bg-single

‘สุพัน’ งานจิตรกรรมที่นำเสนอเรื่องราวรอบตัวทั่วไปอันไม่ธรรมดาในชีวิตประจำวัน ผ่านสไตล์การ์ตูนสีสันสดใส โดย ปรีชา รักซ้อน

27.05.2026

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

“ศิลปะ” ไม่จำเป็นต้องนำเสนอแต่ความเคร่งเครียดจริงจังแบบผู้ใหญ่

แต่บางครั้งยังสามารถนำเสนอความสนุกสนาน สดใส แบบเด็กๆ

เช่นเดียวกับผลงานในนิทรรศการล่าสุดของปรีชา รักซ้อน ศิลปินร่วมสมัยชาวไทยจากจังหวัดสุพรรณบุรี

ผู้จบการศึกษาจากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในฐานะจิตรกรฝีมือเจนจัดที่ทำงานหลากหลายแนวทาง

ทั้งแนวทางแบบเหมือนจริงอันจัดเจน ช่ำชอง ตามแบบแผนของศิลปินจากรั้วศิลปากร

แนวทางการวาดภาพที่เน้นความฉับไวของฝีแปรงอันอิสระเลื่อนไหล ไม่ยึดติดกับความเป็นจริงอย่างเคร่งครัด หากแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก

และแนวทางการวาดภาพอันโฉบเฉี่ยวเปี่ยมสไตล์ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากงานแฟชั่น หรือแนวทางการวาดภาพอันสนุกสนานสดใส ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนมังงะของญี่ปุ่นและการ์ตูนคอมิกของตะวันตก

แนวทางแบบหลังนี้เองที่ปรากฏอยู่ในนิทรรศการครั้งนี้

ในนิทรรศการครั้งล่าสุดของเขาอย่าง “สุพัน” นำเสนอเรื่องราวในวันธรรมดาของนักเรียนนักศึกษาที่แฝงไปด้วยความทรงจำ แฟนตาซี และจินตนาการ เชื้อเชิญให้ทุกคนได้กลับมาพิจารณาการแสวงหาประสบการณ์ทางสายตา ที่ในบ่อยครั้งเราต่างออกตามหาความงาม

จากฉากทิวทัศน์อันห่างไกล ฉากธรรมชาติ ภาพชีวิต หรือวิถีชีวิต ตลอดจนเพ่งพินิจต่อความงามในศิลปะ จนบางทีก็ทำให้เราหลงลืมกันไปว่า หากลองจับจดและสังเกต ภาพอันพิเศษนั้นมักจะซ่อนอยู่ข้างกาย หรืออยู่ในพื้นที่ใกล้ตัวเสมอมา

Back To The Ground,
Don’t Stop Believin’

ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานอย่างปรีชา เล่าถึงที่มาที่ไปของนิทรรศการครั้งนี้ว่า

“งานชุดนี้เริ่มต้นจากการที่ผมย้อนนึกถึงภาพความสุขในวัยเด็ก ภาพการ์ตูนที่เคยดูและชื่นชอบ เป็นสิ่งที่ผุดขึ้นมาในความทรงจำทุกครั้งที่คิดถึงมัน ความรู้สึกเหล่านั้นทำให้ผมเริ่มถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดในลักษณะนี้ พอดีเป็นช่วงเวลาที่ผมกลับมาอยู่สุพรรณบุรีได้ระยะหนึ่ง แล้วทำโครงการศิลปะเกี่ยวกับเรื่องที่บ้าน เรื่องในหมู่บ้าน เรื่องที่ตัวเองสัมพันธ์กับพื้นที่อยู่อาศัย พอถึงจุดหนึ่งเรารู้สึกว่าภาพลักษณ์ของงานที่เราชอบจริงๆ ก่อนที่จะมีความสนใจเกี่ยวกับการวาดภาพโดยใช้ทักษะ เราเคยชอบวาดพวกภาพการ์ตูนหรือภาพวาดลายเส้น ผมก็เลยกลับไปใช้ลายเส้นที่ตัวเองชอบแบบนั้นมาใช้ในการทำงานที่ตัวเองเลือก”

