bg-single

อาฟเตอร์ช็อก ‘ทุจริต’ ใน มท. เขย่าเครือข่าย ‘น้ำเงิน’ รัก ‘2 น.’ ร่วงกราว?

03.07.2026

ในประเทศ

ข่าวลือความขัดแย้งภายในพรรคค่ายสีน้ำเงินเริ่มขยายตัวรุนแรงหนักขึ้น หลังจากมีการโยกย้ายข้าราชการฝ่ายการเมืองที่เป็นสายตรงของ ‘2 น.’ คือ ‘น.’ เนวิน ชิดชอบ ผู้นำจิตวิญญาณแห่งพรรคภูมิใจไทย และ ‘น.หนู’ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย จนทำให้มีการจับตามองว่านี่เป็นรอยร้าวสะเทือนความสัมพันธ์ทางการเมืองครั้งใหญ่จริงหรือไม่

ร่องรอยความขัดแย้งในศึกสายเลือดสีน้ำเงินของ ‘2 น.’ สะท้อนผ่านเกมชิงอำนาจในกระทรวงมหาดไทยกับกรณีสั่งเด้งข้าราชการระดับสูงในจังหวัดภูเก็ต

จากเหตุดราม่ารองซีฟู้ด หรือนายธีระพงศ์ ช่วยชู สายตรงนายเนวิน ขู่ย้ายผู้ว่าฯ เซมเบ้ หรือนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร สายตรงนายอนุทิน

อย่างไรก็ตาม นายอนุทินยืนยันว่าสาเหตุที่ย้ายเพราะทั้งคู่ทำงานร่วมกันไม่ได้ จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้ประเทศมหาศาล

แต่กลับปล่อยให้มีมาเฟียบุกยึดที่ดินชายหาด ข่มขู่ไล่ชาวบ้าน และมีการแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์ จึงต้องดำเนินการ ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอของปลัดกระทรวงมหาดไทย

ในเชิงการปกครอง ถือว่านายอนุทินตัดสินใจได้อย่างเฉียบขาด ปกป้องลูกน้องที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ขณะเดียวกันการเทกแอ๊กชั่นหักหน้ารองซีฟู้ดต่อหน้าสาธารณชน อาจทำให้นายกฯ หนูถูกมองได้ว่าต้องการแสดงบารมี วางอำนาจ

และส่งสัญญาณอย่างใดอย่างหนึ่งไปถึงใครหรือไม่

คล้อยหลังจากที่นายอนุทินสั่งย้ายลูกน้องสายตรงนายใหญ่ปราสาทสายฟ้าได้เพียงไม่กี่วัน จู่ๆ เกิดปรากฏการณ์เอาคืนแบบทบต้นทบดอกกับกรณีทลายเครือข่ายขบวนการทุจริตโกงสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย สายตรงนายกฯ หนูโดยตรง

นอกจากนี้ เพจดัง CSI LA ยังแฉคลิปเสียงโดยอ้างว่าภรรยาของนายอรรษิษฐ์อยู่เบื้องหลังขบวนการโกงสอบท้องถิ่น มีการเรียกรับเงินใต้โต๊ะ แบ่งโควต้าเก้าอี้บรรจุข้าราชการ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ผู้คนในสังคมมองว่ามหาดไทยเป็นกระทรวงที่ไม่โปร่งใส เหตุมีการทุจริตโกงสอบท้องถิ่น เรียกได้ว่าเขย่าเครือข่ายระบอบสีน้ำเงินเข้าอย่างจัง

ที่สำคัญยังเกี่ยวโยงไปถึงนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครองคนดังที่เกิดกรณีแชตไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” โดยนายนฤชาถูกมองว่ามีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับบ้านใหญ่บุรีรัมย์ และนายเนวินหวังผลักดันให้เติบโตเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย

กลายเป็นปมร้อนชนวนร้าวระหว่างนายเนวินกับนายอนุทิน ซึ่งหลายฝ่ายจับตาความสัมพันธ์ของ 2 บิ๊กแห่งค่ายสีน้ำเงินว่าจะจบลงอย่างไร

ขณะเดียวกัน ทั้งนายอรรษิษฐ์และนายนฤชาต่างออกมายืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุทุจริตโกงสอบท้องถิ่น พร้อมขู่ฟ้องดำเนินคดีกับคนที่กล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน เพื่อปกป้องชื่อเสียง

สอดรับกับท่าทีของนายอนุทินที่ไม่ยอมให้เกิดปัญหาทุจริตขึ้นในรัฐบาล โดยสั่งให้ยกเลิกผลการสอบในล็อตที่มีปัญหา ตามหลักทฤษฎีผลไม้พิษ

พร้อมสั่งการให้สอบสวนขยายผลถึงข้าราชการระดับสูง รวมถึงทำเอ็มโอยูในการตรวจสอบร่วมกันของ 5 หน่วยงาน ทั้ง ป.ป.ช., ป.ป.ท., ป.ป.ส., กสถ. และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

