยออกมาเละเทะ มั่วไปหมด

ประการสำคัญ คีย์แมนกีฬาเมืองไทยยังทะเลาะฟาดฟันเปิดศึกแย่งชิงขุมทรัพย์จากรัฐบาลกันอยู่เลย ตอนซีเกมส์เราใช้ไปประมาณ 1.5 พันล้านบาท ยังทะเลาะกันชนิด “ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ” จนถึงทุกวันนี้

ไม่ต้องไปคิดว่า หากรัฐบาลเคาะงบฯ ให้วงการกีฬาไปถลุงเล่นๆ 7,000 ล้านบาทในการเป็นเจ้าภาพยูธ โอลิมปิกเกมส์ 2030 มันจะพังพินาศขนาดไหน

สื่อมวลชนได้แต่ทักท้วง เอาความจริงมาพูดกัน มันใช่เวลาหรือไม่? ถูกเวลาหรือไม่หากรัฐบาลต้องควักเงินในกระเป๋า 7,000 ล้านบาทให้กับคีย์แมนวงการกีฬาไปผลาญภาษีของประชาชน ท่ามกลางสภาวะปัญหาเศรษฐกิจ สงคราม ความไม่แน่นอน รัฐบาลต้องไตร่ตรองอย่างรอบคอบ โปรดทบทวนอย่างรอบคอบ ใช้สติ อย่าเชื่อในสิ่งที่ได้ยินได้ฟังจากด้านเดียว หรือจากกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียว

ไม่ปฏิเสธว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในเรื่องอารยธรรม มีความพร้อมเรื่องของแหล่งท่องเที่ยว เรียนรู้ศิลปะ การท่องเที่ยวดึงดูดคนทั่วโลกที่อยากมาประเทศไทย โรงแรมที่พัก อาหาร ทั้งกรุงเทพฯ และ จ.ชลบุรี ก็เพียงพอ

แต่สิ่งที่ประเทศไทยไม่พร้อม และไม่ถูกหยิบยกมาพูดให้ อนุทิน ชาญวีรกูล ฟังเลยนั่นคือ สนามแข่งขัน ต้องยอมรับการตรงๆ ว่า ไทยไม่พร้อมเรื่องมาตรฐานสนามแข่งขัน เราตามหลังสิงคโปร์ สปอร์ตฮับ อยู่มาก เราตามหลังจีน, ญี่ปุ่น ในเรื่องสนามกีฬาอยู่หลายขุม

ไม่ใช่เรื่องสนามกีฬาอย่างเดียวที่เราไม่พร้อม แต่เรายังไม่พร้อมที่จะลงทุนสร้างใหม่ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจแบบนี้…

อีกประการที่ไทยไม่พร้อมคือ ศักยภาพของคนวงการกีฬาของเมืองไทย ไม่อยู่ในขั้นที่จะบริหารจัดการการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาระดับโลกได้อย่างมืออาชีพ เหมือนจีน, ญี่ปุ่น, กาตาร์ เขาทำกัน

ที่ผ่านมา มหกรรมกีฬาระดับเอเชียอย่าง เอเชี่ยนบีชเกมส์, เอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ฯ หรือแม้แต่ กีฬาซีเกมส์ เราจัดกันแบบ “ผักชีโรยหน้า” แค่เอาตัวรอด แก้ปัญหาตามสถานการณ์ แค่หลับตาก็นึกภาพออกแล้วว่า มหกรรมกีฬาระดับโลกที่ไอโอซีกำกับเองอย่าง ยูธ โอลิมปิกเกมส์ จะเละเทะขนาดไหน

นายกรัฐมนตรีต้องอย่าลืมว่า ยังมีเรื่องเร่งด่วนที่ชาวบ้านคนไทยรอนายกรัฐมนตรีแก้ไขปัญหาอยู่ ทั้งเรื่องน้ำมันแพง, เศรษฐกิจที่กว่าจะฟื้นตัว ปัญหาปากท้องของประชาชน ส่วนเรื่องการจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลก เมื่อถึงจุดที่เราพร้อมทั้งเงิน ทั้งคนที่มีศักยภาพเพียงพอแล้วค่อยว่ากันใหม่ก็ยังได้

เข้าใจว่าเราผลักดันกันมานานแล้ว กระบวนการผ่านมาถึงโค้งสุดท้ายก่อนที่ไอโอซีจะชี้ขาดตัดสินชาติเจ้าภาพกันแล้ว

แต่ในความเป็นจริง ยังไม่สายที่ อนุทิน ชาญวีรกูล จะทำหนังสือขอบคุณไอโอซี และชี้แจงเหตุผลว่า ประเทศไทยยังไม่พร้อมกับการเสนอตัว และ “ถอนตัว” ออกไป

ภาพรวมของประเทศชาติต้องมาก่อนลำดับแรก งบฯ 7,000 ล้านบาท มันนำไปพัฒนาส่วนอื่นๆ ให้ประเทศเจริญได้มากกว่านำมาให้ “คนกีฬา” ละเลงกันแบบไร้คุณค่า

อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องรู้ให้เท่าทันพวก “อีแร้งรุมทึ้ง” งบฯ แผ่นดิน…



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘อนุทิน 2’ คะแนนร่วง กระทุ้ง รมต.โลกลืม …ฟื้นเชื่อมั่น!
สูตรแคร์ : บทเรียนสิบปีของบอร์ดที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อใคร
ส่องลึกอิหร่าน: 11) ชนชาติส่วนน้อยกลุ่มต่างๆ ในอิหร่าน
ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว
ซีซาร์สลัดอะโวคาโดไส้กรอก
พาส่อง JAECOO 6T REEV เอสยูวี ราคาต่ำล้าน-เด่นที่ขุมพลัง
เจาะลึกผลงาน ‘ตบสาวไทย’ เปลี่ยนผ่านคืนสู่ทีมชั้นนำโลก?
Cash is King
ราตรีสีทอง
ฟีฟ่ากับแนวทางฟุตบอลโลก 64 ทีม ให้โอกาสหรือเพิ่มรายได้?
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2569
E-DUANG | กรณี TH-AI PASSPORT คือ เทคโนโลยี ผสาน การเมือง