Suzuki JIMNY ออฟโรดไอคอนิก นำเข้าจากญี่ปุ่น-เพิ่มออปชั่นจัดหนัก
ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต
แม้ไม่มีโรงงานผลิตในไทยแล้ว แต่ค่ายซูซูกิยังสร้างกระแสกับรถนำเข้าอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่รถกลุ่มแมสอย่าง Suzuki Fronx จากอินโดนีเซีย
ต่อมากับรุ่นไฟฟ้าล้วน Suzuki e VITARA นำเข้าจากอินเดีย ซึ่งน่าจะเข้ามาเน้นภาพลักษณ์มากกว่า เพราะราคาไปไกลเหลือเกิน
ล่าสุดกับ Suzuki JIMNY รถออฟโรดระดับไอคอนิก นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมทำราคาได้น่าสนใจ เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่เคยมาอวดโฉมก่อนแล้ว
JIMNY ถือเป็นรถในตำนานรุ่นหนึ่งอายุอานาม 56 ปีเข้าไปแล้ว ด้วยความน่ารักบวกกับบอดี้ขนาดกะทัดรัด
แม้ราคาในไทยจะเอาเรื่องประมาณหนึ่ง เพราะเป็นรุ่นนำเข้าทั้งคัน แต่มีแฟนานุแฟนให้ความสนใจไม่น้อย

ภายนอก เด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์เฉพาะตัว เข้ากับฝากระโปรงหน้าทรงเหลี่ยมสไตล์ออฟโรด สีดำ
เสริมความดุดันไฟหน้า Projector Lens แบบ LED ทรงกลมทันสมัยสะดุดตา พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ และระบบทำความสะอาดไฟหน้า
รุ่นล่าสุดนี้ยังเพิ่มระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติมาให้ด้วย
ไฟตัดหมอกคู่หน้าทรงกลมฝังไว้บริเวณกันชนสีดำ
ออกแบบชายล่างกันกระแทกสีดำเช่นกัน เสริมความดุดันมากขึ้น
โป่งซุ้มล้อสีดำขนาดใหญ่ทั้ง 4 ล้อ
กระจกมองข้างปรับด้วยไฟฟ้า และหลังคาสีดำ
มือเปิดประตูภายนอก สีเดียวกับตัวรถ
ไฟท้ายแบบ LED ฝังไว้ที่กันชนหลังแนวนอน พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3
ด้านหลังโชว์ความออฟโรดเต็มเหนี่ยวมีที่แขวนล้ออะไหล่ไว้ด้านหลัง
ที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง และระบบไล่ฝ้ากระจกบังลมหลัง
ล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้ว พร้อมยาง 195/80
มิติตัวถัง (กว้าง x ยาว x สูง) 1,645 x 3,480 x 1,720 มม. ฐานล้อ 2,250 มม.
ระยะต่ำสุดถึงพื้น 210 มม.
ถือเป็นรถขนาดกะทัดรัด และพอลุยได้บ้างในบางพื้นที่

ส่วนภายในเน้นโทนสีดำ พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าแบบ 3 ก้านหุ้มหนัง พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชั่นควบคุมเครื่องเสียง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน และระบบสั่งการโทรศัพท์แบบไร้สาย
มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID
หน้าจอกลางระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay, Android Auto และ Mirror Link ลำโพง 2 ตำแหน่ง
เชื่อมต่อระบบนำทาง รองรับ SD Card และ Bluetooth
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
มือเปิดประตูภายในห้องโดยสารสีโครเมียม
เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้าสีดำ เบาะนั่งคนขับปรับ 6 ทิศทาง
เบาะหลังปรับพนักเอนได้ เพิ่มความสบายระหว่างเดินทาง
เบาะนั่งปรับได้อเนกประสงค์ สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ Walk-in ที่เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า ซึ่งช่วยให้การเข้า-ออกของผู้โดยสารตอนหลังง่ายขึ้น รวมถึงเบาะนั่งด้านหลังแบบพับแยก 50 : 50 เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเก็บสัมภาระ
ช่องเสียบ USB บริเวณคอนโซลกลาง
ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V จำนวน 2 ตำแหน่ง บริเวณคอนโซลกลางและห้องเก็บสัมภาระด้านหลัง
พื้นที่เก็บของด้านหลังกว้างและสูง พร้อมช่องเก็บเครื่องมือและช่องเก็บของอเนกประสงค์

ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน K15B แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 130 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที
ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ALLGRIP PRO และ Low Transfer Gear
สามารถเลือกโหมดการขับเคลื่อนสี่ล้อและสองล้อได้อย่างสะดวก
ระบบกันสะเทือน แบบคานแข็ง 3-Link คอยล์สปริง
ตัวช่วยขับขี่และระบบความปลอดภัยในรุ่นล่าสุดนี้ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี Suzuki Safety Support เพิ่มความไฮเทคมากขึ้น
เด่นๆ อาทิ ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ตรวจจับสิ่งกีดขวางด้านหน้าด้วยความแม่นยำ พร้อมส่งสัญญาณเตือนและช่วยเบรกอัตโนมัติในสถานการณ์คับขัน ทำงานร่วมกับระบบตรวจจับคนเดินถนนและรถจักรยาน และระบบตรวจจับรถจักรยานยนต์
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน
ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน / Emergency Stop Signal (ESS) เพื่อแจ้งเตือนรถคันหลังให้ทราบถึงสถานการณ์คับขัน ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกชนท้าย
ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน, ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลน โดยช่วยดึงพวงมาลัยกลับ
ระบบเตือนเมื่อรถส่าย, เซนเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน ฯลฯ
ระบบความปลอดภัยพื้นฐานอื่นๆ ยังอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัย SRS 6 ตำแหน่ง คานกันกระแทกด้านข้าง
ระบบป้องกันล้อล็อก, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว, ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน และระบบช่วยชะลอความเร็วขณะลงทางลาดชัน เป็นต้น

Suzuki JIMNY มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย
สี Mono Tone ราคาพิเศษ 1,590,000 บาท
สี Two Tone ราคาพิเศษ 1,620,000 บาท
โดยราคาพิเศษและโปรโมชั่นอื่นๆ จำกัดเพียง 50 คันแรกเท่านั้น
ส่วนใครที่กังวลว่าไม่มีโรงงานในไทยแล้วจะเป็นอย่างไร บอกเลยหายห่วง เพราะซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ยังดำเนินการอยู่และไม่หายไปง่ายๆ แน่ เพราะมีแผนรถเข้ามาบุกตลาดไทยหลายรุ่น
ขณะที่มีโชว์รูม 80 แห่งทั่วประเทศ ศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน 44 แห่ง มีบริการ Mobile Service ดูแลเช็กระยะและบำรุงรักษาพื้นฐานนอกสถานที่ รวมถึงการเร่งขยายเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐาน 2S (Service & Spare Parts) เพื่อทำงานควบคู่ไปกับศูนย์บริการหลักประเภท 3S (Sales, Service & Spare Parts)
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
