bg-single

เรากำลัง ‘ดูแล’ หรือ ‘สอดส่อง’ ตัวเองกันแน่

29.06.2026

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

นับตั้งแต่เริ่มใส่นาฬิกาสมาร์ตวอตช์แทนนาฬิกาอะนาล็อกเมื่อเกือบสิบปีก่อน ฉันก็กลายเป็นคนที่ติดการออกกำลังกายแบบต้องใส่สมาร์ตวอตช์เท่านั้น

ฉันว่าหลายๆ คนก็มีนิสัยคล้ายๆ กัน เพราะนอกจากสมาร์ตวอตช์จะช่วยบอกข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการออกกำลังกายครั้งนั้นๆ ให้เรารู้ อย่างเช่น ข้อมูลเกี่ยวกับหัวใจ เวลา ระยะทาง ประสิทธิภาพ หรือข้อมูลตามประเภทกีฬาแล้ว มันก็ยังทำหน้าที่คล้ายๆ ตัวช่วยเก็บแต้ม เพิ่มแรงจูงใจให้เราอยากออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

จนหลายๆ ครั้งฉันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าหากออกกำลังกายแบบที่นาฬิกาเราไม่รับรู้ ก็ “ไม่นับ” เป็นการออกกำลังกายไปเสียอย่างนั้นเลย

เราเชื่อกันว่าการใช้อุปกรณ์สวมใส่ได้ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตวอตช์ สายรัดข้อมือ หรือแหวนก็น่าจะทำให้เราเห็นภาพรวมสุขภาพของเราดีขึ้น ออกกำลังกายได้ดีขึ้น เดินได้มากขึ้น นอนได้ดีขึ้น กินได้ดีขึ้น และมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น

ซึ่งตามหลักการแล้วมันก็ช่วยได้จริงๆ

หากเราอยากขยับตัวในแต่ละวันให้มากขึ้น สมาร์ตวอตช์อาจจะช่วยเรานับจำนวนก้าวเดินต่อวันเพื่อให้เราประเมินได้ว่าทุกวันนี้เราเดินน้อยไปหรือเปล่า ต้องเดินเพิ่มอีกแค่ไหน

หากเราตื่นมาตอนเช้าแล้วรู้สึกเพลียแม้ว่าจำนวนชั่วโมงการนอนก็ไม่ได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น การใส่นาฬิกาไว้ตอนนอนก็อาจจะช่วยประเมิณคุณภาพการนอนและแนะนำว่าต้องทำอย่างไรถึงจะปรับปรุงให้ดีขึ้น

หรือหากเรารู้สึกเครียดระหว่างวัน อุปกรณ์สวมใส่ได้อาจจะช่วยให้เราจัดการความเครียดได้ดีขึ้นผ่านการกระตุ้นเตือนให้เราขยับร่างกาย ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งบ้าง หรือมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างทันทีที่มันตรวจจับได้ว่าอารมณ์เราเริ่มขุ่นมัว

ความรับรู้ที่นำไปสู่การพัฒนาสุขภาพโดยรวมแบบนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ถ้าหากเราไม่ได้รับข้อมูลที่อุปกรณ์สวมใส่ได้เหล่านี้เก็บมาให้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเราไปถึงจุดที่หมกมุ่นกับข้อมูลมากเกินไป (คล้ายๆ กับที่ฉันรู้สึกว่าถ้าต้องออกกำลังกายแบบไม่ได้ใส่นาฬิกาก็ไม่ออกเลยดีกว่า) เราก็จะข้ามจากจุดที่ใช้ข้อมูลมาทำให้สุขภาพดีขึ้น กลายเป็นสิ่งที่ Psychology Today เรียกว่า “การสอดแนมตัวเอง” หรือ self-surveillance

ลองนึกสถานการณ์ดูว่าเราตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็รู้สึกสดชื่นดี แต่พอเหลือบตาไปเห็นคะแนนการนอนของตัวเองต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเท่านั้นแหละ ร่างกายมันก็รู้สึกอ่อนเพลียขึ้นมาเสียเฉยๆ

เมื่อจบวัน เราอาจจะรู้สึกโอเคกับตัวเองแต่พอเปิดจำนวนก้าวเดินขึ้นมาดู อ้าว เดินได้ต่ำกว่าที่ตั้งเป้าเอาไว้ แล้วก็ตีอกชกหัวว่าตัวเองเป็นคนไม่มีวินัย ทำอะไรก็ล้มเหลว

