bg-single

โกงสอบท้องถิ่น กำลังจบแบบฆ่าตัดตอน?

03.07.2026

บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

โกงสอบท้องถิ่นทำให้ภาพลักษณ์มหาดไทยที่ “เทาแล้ว” ยิ่ง “เทาอยู่” และ “เทาต่อ” เพราะคนสงสัยว่าการทุจริตเรื่องนี้จะจบโดยไม่มีหัวโจกผิด

ยิ่งไปกว่านั้น ตัวละครซึ่งถูกสงสัยว่าร่วมโกงก็ลามไปถึงอธิการบดี, อธิบดี, ปลัด, รัฐมนตรี รวมทั้งบุคคลชั้นสูงระดับขนหัวลุกในสังคมไทย

เห็นได้ชัดว่าโกงสอบท้องถิ่นครั้งนี้พัวพันกับการเมือง และการโกงที่เกี่ยวกับนักการเมืองส่วนใหญ่ล้วนจบแบบไม่มีการเอาผิดนักการเมืองทั้งสิ้น

ยิ่งถ้าผู้ก่อเหตุเป็นนักการเมืองระดับชาติ โอกาสที่จะดำเนินคดียิ่งเป็นศูนย์จนคดีแบบนี้มักจบแบบ “จับแพะ”, “ฆ่าตัดตอน” หรือไม่ก็ “เป่าคดี”

ล่าสุด “กฤต” ซึ่งพูดในคลิปว่าได้โควต้าโกงสอบท้องถิ่นจาก “รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย” ก็รับจบด้วยการยกมือขอโทษแล้วบอกว่ารัฐมนตรีไม่เกี่ยวไปแล้ว

จากนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า ตำรวจและ ป.ป.ช.จะเชื่อว่ารัฐมนตรีไม่เกี่ยวตามคำพูด “กฤต” หรือจะสืบสวนสอบสวนต่อเพื่อไม่ให้เรื่องจบแบบ “เป่าคดี”

แหล่งข่าวคนหนึ่งบอกผมว่า “กฤต” จะยอมพลีชีพเพื่อไม่ให้เรื่องนี้ลุกลามไปยังบุคคลระดับสูงต่อไป การพลีชีพยิ่งชี้เงื่อนงำของการโกงสอบครั้งนี้จนเดาได้ไม่ยากว่าตำรวจและ ป.ป.ช.จะเลือกจบเรื่องนี้อย่างไร

แต่ประชาชนไม่ควรยอมให้เรื่องนี้จบแบบหัวโจกตัวจริงลอยนวล

ในกรณีโกงสอบท้องถิ่น ตัวละครในคลิปอย่าง “กฤต” คือนักการเมืองซึ่งอ้างว่าตัวเองได้โควต้าโกงสอบ 1,500 ตำแหน่งจากทีมงานพรรคการเมือง ส่วน “ส้ม” มีรายชื่อผู้สมัครที่พร้อมจ่ายค่าโกงสอบและเมื่อทั้งสองฝ่ายดีลกัน “ส้ม” ก็อ้างว่าตัวเองมี “ที่ลงให้พร้อม” สำหรับคนที่ซื้อตำแหน่งทุกกรณี

“ส้ม” เป็นคนร้องเรียนเรื่องนี้ไปยัง ป.ป.ช. ปัญหาของ “ส้ม” จึงไม่ใช่เรื่องการได้โควต้าโกงสอบจาก “อำนาจรัฐ” ผ่านทีมงานพรรคการเมือง แต่คือเรื่องที่ “ส้ม” ถูกแฉว่ารับเงินจากผู้สมัครสอบ ขณะที่ “กฤต” คือคนที่ดีลกับอำนาจรัฐหรือเป็น “นายหน้า” ของนักการเมืองจนมีตำแหน่งมาขายเป็นพันๆ