“ในช่วงแรก ผมสนใจการวาดผู้คนและความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับเมืองที่พวกเขาอาศัยอยู่ รวมถึงช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิตที่เกิดขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่ง สำหรับผม เมืองนี้ไม่เคยเป็น ‘เมืองของผม’ มาก่อน เพราะผมไม่ได้เติบโตที่นี่ และไม่มีความทรงจำผูกพันกับเมือง ภูมิทัศน์ของเมืองนี้จึงไม่ใช่ภาพที่อยู่ในวัยเด็กของผม ผมสนใจหมกมุ่นอยู่กับเรื่องที่ตัวเองสนใจ”

“แต่เมื่อผมมีลูก ประสบการณ์ของผมต่อเมืองนี้ก็เริ่มเปลี่ยนไป”

“ผมได้ใช้ชีวิตที่นี่ในฐานะพ่อ และเริ่มสร้างความทรงจำใหม่ร่วมกับเขา เมืองแห่งนี้กำลังจะกลายเป็นสถานที่ที่ลูกของผมเติบโตขึ้น มีเพื่อนคนแรก มีความรักครั้งแรก และมีเรื่องราวทั้งดีและไม่ดีเกิดขึ้น”

“แม้ในช่วงปีแรกๆ ของชีวิต เขาอาจจะยังไม่สามารถจดจำมันได้ แต่ผมจะเป็นคนที่จดจำช่วงเวลาเหล่านั้นไว้เสมอ กลายเป็นการมองไปถึงสิ่งอื่นๆ มากกว่าสิ่งที่ตัวเองสนใจหรือหมกมุ่น”

“บางทีลูกร้องไห้ตอนกลางคืน เราต้องขับรถพาเขาเที่ยวรอบเมืองไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่า เวลาที่เรามีลูก มีครอบครัว เมืองนี้กลายเป็นเมืองของผม”

“ทำให้ผมเริ่มที่จะไปมองสิ่งต่างๆ ด้วยเหตุนี้ เมืองแห่งนี้จึงค่อยๆ กลายเป็นเมืองของผม และเป็นเมืองของผู้คนอีกมากมายที่ครั้งหนึ่งเคยใช้ชีวิตและสร้างความทรงจำร่วมกันที่นี่”

Everybody Wants to Rule the World
Forever Young

“ผมมักเลือกภาพจากประสบการณ์ธรรมดาในชีวิตประจำวันของผู้คนมาเป็นจุดเริ่มต้นของงาน แต่เมื่อทำงานไปเรื่อยๆ”

“ความสนใจของผมก็เริ่มพาตัวเองย้อนกลับไปหาความทรงจำของความสุขผ่านสิ่งต่างๆ ในวัยเด็ก เช่น ภาพขบวนการ 5 สี, หุ่นยนต์ และซูเปอร์โรบอต รวมถึงการทำโปรเจ็กต์ศิลปะที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ เรื่องเล่า และตำนานท้องถิ่นในจังหวัดสุพรรณบุรี”

“สิ่งเหล่านี้ทำให้งานของผมค่อยๆ เคลื่อนออกจากภาพชีวิตประจำวัน ไปสู่ภาพที่ผสมผสานจินตนาการและความทรงจำมากขึ้น”

Here’s to You
Nothing’s Gonna Stop Us Now

ปรีชายังได้แรงบันดาลใจเกี่ยวกับยอดมนุษย์ต่างๆ จากเหล่าบรรดาเด็กนักเรียนในโรงเรียนทางเลือกที่เมืองสุพรรณบุรีอีกด้วย

“ผมเริ่มเข้าไปสำรวจตามพวกสถาบันการศึกษา อย่างเช่น โรงเรียนกีฬา, วิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี, วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนทางเลือก สถาบันพวกนี้เวลาเข้าไป เหมือนเราได้รับพลังบวกจากพวกเด็กๆ ที่สนใจ ทำให้เรารู้สึกถึงพลังงาน ถึงความฝัน การมีชีวิตเพื่อคาดหวังถึงอนาคตอะไรบางอย่าง ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ผลักดันเราให้กลายเป็นเราในทุกวันนี้”

