bg-single

ธงทอง จันทรางศุ : ฝาก ‘ฝัน’ ที่เป็นจริงได้ ถึง รมว.วัฒนธรรม

15.05.2026

คอลัมน์ : หลังลับแล มีอรุณรุ่ง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในช่วงเวลาที่ผมเรียนหนังสืออยู่ที่มหานครนิวยอร์กระหว่างปี 2521 ตอนปลายปีถึงต้นปี 2523

นอกจากการเรียนหนังสือแล้ว ผมยังใช้เวลาว่างไปทำอะไรต่อมิอะไรตามใจชอบของตัวเองอีกหลายอย่าง

เป็นต้นว่า ไปเดินดูพิพิธภัณฑ์ในวันเสาร์อาทิตย์ หรือซื้อตั๋วไปดูบัลเลต์ ไปฟังดนตรี ไปดูละครตามโรงละครต่างๆ

แต่รายการหลังนี้ไปบ่อยไม่ได้นะครับ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ปัญหาคือมันแพงน่ะสิ

ลำพังสติปัญญาอย่างนักเรียนจะไปซื้อตั๋วดูละครดูบัลเลต์บ่อยนักย่อมไม่ไหวแน่

สถานที่จัดการแสดงต่างๆ ที่ผมได้ไปอุดหนุนอยู่บ่อยครั้งพอสมควร คือสถานที่ซึ่งเรียกว่า ลินคอล์น เซ็นเตอร์ ซึ่งตั้งชื่อเป็นเกียรติยศกับประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ของเขา

อันว่าสถานที่แห่งนี้อธิบายให้เข้าใจง่ายว่า เป็นอาคารขนาดใหญ่สามหลังวางตำแหน่งหันหน้าเข้าหากันคล้ายรูปตัวยู มีลานกว้างอยู่ข้างหน้า

อาคารสามหลังนั้นออกแบบไว้เฉพาะสำหรับการแสดงสามอย่าง

หลังหนึ่งสำหรับแสดงคอนเสิร์ตหรือแสดงดนตรีวงใหญ่อย่างฝรั่ง

หลังหนึ่งสำหรับแสดงบัลเลต์ซึ่งไทยเราอาจจะเรียกว่าระบำปลายเท้า

อีกหลังหนึ่งสำหรับแสดงโอเปร่า

ซึ่งการแสดงแต่ละอย่างต้องการอุปกรณ์เทคนิคประกอบการแสดงเป็นพิเศษ

นอกจากนั้นในอาคารทั้งสามหลังยังมีบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยอีกมาก เช่น ร้านอาหารชนิดต่างๆ สำหรับให้บริการคนที่ไปดูการแสดง ร้านขายของที่ระลึก ตลอดจนโรงเรียนสอนการแสดง ห้องฝึกซ้อม ห้องประชุมสัมมนา

รวมไปถึงห้องสำหรับจัดแสดงขนาดเล็กที่จัดวางตำแหน่งไว้ตรงโน้นตรงนี้

เรียกว่าเข้าไปในลินคอล์น เซ็นเตอร์แล้ว นึกอะไรขึ้นมาเกี่ยวกับมหรสพอย่างฝรั่งแล้ว เขาจัดไว้สนองตัณหาครบถ้วนเลยทีเดียว

การเดินทางไปดูงานแสดงที่ลินคอล์น เซ็นเตอร์นี้ก็ไม่ยากเลย เพราะมีรถใต้ดินบริการไปจนถึงจุดใกล้สุดพอที่จะเดินได้แบบไม่เดือดร้อน

ถ้าความจำผมไม่ผิดพลาด เซ็นเตอร์ที่ว่านี้ตั้งอยู่ใกล้กันกับวงเวียนที่ที่ชื่อโคลัมบัส Columbus Circle ตรงตำแหน่งที่ถนนบรอดเวย์ตัดกันกับถนนสายที่ 59 ตะวันตก ผมซึ่งเป็นนักเรียนและอยู่ทางตอนล่างของเกาะแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์ก สามารถเดินทางด้วยรถใต้ดินไปถึงลินคอล์น เซ็นเตอร์ได้แบบสบายบรื๋อ

แถมกะเวลาได้ถูกต้องเสียด้วย เพราะรถไฟใต้ดินเมืองนั้นให้บริการประจำสม่ำเสมอ

ถ้าเรารู้ตารางเวลาเราก็สามารถวางแผนการเดินทางของเราได้อย่างสบายๆ

นิสัยอย่างหนึ่งของผมซึ่งน่าจะไม่แตกต่างจากคนอีกจำนวนมากเวลาไปเห็นอะไรในต่างประเทศแล้วก็อดนึกเปรียบกับเมืองไทยของเราเองไม่ได้

ถ้าเป็นสิ่งของที่ดีงามและบ้านเรายังไม่มี ผมก็อยากให้ของอย่างนั้นสิ่งนั้นมีขึ้นในบ้านของเราบ้าง

ในทางตรงกันข้าม บางคราวเราก็อดนึกเปรียบเทียบไม่ได้ว่า เรื่องนั้นเรื่องนี้บ้านเราดีกว่าของเขา นึกแล้วก็เก็บความภาคภูมิใจไว้ในใจ แค่นี้หัวใจพองโตแล้ว