อย่างไรก็ดี “ส้ม” อ้างว่าทำแบบนั้นเพื่อแฉว่าการสอบท้องถิ่นครั้งนี้มีการทุจริตโดยฝ่ายผู้จัดสอบคือ “มศว” ส่วน “กฤต” อ้างว่าตัวเองดีลกับส้มเพื่อทลายการโกง ซึ่งคำพูดทั้งสองคนนี้มีปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือพอๆ กันว่าใครจะยอมทำชั่วจนเสี่ยงติดคุกทั้งที่ตัวเองไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเลย

เส้นทางข่าวในวังวน “กฤต” กับ “ส้ม” กลายเป็นเรื่อง “สงครามนายหน้าหักนายหน้า” ซึ่งแก๊งโกงหักแก๊งโกงโดยไม่เกี่ยวกับนักการเมืองในอำนาจ

ทั้งหมดนี้คือการขยับประเด็นให้การโกงสอบท้องถิ่นออกไปไกลจาก “อำนาจรัฐ” และทิศทางข่าวค่อยๆ ออกห่างจากตัวปลัด, อธิบดี และรัฐมนตรี

“กฤต” เป็นนักการเมืองเกรด C ที่ลงเลือกตั้งแต่ไม่เคยเข้าสภา เขาลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกที่ขอนแก่นกับพรรคชาติไทยพัฒนาในพื้นที่ซึ่งไม่มีทางชนะ จากนั้นไปกล้าธรรมกับกลุ่ม “เอกราช ช่างเหลา” แล้วอ้างว่าเป็นอดีตคณะทำงาน “ธรรมนัส พรหมเผ่า” และปิดท้ายด้วยการมีภาพปี 2568 เป็นทีมงานพรรคเพื่อไทย

เป็นเรื่องยากจนเหลือเชื่อที่นักการเมืองสอบตกระดับ “คณะทำงาน” จะสามารถล็อกตำแหน่งข้าราชการท้องถิ่นไปขายต่อถึง 1,500 ตำแหน่งอย่างกฤตทำ

เรื่องแบบนี้ใหญ่จนระดับ ส.ส.สมัยที่ 2 หรือเลขานุการรัฐมนตรียังทำไม่ได้ ใครที่ทำได้จึงต้องมีเบื้องหลังเป็นตัวแทนคนระดับสูงกว่านั้นขึ้นไป

เบื้องหลังกฤตเป็นใครต้องไปว่ากันตามกระบวนการยุติธรรมที่ต้องไม่จบแบบมวยล้มต้มคนดู

เฉพาะรัฐมนตรีช่วยมหาดไทยที่มีชื่อพัวพันกับข่าวการขายตำแหน่งก็ปาไปแล้ว 2 ราย ประเด็นคือ รัฐมนตรีไม่มีทางเอาตำแหน่งไปขายได้เอง สิ่งที่รัฐมนตรีทำได้คือ การเอาโควต้าตำแหน่งไปกระจายให้คนอื่นขายต่อ ไม่ว่าจะโดยผ่านกลไกราชการ ผ่าน ส.ส. หรือผ่านนักการเมืองระดับท้องถิ่นก็ตาม

นักการเมืองระดับชาติคนหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า “ข้าราชการท้องถิ่น” และ “ส.ส.” หรือ “นักการเมืองท้องถิ่น” คือเซลส์แมนสำคัญของการขายตำแหน่งราชการ

โดยปกติชาวบ้านหรือใครที่อยากซื้อตำแหน่งมักถามข้าราชการในพื้นที่, ส.ส. หรือนักการเมืองท้องถิ่นอยู่แล้วว่าช่วยฝากลูกหลานเข้าที่นั่นที่นี่ได้หรือไม่ เรื่องแบบนี้เป็นความจริงที่คนไทยรู้กัน

ทันทีที่ชาวบ้านหรือใครก็ตามถามแบบนี้ ข้าราชการสีเทา, ส.ส.สีเทา และนักการเมืองท้องถิ่นสีเทาก็รู้ทันทีว่าคนเหล่านั้นคือ Potential Customer จากนั้นก็แค่ตัดสินใจว่าจะช่วยชาวบ้านหรือไม่ช่วย ถ้าช่วยจะช่วยฟรีๆ หรือ “ดีล” ให้ปิดการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการท้องถิ่นผ่านเบอร์โทรศัพท์หรือแอดไลน์