ทั้งนี้ หากไล่เรียงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หลายฝ่ายมองว่า ‘คนใน’ เล่นกันแรงโดยหวังผลทางการเมืองชัดเจน

หลังจากนี้คงต้องจับตาดูศึกสายเลือดเซาะกราวในค่ายสีน้ำเงิน และอาฟเตอร์ช็อกปัญหาทุจริตในมหาดไทยจะทำให้รักของ ‘2 น.’ ร่วงกราวหรือไม่

นอกจากรอยร้าวระหว่าง ‘2 น.’ ที่ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมกันในกระทรวงมหาดไทยแล้ว ยังพบร่องรอยความขัดแย้งลุกลามไปถึง “โกเกี๊ยะ” นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม อีกทอดหนึ่งด้วย

หลังจากนายอนุทินตัดสินใจดึงอำนาจกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กลับมาไว้ในมือ ซึ่งเป็นการโชว์พลังอำนาจในฐานะนายกฯ และ รมว.มหาดไทย อย่างเต็มที่

สำหรับนายพิพัฒน์ถือเป็นผู้มากบารมีอีกคนในพรรคภูมิใจไทย มีฐานะเป็นนายทุนใหญ่ของสีน้ำเงิน และมีความใกล้ชิดกับบิ๊กปราสาทสายฟ้า

แต่ในช่วงที่ผ่านมาเขากลับถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าถูกนายกฯ หนูฉีกหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า โดนปรับลดบทบาททางการเมืองมาแล้วถึง 3 ครั้ง ทั้งกรณีแลนด์บริดจ์ วิกฤตน้ำมัน และล่าสุดเรื่อง EEC

แต่ถึงกระนั้น นายพิพัฒน์ยืนยันว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ ความสัมพันธ์ของพวกเรายังคงเป็นปกติ ซึ่งได้มีการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกันภายในพรรคเรียบร้อยแล้ว และขอให้ความมั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างในการทำงาน นายอนุทินจะมีการหารือร่วมกับตนและอีก 1 น. อยู่เสมอ ทุกกระบวนการมีการประสานงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

“ในการทำงานร่วมกันย่อมมีบางครั้งที่อาจจะมีการพูดคุยถกเถียงกันบ้างในบางประเด็น หรือในบางเรื่องอาจมีการละเลยไปบ้าง เนื่องจากไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่ขอย้ำชัดๆ ว่าไม่มีความขัดแย้งรุนแรงใดๆ เกิดขึ้นภายในพรรคภูมิใจไทยแน่นอน”

“ท่านนายกฯ อนุทินคือผู้บริหารประเทศ แต่อีก 1 น. ที่ถูกกล่าวถึง ไม่ได้เข้ามาแทรกแซงหรือยุ่งเกี่ยวในการบริหารราชการแผ่นดินเลย เพราะผู้บริหารประเทศเบอร์ 1 คือนายอนุทิน” นายพิพัฒน์กล่าว

เช่นเดียวกับนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นลูกชายนายเนวิน ยิงมุขติดตลกตอบคำถามนักข่าว

โดยระบุว่ามีการทะเลาะกันจริงระหว่าง ‘2 น.’ คือ น.เนวิน และ น.นก แต่ทะเลาะกันด้วยความรัก เจตนาที่จะทำดีเพื่อประเทศชาติ ส่วน 1 พ. กับ 1 น. ก็คือนายพิพัฒน์กับภรรยานางนาที รัชกิจประการ ก็ทะเลาะกันเป็นประจำเช่นกัน

“เป็นเรื่องปกติของทุกคนในการทำงาน ในการดำรงชีวิตที่จะมีความเห็นต่างกันบ้าง แต่ความเป็นพรรคภูมิใจไทยเรามีความสามัคคี และเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดเสมอ”

“ขอยืนยันว่านายเนวินกับนายอนุทินไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน กระแสข่าวที่ออกมาเป็นการดิสเครดิต ทั้ง 2 คนรักกัน สนิทกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานาน เรื่องแค่นี้ไม่กระทบกับความสัมพันธ์แน่นอน” นายไชยชนกโต้ข่าวอาหนูกับคุณพ่อร้าวลึก

ขะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และนายเทพไท เสนพงษ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง โดยวิเคราะห์รอยร้าวในค่ายสีน้ำเงินได้อย่างแหลมคม

นายวิโรจน์มองว่า ถ้านายอนุทินกับนายเนวินไม่เคลียร์กัน ก็อาจจะทำงานด้วยกันลำบาก เวลาผู้มีอำนาจทะเลาะกัน หรือหักกัน และยอมกันไม่ได้ สาเหตุมักมาจากลูกน้องคนสนิททั้งนั้น ยกตัวอย่างกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกฯ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ สาเหตุหนึ่งที่หักกัน ก็ด้วยเรื่องลูกน้องคนสนิท

