bg-single

ต้นทุนที่แท้จริง ของสงครามอิหร่าน

03.07.2026

ต่างประเทศ

สงครามตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิสราเอลและอิหร่าน นับได้ว่าสิ้นสุดลงโดยพฤตินัยในทันทีที่ทั้งสองฝ่ายลงนามในเอกสารที่เรียกกันว่า บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา

แต่จนถึงขณะนี้ เรายังไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่า ผลกระทบของสงครามอย่างเต็มรูปแบบนั้นเป็นอย่างไร เพราะหลายต่อหลายอย่างยังไม่แน่ชัด

ตัวอย่างเช่น เรายังไม่รู้ว่า สงครามหนนี้ส่งผลต่อโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างไร เพราะตามเอ็มโอยูระบุไว้เพียงว่า อิหร่านกับสหรัฐจะเจรจาทำความตกลงเรื่องนี้กันในอีก 60 วันข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์และนักวิชาการส่วนใหญ่เห็นว่า อิหร่านตกเป็นฝ่ายได้ประโยชน์อย่างมากจากความตกลงนี้

เพราะไม่เพียงไม่ต้องทำศึกต่อไปอีกแล้ว อิหร่านยังได้ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจจากการผ่อนคลายการคว่ำบาตร

แถมยังได้รับเงินสนับสนุนในชื่อ “กองทุนเพื่อการฟื้นฟูบูรณะและการพัฒนา” มากถึง 300,000 ล้านดอลลาร์

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นว่า เป็น “แรงจูงใจ” ที่โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอให้กับอิหร่านเพื่อให้ยุติการสู้รบและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อคนอเมริกัน

นักวิเคราะห์บางคนบอกว่า การลงนามในเอ็มโอยูครั้งนี้ของทรัมป์ แทบไม่ต่างกับการยอมรับกับความพ่ายแพ้

เพียงแต่ต้นทุนจริงๆ ในการทำสงครามหนนี้ของทรัมป์ ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เพียงเท่านั้น ศึกหนนี้ยังคร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย

ในส่วนของสหรัฐเองนั้นเสียทหารไปอย่างน้อย 13 นาย ในขณะที่อิหร่านเสียผู้คนสังเวยสงครามหนนี้ไปกว่า 3,375 คน ซึ่งรวมทั้ง 170 คนที่สูญเสียไปเหตุการณ์ที่สหรัฐยิงจรวดโทมาฮอว์กเข้าใส่โรงเรียนสตรีแห่งหนึ่ง

ในขณะที่การโจมตีด้วยจรวดและโดรนของอิหร่านต่อเป้าหมายทางทหารในอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไปอีกอย่างน้อย 26 คน กับอีกหลายสิบคนในประเทศต่างๆ โดยรอบอ่าวเปอร์เซีย

และมีคนอีกอย่างน้อย 2,000 คนเสียชีวิตในทางตอนใต้ของเลบานอน จากการเปิดฉากรุกครั้งใหญ่ของกองทัพอิสราเอล

จากชีวิตคน ต้นทุนถัดมาก็คือผลกระทบทางเศรษฐกิจ มูดี้ส์ อนาไลติคส์ ประเมินว่า คนอเมริกันต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นและจ่ายภาษีให้กับสงครามหนนี้รวมแล้วไม่น้อยกว่า 132,000 ล้านดอลลาร์

และมีแต่จะเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ไปอีก หลักๆ ก็เป็นเรื่องของค่าน้ำมันที่ราคาหน้าปั๊มในสหรัฐอเมริกาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นแกลลอนละ 4.56 ดอลลาร์ ราคาปุ๋ยเคมีในสหรัฐสูงขึ้นมากถึง 47 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างสงครามผลักดันให้ราคาสินค้าหมวดอาหารในประเทศสูงขึ้นอย่างชัดเจน

ส่วนบรรดาประเทศริมอ่าวเปอร์เซียยิ่งสาหัสกว่ามาก ธนาคารโลกปรับลดประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจแถบอ่าวเปอร์เซียลดลงเหลือเพียง 2.5 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 เลยทีเดียว

สุดท้ายเป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายทางด้านการทหาร หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างคำขอของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ ที่ขึ้นให้การต่อสมาชิกสภาคองเกรส เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า ทางรัฐบาลร้องขอให้สภาจัดงบประมาณ 80,000 ล้านดอลลาร์ให้กระทรวง เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการทางทหารในสงครามหนนี้

ซึ่งว่ากันว่า นั่นเป็นตัวเลขที่ประเมินต่ำมากไปสุดๆ เพราะไม่ได้รวมเอาต้นทุน เช่น การบูรณะซ่อมแซมฐานทัพต่างๆ ของสหรัฐอเมริการาว 20 ฐานทัพในอ่าวเปอร์เซียที่เสียหายจากการโจมตีของอิหร่าน กับค่าใช้จ่ายที่ต้องซ่อมแซมหรือจัดหาเครื่องบินรบอีก 42 ลำ ทั้งที่เป็นเครื่องบินที่มีนักบินและโดรนซึ่งสูญเสียหรือเสียหายจากสงครามครั้งนี้

นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่า สหรัฐอเมริกายังยุ่งยากและแพงมากขึ้นไปอีกกับการต้องจัดหาอาวุธทันสมัยที่สหรัฐขนเอามาใช้ไปในสงครามหนนี้ โดยเชื่อกันว่ากองทัพอเมริกันยิงโทมาฮอว์กไปมากกว่า 1,000 ลูก และจรวดต่อต้านอากาศยานอีกมากกว่า 1,500 ลูก ใช้จรวดแพทริออตในคลังแสงไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนที่สำรองเอาไว้ก่อนหน้าเกิดสงคราม และเป็นจรวดชนิดที่ทางยูเครนต้องการเป็นอย่างยิ่งในการทำศึกเพื่อป้องกันการรุกคืบของรัสเซีย

รายงานของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ระบุว่า การเติมสรรพาวุธต่างๆ เหล่านี้ในคลังแสงให้กลับมาอยู่ในระดับเดิมก่อนหน้าสงคราม อาจต้องใช้เวลานานถึง 6 ปี

ซึ่งในช่วงระยะเวลาดังกล่าวเหล่านั้น สหรัฐอเมริกาจะอยู่ในสถานะที่ “ไม่พร้อม” ใดๆ ต่อการสร้างความขัดแย้งสำคัญๆ ขึ้นกับคู่แข่งอย่างจีน หรือรัสเซียใดๆ ทั้งสิ้น

รายงานของบีบีซีระบุว่า ชาติในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเองก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประเมินเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 58,000 ล้านดอลลาร์

แต่ยังไม่เสียหายมากเท่ากับอิหร่านที่ตกเป็นเป้าโจมตีโดยตรง ซึ่งเชื่อกันว่าจำเป็นต้องใช้เงินไม่น้อยกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์เพื่อฟื้นฟูบูรณะ

โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเองได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการทิ้งระเบิดของฝูงบินรบสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล โดยเฉพาะเมื่อเดือนมิถุนายน 2025

โดยที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า อิหร่านยังคงมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะอยู่ในครอบครองราว 11 ตัน ซึ่งถึงแม้จะเป็นการเสริมสมรรถนะที่ 60 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ 90 เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นยูเรเนียมสำหรับใช้เป็นอาวุธนิวเคลียร์ก็ตาม

แต่ต้องไม่ลืมว่า นอกจากยูเรเนียมเสริมสมรรถนะแล้ว อิหร่านยังมีองค์ความรู้และเทคโนโลยีในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ติดตัวอยู่ตลอดเวลา

และเรื่องนิวเคลียร์กับยูเรเนียมเสริมสมรรถนะนี่เอง ที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าจะเป็นชนวนเหตุที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งทางทหารครั้งใหม่ในอีกไม่ช้าไม่นาน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานในเอเชีย
อีโบลาสายพันธุ์หายาก กับวิกฤตที่ต้องจับตา
ต้นทุนที่แท้จริง ของสงครามอิหร่าน
เมื่ออังกฤษเปลี่ยนผู้นำ
โกงสอบท้องถิ่น กำลังจบแบบฆ่าตัดตอน?
อาฟเตอร์ช็อก ‘ทุจริต’ ใน มท. เขย่าเครือข่าย ‘น้ำเงิน’ รัก ‘2 น.’ ร่วงกราว?
ฝ่ายค้านจัดขุนพลชำแหละงบปี 70 ติดป้าย ‘เอไอ’ ประเคนเงิน ‘ดิจิทัลพลัส’
ชัชชาติ ‘จั๊มพ์’ การเมือง ‘จ้ำ’ เบ้า
E-DUANG | บทเรียน การเมือง ปี 2566 บทเรียน การเมือง ปี 2569
‘เสนาอำมาตย์ อำนาจมหาดไทย’ | ปราปต์ บุนปาน
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 6) เรื่อง ปัญหาสงครามชายแดน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ย้ำเดินหน้ากระชับความร่วมมือทุกมิติ เพื่อการพัฒนาร่วมกัน