“ที่ผมเลือกสถาบันที่เกี่ยวกับทางเลือก เพราะผมสนใจเรื่องที่ตัวเองไม่ได้ประสบพบกับชีวิต เพราะผมไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนี้ ผมเป็นนักเรียนโรงเรียนประจำ แต่พอผมกลับมาอยู่ กลับมามองจริงๆ ว่าที่นี่เป็นเมืองที่ลูกผมจะเจริญเติบโต ใช้ชีวิตหลังจากนี้ไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าเมืองนี้เป็นที่ที่ผมจะปักหลักชีวิตของผมแล้ว เลยมองย้อนกลับไปว่า โรงเรียนทางเลือกพวกนี้ มีความน่าสนใจมาก ไม่ว่าจะทางสังคม หรืออื่นๆ” “ส่วนตัวผมสนใจพลังงานชีวิตของผู้คน ของเด็กๆ ที่เลือกเรียนโรงเรียนกีฬา พอผมเข้าไปครั้งแรก ผมรู้สึกว่าน่าตื่นเต้นมาก เดินอยู่ดีๆ ก็เห็นเด็กกำลังผลักรถสิบล้อ เหมือนในการ์ตูน ผมถามว่า น้องทำอะไร เขาก็บอกว่า เขากำลังฝึกอยู่ เพราะเป็นนักกีฬาขว้างจักร”

“หรือผมไปสระว่ายน้ำ เด็กเขาว่ายน้ำกันหนักหน่วงมาก ในสายตาคนนอก ผมมองว่านี่เป็นเหมือนสถานที่ลับ ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา และทำให้เรารู้สึกว่า เด็กพวกนี้เป็นความหวัง”

“รวมถึงลูกผมเองที่เมื่อวันหนึ่งเขาเติบโตขึ้น เขาจะเป็นอะไร? สิ่งนี้อาจมองดูเป็นภาพลักษณ์ของอดีต แต่จริงๆ เป็นการคาดหวังต่ออนาคตผ่านกลุ่มคน ผ่านเด็กที่ใช้ชีวิต รวมถึงตัวเองในช่วงเวลาที่อายุเท่านั้น แล้วกลับมามองตัวเราอีกที เราจะรู้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดและเต็มไปด้วยพลังงาน ความฝัน”

“ผมจึงมองภาพเหล่านี้ว่าเป็นเหมือน ‘เมืองในฝัน’ ของตัวเอง ที่เต็มไปด้วยตัวละครหรือผู้คนซึ่งต่างมีความฝันของตนเอง หรือมีความฝันร่วมกัน จนก่อเกิดเป็นภาพเหล่านี้ขึ้นมา ในอีกแง่หนึ่ง มันอาจเป็นการพาตัวเองออกจากความจริง เพราะเมื่อเราตื่นจากความฝัน สิ่งเหล่านั้นก็มักจะหายไปเสมอ”

Orange Road (Dance in the memories)
Season in the sun,

ปรีชายังเผยถึงจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจจากเมืองนี้อีกประการในการทำงานชุดนี้ว่า

“ถึงจุดหนึ่งที่ผมได้ทำโครงการศิลปะกับศิลปินรุ่นน้อง พอเราเริ่มทำเรื่องเกี่ยวกับสุพรรณบุรี เราก็เริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเมือง ประวัติศาสตร์ เรื่องเล่าก็เข้ามาในชีวิตของเรา”

“เช่น ตัวละครอย่างดวงจันทร์กับมังราย ซึ่งมาจากนวนิยายเรื่องเลือดสุพรรณ ผมก็ใช้ตัวละครพวกนี้มาเล่าเรื่องในฉากของภาพวาด ที่มีฉากหลังเป็นพระธาตุ ซึ่งผมไปขอข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊กหนึ่งที่เขาทำภาพพระธาตุเป็นสามมิติ เพื่อจำลองพระธาตุที่ปรักหักพังให้สมบูรณ์ เพื่อเป็นการศึกษา ผมก็ไปขอภาพเขามาใส่ในฉากนี้ เพื่อให้ล้อไปกับเรื่องเล่าในนวนิยาย ซึ่งจริงๆ ในนวนิยายไม่มีฉากนี้ เราซ้อนภาพลงไป หรือภาพดวงจันทร์กับมังรายที่นั่งมองเทศกาลธงกฐินตะขาบ ซึ่งเป็นโครงการศิลปะที่ผมทำขึ้นชื่อ อสญญกาย”

