ต่างประเทศ
ไม่นานมานี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การระบาดของโรคอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ ซึ่งมีความน่ากังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเชื้ออีโบลาสายพันธุ์ที่พบได้ยากและยังไม่มีวัคซีนป้องกันด้วย
โดยการระบาดครั้งนี้เกิดจากสายพันธุ์บันดิบูเกียว ซึ่งไม่เคยพบการระบาดมานานกว่า 10 ปี ผลการศึกษาระบุว่า เชื้อสายพันธุ์นี้มีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 1 ใน 3 และสำหรับการระบาดครั้งปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ
สิ่งที่น่ากังวลอีกประการคือ การระบาดครั้งนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง มีประชาชนราว 250,000 คน ต้องพลัดถิ่นจากบ้าน และยังมีการเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนที่ควบคุมได้ยากไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
อีกทั้งในอดีตการระบาดของโรคอีโบลามักมีขนาดเล็กและจำกัดอยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของเมืองทำให้ผู้คนจำนวนมากอาศัยอยู่ใกล้แหล่งอาศัยตามธรรมชาติของไวรัสอีโบลามากขึ้น จึงเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ
ทริช นิวพอร์ต จาก Doctors Without Borders ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการระบาด ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า พื้นที่ต่างๆ มีการเปลี่ยนมือระหว่างกลุ่มติดอาวุธอยู่ตลอดเวลา ทำให้ทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินไม่สามารถเดินทางเข้าไปยังจุดที่มีการระบาดของอีโบลาได้โดยง่าย
การระบาดของอีโบลาในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อพยาบาลรายหนึ่งเริ่มมีอาการเมื่อวันที่ 24 เมษายน ก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ซึ่งนั่นหมายความว่าไวรัสได้แพร่ระบาดโดยไม่มีใครตรวจพบมานานหลายสัปดาห์ก่อนหน้านั้น
โดยกระทรวงสาธารณสุขของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกระบุว่า สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ไวรัสแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว คือมีผู้คนจำนวนมากสัมผัสร่างของผู้เสียชีวิตระหว่างพิธีศพ ซึ่งเคยเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้โรคแพร่ระบาดในการระบาดครั้งก่อนๆ เช่นกัน
นอกจากนั้น ชุมชนที่ได้รับผลกระทบบางแห่งเชื่อว่าโรคนี้เกิดจากไสยศาสตร์ หรือเป็นโรคลึกลับเหนือธรรมชาติ ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งเลือกไปรับการรักษาที่ศูนย์สวดมนต์หรือหมอพื้นบ้าน (หมอผี) แทนที่จะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ทำให้เกิดความล่าช้าในการเข้ารักษา
อีโบลาเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อย แต่มีความรุนแรงและอาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยปกติไวรัสอีโบลาจะติดเชื้อในสัตว์ โดยเฉพาะค้างคาวกินผลไม้ แต่การระบาดในคนอาจเริ่มขึ้นเมื่อมีการรับประทานหรือสัมผัสสัตว์ที่ติดเชื้อ หลังจากได้รับเชื้อ จะใช้เวลาประมาณ 2-21 วัน จึงเริ่มแสดงอาการ อาการจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน และในระยะแรกจะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่หรือโรคมาลาเรีย ได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย
เมื่อโรครุนแรงขึ้น ผู้ป่วยจะมีอาการอาเจียนและท้องเสีย และอาจนำไปสู่ภาวะอวัยวะล้มเหลว นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายจะมีภาวะเลือดออกทั้งภายในและภายนอกร่างกาย โดยไวรัสสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่น เลือด หรืออาเจียน
ด้านกระทรวงสาธารณสุขไทยยืนยันว่า ยังไม่มีผู้ป่วยติดโรคติดเชื้ออีโบลาในไทย แต่ได้ยกระดับมาตรการคัดกรองและเฝ้าระวัง สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะการระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดาแล้ว
ทั้งนี้ ต้องเฝ้าติดตามเรื่องนี้ต่อไปอย่างใกล้ชิด