คนเหล่านี้ใกล้ชิดกับชาวบ้านจนคำถามเรื่องฝากลูกฝากหลานเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งกว่านั้นคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่แต่ละคนอยากซื้อตำแหน่งล้วนเป็นองค์กรที่ “ข้าราชการ” หรือ “นักการเมือง” มีเครือข่ายคุ้นเคยอยู่แล้ว หากผู้ซื้อและผู้ขายใจตรงกัน การซื้อขายก็ง่ายกว่าพลิกฝ่ามือ

ปฏิบัติการโกงข้อสอบไม่มีทางทำโดย “กฤต” เพียงคนเดียว

กฤตไม่มีปัญญามีโควต้าสอบข้าราชการท้องถิ่นมาเร่ขายถึง 1,500 ตำแหน่ง

เช่นเดียวกับ “ส้ม” ไม่มีปัญญาหาตำแหน่งมาขายแลกเงินมหาศาล แต่ทั้งหมดต้องมี “เครือข่าย” ที่อยู่สูงกว่าทั้งคู่ในแง่ Supply และต่ำกว่าทั้งคู่ในแง่ Demand

เส้นทางข่าวโกงข้อสอบนั้นชัดแล้วว่าเบื้องหลัง “กฤต” คือใคร แต่เบื้องหลังส้มยังเป็นปริศนาที่ไม่มีใครพิสูจน์ได้ชัดๆ มากกว่าแชตซึ่งไม่มีผลทางกฎหมาย

เพราะถ้าเบื้องหลัง “กฤต” ใหญ่จนกฤตยอมฮาราคีรีตัวเอง เบื้องหลังส้มก็ต้องใหญ่พอที่จะทำให้ส้มกล้าชนกับกฤตและนายของกฤตด้วยเช่นกัน

เห็นได้ชัดว่าคดีโกงข้อสอบกำลังจะจบที่ฆ่าตัดตอน แต่ปัญหาคือการฆ่าตัดตอนกรณีนี้ยากเพราะราชการเคยบอกว่าการซื้อขายตำแหน่งมีสูงถึง 3,000 จาก 9,000 ตำแหน่ง ซึ่งแปลว่าคดีใหญ่เกินกว่า “กฤต” จะทำคนเดียวได้ แต่จะยอมให้คดีเดินหน้าจนเอาผิดคนที่ใหญ่กว่ากฤตก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน

เป็นไปได้อย่างมากที่คดีนี้จะจบโดยไม่มีนายใหญ่ของกฤตคนไหนผิดเลย

แต่อาจต้องมีคนระดับกฤตอีกสักกลุ่มที่ทำให้การฆ่าตัดตอนดูน่าเชื่อถือว่าคนกลุ่มนี้สามารถโกงสอบจนมีเงินหมุนเวียน 4,500 ล้านได้จริงๆ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานในเอเชีย
อีโบลาสายพันธุ์หายาก กับวิกฤตที่ต้องจับตา
ต้นทุนที่แท้จริง ของสงครามอิหร่าน
เมื่ออังกฤษเปลี่ยนผู้นำ
โกงสอบท้องถิ่น กำลังจบแบบฆ่าตัดตอน?
อาฟเตอร์ช็อก ‘ทุจริต’ ใน มท. เขย่าเครือข่าย ‘น้ำเงิน’ รัก ‘2 น.’ ร่วงกราว?
ฝ่ายค้านจัดขุนพลชำแหละงบปี 70 ติดป้าย ‘เอไอ’ ประเคนเงิน ‘ดิจิทัลพลัส’
ชัชชาติ ‘จั๊มพ์’ การเมือง ‘จ้ำ’ เบ้า
E-DUANG | บทเรียน การเมือง ปี 2566 บทเรียน การเมือง ปี 2569
‘เสนาอำมาตย์ อำนาจมหาดไทย’ | ปราปต์ บุนปาน
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 6) เรื่อง ปัญหาสงครามชายแดน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ย้ำเดินหน้ากระชับความร่วมมือทุกมิติ เพื่อการพัฒนาร่วมกัน