“ในงานของผมยังมีภาพวาดวัยรุ่นหรือตัวละครนักเรียนยิมนาสติกที่ขี่หุ่นยนต์ ก็มาจากความสนใจของเราเอง ที่ชอบหุ่นยนต์อยู่แล้ว และคิดไปว่าลักษณะของคนที่จะมีคุณสมบัติในการขี่หุ่นยนต์พวกนี้ควรจะเป็นคนที่มีลักษณะพิเศษทางร่างกาย เช่น คนที่เป็นนักกีฬา หรือนักเรียนประเภทวิ่งกรีฑา”

“ผมยังใช้ลายเส้นจากลวดลายของรถบรรทุก ซึ่งสัมพันธ์กับตัวผมอยู่แล้ว เทคนิคการพ่นสีและการทำลวดลายจากรถบรรทุก เป็นลักษณะของงานพื้นบ้านที่พบได้ในบริเวณที่ผมพักอาศัย ผมก็นำลวดลายจากรถบรรทุกมาใช้ เป็นลวดลายของฮีโร่ในกลุ่มขบวนการผู้พิทักษ์ เพื่อตอกย้ำการดำรงอยู่ในพื้นที่ของฮีโร่เหล่านี้”

“ลายเส้นในงานชุดนี้ของผมได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์การวาดภาพในช่วงทศวรรษ 1980 – 1990 ซึ่งอาจดูเหมือนเป็นความโหยหาอดีต แต่สำหรับผมแล้ว ภาพเหล่านี้คือภาพของผู้คนในปัจจุบัน ที่กำลังคาดหวังถึงอนาคต ผ่านตัวละครวัยรุ่นที่ใช้ชีวิตอยู่ในสถาบันการศึกษาต่างๆ”

ไว้เรามากันอีกนะ Let’s Return Someday,

ผลงานภายในนิทรรศการในครั้งนี้ ยังทำให้เรานึกไปถึงประเภทของจิตรกรรมในอดีตอย่าง Genre Painting ที่นำเสนอเรื่องราวอันเรียบง่ายธรรมดาอย่างภาพชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งพิจารณาถึงคุณลักษณะของการทับซ้อนระหว่างเรื่องเสมือนจริงกับภาพเสมือนฝัน ภายในงานจิตรกรรมลายเส้นโปร่ง คม สีสดใส ในลักษณะแบบแอนิเมชั่น

“Genre Painting เป็นงานจิตรกรรมที่เป็นที่นิยมมากในศตวรรษที่ 17 โดยเฉพาะในยุคทองของดัตช์ (Dutch Golden Age) ที่ศิลปินเดินไปในเมืองดูชีวิตผู้คน แล้วก็เอามาวาดเป็นงานจิตรกรรมของตัวเอง Genre Painting ยังเผยสายตาของศิลปินที่มีต่อเรื่องราวรอบตัว และยังสะท้อนถึงความสดใส สนุกสนาน ผมจึงตั้งชื่อนิทรรศการนี้ว่า “สุพัน” ให้เป็นภาษาพูดหรือภาษาเขียนแบบน่ารักที่เด็กๆ เขาใช้กัน”

นิทรรศการ “สุพัน” โดย ปรีชา รักซ้อน จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน พ.ศ.2569 บริเวณ Corner shop ชั้น G ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากศิลปิน ปรีชา รักซ้อน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

คุยกับทูต | แร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน จากกรุงเทพฯ สู่ฮานอย ทูตดัตช์อำลาไทย พร้อมความทรงจำและมิตรภาพตลอด 5 ปี
พิธีกรรมของประชาชนเพื่อทำมาหากิน
เจอกัน?
เสียงคลื่น ยูกิโอะ มิชิม่า (2)
‘ครัวสาว’ ‘การล้างแค้น’ และ ‘ความย้อนแย้ง’
ความผิดปกติ
รั่ว | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | การเมือง แยบยล ในกทม. คือ สัญญะ ชี้แนวโน้มใหม่
การ์ตูน san_d1196
การ์ตูน โกหน่อง
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข