Technical Time-Out | SearchSri
นับเป็นอีกครั้งที่ประเด็นเรื่องอนาคตของ เลอบรอน เจมส์ ถูกหยิบยกมาพูดถึงและคาดเดาในหมู่สื่อและแฟนๆ บาสเกตบอลทั่วโลก ภายหลังจาก แอลเอ เลเกอร์ส พ่ายให้แชมป์เก่า โอกลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์ ขาดลอย 0-4 เกม ในศึกเพลย์ออฟลีกบาสเกตบอลเอ็นบีเอ รอบรองชนะเลิศสายตะวันตก
ในฐานะผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักบาสที่เก่งที่สุดตลอดกาลของลีกเอ็นบีเอ วันนี้ในวัย 41 ปี “คิงเจมส์” จารึกชื่อเคียงข้างสถิติมากมายของการแข่งขัน ในจำนวนนั้นคือการลงเล่น 23 ฤดูกาล มากที่สุดในประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของสถิติทำแต้มสูงสุดตลอดกาลทั้งในฤดูกาลปกติและเพลย์ออฟ (43,440 และ 8,521 คะแนน) อีกด้วย
นอกจากนี้ ในฤดูกาลล่าสุด เขายังสร้างประวัติศาสตร์ที่หาได้ยากยิ่งอย่างการลงเล่นเกมเดียวกับลูกชาย บรอนนี่ เจมส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในความฝันที่เจ้าตัวเคยพูดไว้เมื่อหลายปีก่อน
ไม่เพียงเลอบรอนกับบรอนนี่จะเป็นพ่อลูกคู่แรกที่ลงเล่นในลีกเอ็นบีเอร่วมทีมเดียวกันพร้อมๆ กันเท่านั้น พวกเขายังทำสถิติแอสซิสต์ให้กันและกันทำแต้มได้อีกด้วย
แม้ว่าในแง่จำนวนแชมป์ลีกอาจจะไม่เป็นที่สุด แต่การคว้า 4 แชมป์เอ็นบีเอกับ 3 ทีม (ไมอามี ฮีต ปี 2012 และ 2013, คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ปี 2016 และแอลเอ เลเกอร์ส ปี 2020) ก็ยืนยันความยอดเยี่ยมของเขาได้เป็นอย่างดี
ฤดูกาลล่าสุด เจมส์มีปัญหาร่างกายไม่สมบูรณ์นัก ทำให้ลงเล่นได้ 60 นัดในฤดูกาลปกติ ต่างจาก 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ลงเล่น 70 นัดขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของฤดูกาลปกติและในช่วงเพลย์ออฟซึ่งเลเกอร์สขาดพอยต์การ์ดตัวเก่งที่ย้ายทีมมากลางฤดูกาลอย่าง ลูก้า ดอนชิช เจมส์ก็ยกระดับเกมของตัวเองขึ้นมามีบทบาทสำคัญในทีม แม้ว่าในท้ายที่สุดจะไม่อาจต้านความแข็งแกร่งของแชมป์เก่าอย่างธันเดอร์ได้ก็ตาม
การที่ทีมแพ้ธันเดอร์ตกรอบเพลย์ออฟหมดรูป ประกอบกับอายุที่เพิ่มมากขึ้นและร่างกายที่ร่วงโรย รวมถึงการบรรลุความฝันการเล่นร่วมกับลูกชาย และการทำลายสถิติสำคัญต่างๆ ทำให้บางคนคาดว่านี่อาจจะเป็นซีซั่นสุดท้ายในฐานะนักบาสอาชีพของเลอบรอน เจมส์ แล้วก็ได้

ตัวเจมส์เองนั้นออกตัวหลังทีมตกรอบเพลย์ออฟว่า จะขอเวลาทบทวนเรื่องต่างๆ และปรึกษาครอบครัวก่อนตัดสินใจ เช่นเดียวกับที่เขาทำเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
ก่อนหน้านี้ เจมส์เคยย้ำว่า ถ้ายึดติดแค่เรื่องคว้าแชมป์อย่างเดียวก็คงไม่เล่นมานานขนาดนี้ แต่เป็นเพราะสิ่งสำคัญกว่าคือระหว่างทางที่จะไปถึงเป้าหมาย ทั้งการซ้อม การแข่งขัน ความรักที่มีต่อกีฬาบาสเกตบอลซึ่งยังไม่จางหาย ทำให้เขายังสนุกกับการแข่งขันอยู่
ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ ความเคลื่อนไหวของสื่อกีฬาเมืองมะกัน ซึ่งเริ่มมีบทวิเคราะห์อนาคตของเจมส์ในช่วงออฟซีซั่น เนื่องด้วยในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ เขาจะกลายเป็นผู้เล่นฟรีเอเย่นต์เต็มตัว ทำให้ตัดสินใจเลือกอนาคตได้อย่างเต็มที่
แหล่งข่าววงในเผยว่า ผู้บริหารทีมเลเกอร์สอยากให้เจมส์อยู่กับทีมต่อไปจนเลิกเล่น แต่ก็จะไม่ให้เรื่องนี้เป็นความสำคัญลำดับหนึ่งในการเตรียมทีมฤดูกาลถัดไป
ตัวเจมส์เองก็สนใจที่จะอยู่ต่อ แต่จากฤดูกาลที่เพิ่งจบไป ซึ่งดอนชิชเข้ามามีบทบาทสำคัญในทีม เช่นเดียวกับชู้ตติ้งการ์ด ออสติน รีฟส์ เจมส์อาจจะมองหาทีมใหม่ถ้าเขารู้สึกว่าเลเกอร์สจะมีทิศทางการทำทีมโดยไม่ได้มีเขาอยู่ในแผนสร้างทีมหลักอีกต่อไป
ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส และ โกลเดนสเตท วอร์ริเออร์ส ต่างก็ให้ความสนใจในตัวเจมส์
ถ้าไปอยู่วอร์ริเออร์ส ก็หมายถึงโอกาสในการร่วมทีมกับ สตีเฟ่น เคอร์รี่ คู่ปรับร่วมยุค หรือถ้าไปคาวาเลียร์ส ก็จะเป็นการกลับสู่จุดเริ่มต้น ทั้งบ้านเกิดและทีมแรกของเขาตอนเริ่มเล่นลีกเอ็นบีเอ เรียกว่าเป็นตอนจบที่สมบูรณ์ในชีวิตการเล่นบาสอาชีพของเจ้าตัว
หรือถ้าฉีกโผไปเลย เขาก็อาจจะไปอยู่กับทีมอื่นๆ นอกเหนือจากที่แหล่งข่าวคาดเดา
ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรอดูการตัดสินใจของเจ้าตัวซึ่งน่าจะพิจารณาจากสภาพร่างกายและการใช้เวลากับครอบครัวเป็นสำคัญ เพราะเดือนธันวาคมนี้ เขาก็จะมีอายุ 42 ปีเข้าไปแล้ว
ถึงตอนนั้น สถิติและผลงานในสนามคงไม่สวยหรูเหมือนแต่ก่อน ถ้าตัดสินใจจะไปต่อ ก็ต้องเลือกที่ที่เหมาะกับตัวเองที่สุด เพราะคงไม่พ้นเป็นฉากสุดท้ายก่อนรูดม่านปิดฉากการเล่นบาสอาชีพของตัวเองอย่างบริบูรณ์