หรือเราหมกมุ่นกับการเก็บข้อมูลน้ำหนักตัวทุกวันและพบว่ามันขึ้นบ้าง ลงบ้าง ไม่ได้เป็นกราฟเส้นตรงสวยแบบที่เราคาดหวัง

จากเดิมที่เราหาอุปกรณ์สวมใส่ได้มาใช้งานเพื่ออยากปรับเปลี่ยนอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้ดีขึ้น ไปสู่อาการหมกมุ่นกับตัวเลข จนกลายเป็นแรงกดดันและการตัดสินตัวเอง

แทนที่อุปกรณ์จะช่วยให้เรามีความมั่นใจในตัวเองและรักตัวเองมากขึ้น มันกลับทำให้เรารู้สึกแย่ลงเรื่อยๆ

เว็บไซต์ PT แนะนำว่าทางออกไม่ได้อยู่ที่การโยนอุปกรณ์เก็บข้อมูลทิ้งไปแล้วเลิกเก็บข้อมูลให้หมด แต่คือการต้องปรับเปลี่ยนความคิดที่เรามีต่ออุปกรณ์เหล่านั้นให้มันยืดหยุ่น ให้มันมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น

เริ่มจากการตั้งคำถามให้ตัวเองตอบว่าอุปกรณ์แทร็กกิ้งเหล่านี้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น หรือทำให้เรามองตัวเองแย่ลง

มันช่วยให้เรามีอิสรภาพมากขึ้น หรือทำให้ชีวิตเราแคบลง

มันช่วยให้ข้อมูลเรา หรือมันสอดส่องเรา

และเรากำลังใช้ข้อมูลเหล่านี้ หรือข้อมูลเหล่านี้กำลัง “ใช้” เรากันแน่

เราสามารถปรับวิธีคิดที่มีต่อข้อมูลที่เราได้จากอุปกรณ์แล้วใส่ความเป็นมนุษย์เพิ่มเข้าไป

เช่น คะแนนการนอนเมื่อคืนก่อนมันต่ำเตี้ยเรี่ยดินก็จริง แต่นั่นก็เป็นเพราะเราร้องไห้จากอาการโศกเศร้าที่สูญเสียคนรัก หรือต้องตื่นขึ้นมา 3-4 ครั้งเพื่อปลอบโยนลูกที่ร้องไห้กลางดึก

วันนี้เราเดินได้ไม่ถึงเป้าของจำนวนก้าวเดิน แต่เราได้เดินคุยกับเพื่อนที่รู้ใจไปด้วยและบทสนทนานั้นก็มีความหมายมาก

หรือวันนี้เรากินแคลอรีเกิน แต่เป็นมื้ออาหารที่อบอุ่นมากที่เราได้นั่งกินกับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา

หากเราไม่ได้มัวแต่หมกมุ่นกับตัวเลขจนโยนบริบทอย่างอื่นทิ้งไป เราก็จะพบว่าการเก็บข้อมูลสุขภาพไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดจนเรารู้สึกเหมือนกำลังสอดแนมตัวเอง

ฉันเริ่มจากการแกล้งๆ ลืมนาฬิกาทิ้งไว้ก่อนไปออกกำลังกายบ้างในบางวัน

พูดคุยกับตัวเองมากขึ้นว่าแค่ลุกขึ้นมาออกกำลังกายได้อีกครั้ง แม้จะไม่บ่อยเท่าเดิมแต่ก็นับว่าโอเคมากแล้วในบริบทปัจจุบันนี้ที่ฉันทั้งเลี้ยงลูกทั้งทำงานไปด้วย

แล้วเลือกใช้ข้อมูลที่เก็บได้มาประกอบในวันที่ฉันต้องการข้อมูลมาทำอะไรบางอย่างจริงๆ

ไม่ใช่แค่มุ่งมั่นเก็บตัวเลขสวยๆ เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์
กลไกอุดมการณ์หนังไทย ก่อนลั่นไกฆ่านกพิราบ 6 ตุลา 19
นโยบาย ‘กระเตง’ พม่า! ความท้าทาย ในนโยบายต่างประเทศไทย
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (191)
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (19)
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (2)
E-DUANG | รากฐาน แห่ง วิกฤตศรัทธา อันเนื่อง แต่ กรณี”โกงส.ว.”