“ต้องจับตาดูในการโยกย้ายข้าราชการ แต่สำหรับคุณอนุทินผมก็เห็นใจท่านนะ ท่านก็ต้องการลูกน้องที่ใช้งานได้ ไม่ใช่ว่าต้องรับสายโทรศัพท์จากเจ้าของปราสาทสายฟ้าถึงจะทำงาน พอมีปัญหาไม่ทำงาน หรือสั่งแล้วไม่เชื่อ ก็ต้องให้เจ้าของปราสาทสายฟ้าโทรศัพท์มาคุย”

“ความรักของเพื่อนรักจะเริ่มหมางเมินก็ต่อเมื่อมีบุคคลที่ 3 แล้วก็ต้องเป็นบุคคลที่ 3 ที่มีอำนาจ อาจจะเป็นตัวแทนของกลุ่มอนุรักษนิยมที่มีอำนาจมากๆ ที่สามารถดลบันดาลให้คุณอนุทินได้อยู่ในตำแหน่ง หรือพ้นจากตำแหน่งด้วย”

“มันจะวัดใจคุณอนุทินว่าระหว่างเพื่อนรัก ที่ยอมให้เตะก้นได้ กับคนที่โทรศัพท์สั่งนู่นสั่งนี่ได้ ที่ทำให้คุณอนุทินจะอยู่หรือไปได้ คุณอนุทินจะเอาอย่างไร” นายวิโรจน์กล่าว

ส่วนนายเทพไทชี้จุดแตกหักระหว่างนายอนุทินกับนายเนวิน คือปมที่ดินเขากระโดง เนื่องจากกรมที่ดินและการรถไฟแห่งประเทศไทย มีหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาล

ขณะที่กลุ่มอนุรักษนิยมก็ต้องการเอาที่ดินตรงนี้คืน เพราะเป็นที่ดินของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ดังนั้น จึงต้องบังคับให้นายอนุทินดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

“คุณอนุทินเขาใกล้ชิดกับกลุ่มอนุรักษนิยมอยู่แล้ว ถ้ากลุ่มอนุรักษนิยมต้องการจะเอาที่ดินคืน คุณอนุทินก็ต้องทำตาม แต่คุณเนวินจะยอมไหมล่ะ ถ้ายอมก็คงยอมไปนานแล้ว แต่ก็ยังยื้อกันอยู่ ประเด็นนี้ผมคิดว่าจะเป็นจุดที่แตกหัก ส่วนเรื่องอื่นก็พอมี แต่อะลุ่มอล่วยกันได้ ยอมกันได้”

“คนที่จะขัดแย้งกันได้โดยธรรมชาติของมนุษย์ จะมีอยู่ 3 เรื่อง คือ อำนาจ เงินตรา และผลประโยชน์ ก่อนที่คุณอนุทินยังไม่ได้เป็นนายกฯ คุณอนุทินก็อาจจะฟังครูใหญ่นะ แต่พอได้เป็นนายกฯ แล้ว เขาก็ต้องเป็นนายกฯ ตัวจริง” นายเทพไทฉายภาพ 2 ขั้วอำนาจแห่งค่ายสีน้ำเงิน สะท้อนรอยร้าวจากปมโยกย้ายข้าราชการ และปัญหาทุจริตในมหาดไทย

สุดท้ายความรักเซาะกราวของ ‘2 น.’ จะร่วงกราว หรือเป็นแค่ละครทางการเมืองอีกหนึ่งฉาก!?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานในเอเชีย
อีโบลาสายพันธุ์หายาก กับวิกฤตที่ต้องจับตา
ต้นทุนที่แท้จริง ของสงครามอิหร่าน
เมื่ออังกฤษเปลี่ยนผู้นำ
โกงสอบท้องถิ่น กำลังจบแบบฆ่าตัดตอน?
อาฟเตอร์ช็อก ‘ทุจริต’ ใน มท. เขย่าเครือข่าย ‘น้ำเงิน’ รัก ‘2 น.’ ร่วงกราว?
ฝ่ายค้านจัดขุนพลชำแหละงบปี 70 ติดป้าย ‘เอไอ’ ประเคนเงิน ‘ดิจิทัลพลัส’
ชัชชาติ ‘จั๊มพ์’ การเมือง ‘จ้ำ’ เบ้า
E-DUANG | บทเรียน การเมือง ปี 2566 บทเรียน การเมือง ปี 2569
‘เสนาอำมาตย์ อำนาจมหาดไทย’ | ปราปต์ บุนปาน
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 6) เรื่อง ปัญหาสงครามชายแดน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ย้ำเดินหน้ากระชับความร่วมมือทุกมิติ เพื่อการพัฒนาร่วมกัน