bg-single

ชี้ชะตาคดีฮั้ว ส.ว. สะเทือนระบอบสีน้ำเงิน บทพิสูจน์ความเชื่อมั่น กกต. ส่งศาลฎีกาฟัน 229 คน?

28.08.2026

ในประเทศ

นับถอยหลังมหากาพย์โกง ส.ว. กับบทพิสูจน์ความเชื่อมั่นและความโปร่งใสของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะองค์กรอิสระ ที่เตรียมพิจารณาสำนวนในคดีฮั้ว ส.ว. เพื่อลงมติครั้งสำคัญสะเทือนระบอบสีน้ำเงิน ภายในเดือนสิงหาคม 2569

สำหรับคดีฮั้ว ส.ว.ถูกเตะถ่วงและยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปีแล้ว นับตั้งแต่มีการเลือก ส.ว.ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ปี 2567

คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหามากถึง 229 คน และเชื่อมโยงไปถึงแกนนำพรรคภูมิใจไทยหลายคน เขย่ารัฐนาวาสีน้ำเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยรายชื่อบุคคลที่ถูกพาดพิงในขบวนการโกง ส.ว.ครั้งนี้ มีทั้งระดับกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย คณะรัฐมนตรี เครือข่ายใกล้ชิดระบอบสีน้ำเงิน รวมไปถึง ส.ส. และ ส.ว.

อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย, นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย, น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ฯลฯ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายค้านและภาคประชาชนที่นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กับนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ได้ออกมาเปิดโปงขบวนการโกง ส.ว. ซึ่งว่ากันว่าเป็นการทุจริตเลือก ส.ว.ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยเลยทีเดียว

จากข้อมูลสำคัญของทั้งคู่ที่มีการเปิดเผยให้สังคมได้รับทราบ พบว่าการทุจริตเลือก ส.ว.ในครั้งนี้มีการทำงานอย่างเป็นระบบ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ เริ่มตั้งแต่เปิดห้องพักให้ผู้สมัครกลุ่มพลีชีพ เพื่อติวเข้มก่อนโหวต มีการจัดทำโพยกันอย่างโจ่งครึ่ม มีเส้นเงินเชื่อมโยงถึงผู้สมัคร และเครือข่ายสีน้ำเงินในหลายจังหวัด

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการโอนเงินให้เจ้าหน้าที่ กกต.ใน จ.อำนาจเจริญ จำนวน 860,000 บาท และในวันเลือก ส.ว.ระดับประเทศ มีการแฉว่าผู้สมัคร ส.ว.จังหวัดอ่างทองได้โทรศัพท์ไปหานายภราดรและนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ในช่วงดึก ทั้งๆ ที่มีกฎห้ามใช้โทรศัพท์ในระหว่างที่มีการนับคะแนนการเลือก ส.ว.

อย่างไรก็ตาม บรรดาแกนนำพรรคภูมิใจไทยต่างออกมายืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว ส.ว. โดยนายกฯ อนุทินถึงขนาดลั่นวาจาว่า “ถ้ามีการฮั้วกันจริงก็เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ แต่พวกผมไม่ได้เกี่ยวข้อง รัฐบาลเข้ามาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ และรัฐมนตรีแต่ละคนได้รับการพิจารณา ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง”

“มีการถวายสัตย์ฯ มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนที่จะมาบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้น ส่วนที่ตอบได้ก็ตอบ ส่วนที่ไม่รู้ไม่เห็นไม่เกี่ยวก็ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรไปตอบ เรื่องฮั้ว ส.ว.ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะไม่ใช่เรื่องการทำงานของรัฐบาล”

เช่นเดียวกับนายภราดรและนายกรวีร์ที่ออกมาตอบโต้ iLaw พร้อมทั้งย้ำว่าบันทึกรายละเอียดการโทรศัพท์ไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือขบวนการฮั้ว ส.ว. ทุกอย่างอยู่ที่หลักฐาน และกระบวนการตรวจสอบ

“นั่งดูข่าวแล้วนึกถึงวรรณกรรมเรื่องคำพิพากษา ของชาติ กอบจิตติ นึกถึงตัวละครชื่อไอ้ฟัก ที่ไม่ได้ทำอะไรแต่ถูกคำพิพากษาจากสังคม การจะกล่าวหาใครต้องเอาหลักฐานที่ถูกต้องมาพิสูจน์ให้ได้ และสู้กันบนความถูกต้อง ผมไม่กลัวกับการถูกตรวจสอบ ผมเป็นนักการเมือง ยอมรับในกระบวนการตรวจสอบ และไม่มีปัญหาใดๆ” นายภราดรกล่าว

ขณะที่ความคืบหน้าในคดีฮั้ว ส.ว. มีรายงานว่า กกต.จะพิจารณาสำนวนด้วยความรอบคอบ โปร่งใส ยึดหลักกฎหมาย เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง และคุ้มครองเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างสูงสุด

ทั้งนี้ แม้ กกต.ยืนยันว่าใช้อำนาจโดยอิสระปราศจากการแทรกแซง แต่หลายฝ่ายเกรงว่า กกต.หวังใช้มติของอนุกรรมการชุดที่ 36 เป็นหลังพิง ฟอกขาวให้นักการเมืองและผู้มีอำนาจ ตัดจบขบวนการโกง ส.ว. จนทำให้ไม่สามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังมหากาพย์โกง ส.ว.ในครั้งนี้ได้

สอดรับกับความคิดเห็นของนักวิชาการที่ประเมินฉากทัศน์ของ กกต.ในคดีฮั้ว ส.ว. ซึ่งคาดว่าบทสรุปอาจเป็นไปได้ทั้ง 3 กรณี ประกอบด้วย

1. ส่งรายชื่อทั้ง 229 คนให้ศาลฎีกาพิจารณาตามความเห็นของคณะกรรมการชุดที่ 26

2. ดำเนินการกับคนบางกลุ่ม ตามทฤษฎี 50 Shades of Blue ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ กล่าวคือ สังเวยน้ำเงินอ่อน ปกป้องน้ำเงินเข้ม

และ 3. เลื่อนการพิจารณาคดีฮั้ว ส.ว.ออกไปก่อน โดยอ้างว่ายังไต่สวนไม่แล้วเสร็จ หรือต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงให้รอบคอบที่สุด

ดังนั้น ประเด็นฮั้ว ส.ว.จึงกลายเป็นจุดวัดใจครั้งสำคัญของ กกต. ว่าจะยึดหลักความถูกต้องเที่ยงธรรม หรืออุ้มเครือข่ายระบอบสีน้ำเงินกันแน่?

ด้านนายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ยืนยันว่าการพิจารณาจะเป็นไปตามข้อเท็จจริง พร้อมทั้งย้ำว่าไม่มีประโยชน์ในการเตะถ่วงสำนวน

ขณะเดียวกัน ได้กาง 3 เงื่อนไขตามข้อกฎหมายเพื่อดำเนินการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณากรณีคดีฮั้ว ส.ว. ตามมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญ ดังนี้

1. ต้องเป็นการกระทำของ “ผู้สมัครรับเลือก” เท่านั้น ที่กระทำการทุจริตในการเลือก หรือผู้สมัครรับเลือกรู้เห็นการกระทำของผู้อื่น

หากผู้สมัครรับเลือกไม่ได้กระทำการทุจริตหรือไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำของบุคคลอื่นก็มีประเด็นว่าอยู่ในบังคับมาตรา 226 หรือไม่ เรื่องนี้อยู่ที่ข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้

2. การกระทำที่ “ทุจริต” อาทิ จ้างลงสมัคร จ้างลงคะแนน สมยอม แลกคะแนน หรือให้ประโยชน์อื่นใดเพื่อให้เลือกตนเอง เป็นต้น

และ 3. มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

ขณะที่นายพริษฐ์โต้โผใหญ่ในการติดตามคดีโกง ส.ว. ส่งสัญญาณเตือน กกต. ว่าอย่าคิดตอบแทนบุญคุณจนเสี่ยงคุกเอง อีกทั้งคำสัมภาษณ์ของนายแสวง บุญมี ก็เหมือนจะดูผิดหลักการ หรือพยายามที่จะหาทางลง ไม่สั่งฟ้องคนที่ไม่ใช่ผู้สมัคร ส.ว.อย่างชัดเจน

“ถ้าหาก กกต.ยกคำร้องใครก็ตามทั้งที่หลักฐานชัดก็จะเดินหน้าฟ้อง กกต. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 เมื่อ กกต.ไม่ทำหน้าที่ส่งหลักฐานไปที่ศาล ก็จะดูช่องทางอื่นว่าจะมีกลไกอะไรหรือไม่ที่ทำให้ข้อมูลดังกล่าวไปถึงศาลฎีกาได้ และเราในฐานะสมาชิกรัฐสภาจะยื่นร่างแก้ไข พ.ร.ป.การเลือก ส.ว. เพื่อให้ผู้เสียหายโดยตรงอย่างผู้สมัคร ส.ว. ร้องไปยังศาลฎีกาได้โดยตรง” นายพริษฐ์กล่าว

ขณะเดียวกันนายพริษฐ์และนายยิ่งชีพได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง ช่วงโค้งสุดท้ายของคดีฮั้ว ส.ว. โดยทั้งคู่เชื่อว่า กกต.พร้อมพลีชีพช่วยระบอบสีน้ำเงิน และมองว่าคดีโกง ส.ว.ในครั้งนี้ผลลัพธ์อาจเป็นไปตามธงทางการเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย

“ถ้า กกต.ยกทั้งหมด ก็จะโดนข้อครหาอีก มันจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะหลักฐานชัดขนาดนี้ ถ้าสมมุติคุณสั่งฟ้องแค่ 20 คน แล้วศาลไปไต่สวนพบว่านอกจาก 20 คนนี้ก็ไปทำความผิดกับคนที่ 21-22-23 กกต.ก็ซวยถูกไหม”

“ถ้าคุณจะปกป้องน้ำเงินเข้ม แล้วสังเวยน้ำเงินอ่อน แต่หลักฐานของน้ำเงินเข้มมันชัดกว่าคุณจะอธิบายกับสังคมอย่างไร กกต.ทำงานยากมากนะ มันจะพลิกแพลงอย่างไร เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นไปตามธงทางการเมืองที่อาจจะมี” นายพริษฐ์ชวนตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของ กกต.

ด้านนายยิ่งชีพระบุว่า “หลักฐานทั้งหมดมันก็วนๆ อยู่รอบพรรคการเมืองพรรคเดียว ส.ว.มาจากจังหวัดไหนเยอะ ก็บุรีรัมย์ มีอะไรอีก อ่างทอง สตูล อำนาจเจริญ ผมเกรงว่าคำอธิบายแบบคุณแสวงเนี่ยจะใช้เพื่อบอกว่ากรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยบางคนไม่มีความผิดหรอก เพราะไม่ได้กดพร้อมเพย์ด้วยตัวเอง”

“สำหรับผมเห็นว่าพนักงานสอบสวน หรือ กกต. หรือคนที่เกี่ยวข้อง ควรจะมองเห็นความรับผิดชอบของกรรมการบริหารพรรค ผมไม่ได้บอกว่ากรรมการบริหารพรรคโกง ผมไม่ได้บอกว่ากรรมการบริหารพรรคกดโอนเงิน ผมไม่ได้บอกว่ากรรมการบริหารพรรคไปจ้างผู้สมัคร แต่หลักฐานมันถึงแล้วว่าคนเกี่ยวข้องในพรรคมันเยอะมาก ดังนั้น คุณต้องรับผิดชอบแล้ว”

“ผมไม่รู้ว่า กกต.ชุดนี้จะยอมเสียสละชีพเพื่อปกป้องนายหรือไม่ แต่ผมยืนยันได้ว่า กกต.ชุดนี้มีที่มาจา กส.ว.ชุดนี้โหวตให้ คือเขาก็ต้องคิดแหละ เขาไม่ได้โหวตมั่ว ไอ้กระบวนการคิดตรงนั้นเราไม่เห็นหรอก แต่ถ้าผมมีอำนาจคุม ส.ว.ได้ ก็ง่ายนิดเดียว ผมก็เช็กว่าคนที่จะขึ้นมานั้นจะช่วยเหลือเราในอนาคตหรือเปล่าก่อนที่จะโหวตให้” นายยิ่งชีพชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่าง ส.ว.กับพรรคภูมิใจไทย

จับตาฉากจบคดีโกง ส.ว. กับการทุจริตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย สะเทือนความเชื่อมั่น กกต. ชี้ชะตารัฐนาวาสีน้ำเงินจนสั่นคลอนหรือไม่ อย่างไร!?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ชี้ชะตาคดีฮั้ว ส.ว. สะเทือนระบอบสีน้ำเงิน บทพิสูจน์ความเชื่อมั่น กกต. ส่งศาลฎีกาฟัน 229 คน?
บ่อน ‘เซาะ’ ร่วง ‘กราว’ ความมั่นคง
‘ดีลร่วมเมกกะ’ นาโตแห่งตะวันออกกลาง
E-DUANG | จับตา โค้งสุดท้าย “โกงส.ว.” ภาพ รุกในรับ ภาพรับในรุก
ทรัมป์-อิหร่านกับจีน
ครบรอบ 1 ปีการยึดอำนาจ…เงียบเสียบสกัด…คดีโกงเลือก ส.ว.
ความชอบธรรมเสื่อมทรามของรัฐ คำพิพากษาคดีโกง ส.ว.
‘คำพิพากษา’ : นวนิยายกับการเมือง (เรื่องฮั้ว ส.ว.)
นครศรีธรรมราชเป็นไทย “ไม่ชาวนอก”
อนาคตเด็กไทย เมื่อยุบอัตราบรรณารักษ์
สมช. ทำอะไร ? | สุรชาติ บำรุงสุข
E-DUANG | กลยุทธ์ รัฐบาล ภูมิใจไทย เบื้องหน้า กรณี “โกงส.ว.”