ดังนั้น ในยุคสมัยที่ผมได้เห็นการมีโรงละครตั้งอยู่ใกล้เคียงกันหลายแห่ง มีบริการที่หลากหลายเป็นเครื่องบันเทิงใจและประเทืองความรู้ของผู้คนไปในขณะเดียวกันอย่างเช่นที่ลินคอล์น เซ็นเตอร์ ตั้งแต่ครั้งนั้นแล้วผมก็นึกอย่างบ้านเรามีอะไรอย่างนั้นบ้าง

แต่นึกมา 40 ปีแล้วก็ยังไม่สำเร็จผลเสียที

เมื่อมีการก่อสร้างศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยขึ้นที่ถนนรัชดาภิเษก ภายในศูนย์ที่นั้นมีทั้งหอประชุมใหญ่และหอประชุมเล็ก สามารถจัดการแสดงได้หลากหลาย และผมก็เป็นแฟนไปอุดหนุนอยู่เนืองๆ ทั้งๆ ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งนี้มีข้อดีอยู่มาก แต่ถ้าเราไม่ปฏิเสธความจริงก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่า ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยยังมีจุดอ่อนอยู่อย่างน้อยสองเรื่อง

เรื่องหนึ่ง คือร้านอาหารสำหรับให้บริการผู้ชมการแสดง บริการในเรื่องนี้มีอยู่น้อยมากและผมเชื่อว่าเราจะทำได้ดีกว่านี้อีกหลายเท่า ถ้าตั้งใจจะทำจริงๆ

วันไหนจะไปดูการแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ ต้องกินข้าวให้อิ่มไปจากบ้านเสียก่อน อย่าได้หวังไป “ตายเอาดาบหน้า” เลยเป็นอันขาด เพราะจะตายจริงสมปากว่าเลยทีเดียว

ความยากลำบากอีกอย่างหนึ่งของการไปศูนย์วัฒนธรรมฯ คือ การเดินทาง หลายคนเข้าใจผิดว่าสถานีใต้ดินที่ชื่อว่า “ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย” เพราะโผล่พ้นดินออกมาแล้วก็จะเห็นศูนย์วัฒนธรรมฯ ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า เดินไปอีกไม่กี่ก้าวก็เข้าไปอยู่ในโรงละครหรือหอประชุมแล้ว

ฝันไปเถิดครับ

ความจริงคือ เมื่อมาถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินชื่อไพเราะดังกล่าวแล้ว เรายังต้องเดินเท้าและผจญกับอุปสรรคอีกหลายอย่างกว่าจะรอดชีวิตไปถึงศูนย์วัฒนธรรมฯ ของจริงได้

เป็นอันว่า ความฝันของผมที่วาดวิมานเหนืออากาศไว้ตั้งแต่สมัยเรียนหนังสืออยู่ที่นิวยอร์กเมื่อเกือบ 50 ปีมาแล้วก็ยังไม่เป็นจริงเสียที

จนอายุปูนนี้แล้วขอฝันต่ออีกสักนิดได้ไหมครับ เผื่อจะสมหวังขึ้นมากับเขาบ้างก่อนเสียชีวิต ฮา!

เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผมได้ไปงานวันมูลนิธิสิรินธรที่โรงละครแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ตรงเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ใกล้กันกับอนุสาวรีย์ทหารอาสา

โรงละครแห่งชาติที่ว่านี้สร้างมาแต่ปี 2504 และเปิดใช้งานจริงเมื่อปี 2508 หลังจากใช้งานมานานปีได้มีการปิดปรับปรุงซ่อมแซมเป็นการใหญ่เมื่อประมาณสามสี่ปีก่อน ดูเหมือนจะใช้งบประมาณตั้ง 900 ล้านบาท

มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงโฉมครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเทคนิคแสงและเสียง และอุปกรณ์สำหรับการแสดงต่างๆ

ปรับปรุงคราวนี้ได้มาตรฐานที่อวดใครได้สบายมาก เก้าอี้ก็นั่งสบาย อาคารสถานที่โดยรวมก็สะอาดสะอ้าน น่าไปใช้บริการเป็นอย่างยิ่ง

ในโรงละครแห่งชาติที่ว่านี้ นอกจากโรงละครใหญ่แล้ว ยังมีปีกหนึ่งของอาคารเป็นโรงละครเล็กสำหรับจัดการแสดงขนาดย่อมด้วย

แล้วผมพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำไมครับ

ที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาตรงนี้เพราะผมแอบคิดเองเออเองว่า ในบริเวณใกล้เคียงกันกับโรงละครแห่งชาติ ในรัศมีขนาดเดินเท้าถึงได้แบบสบายๆ ยังมีสถานที่จัดการแสดงอีกสองแห่งที่สมควรกล่าวถึง หรือทำให้เชื่อมโยงกันอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในความดูแลของกรมศิลปากรเช่นเดียวกันกับโรงละครแห่งชาติ

ผมหมายถึงสังตีตศาลา ซึ่งเป็นเวทีการแสดงกลางแจ้งตั้งอยู่ในบริเวณสนามหญ้าของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร และอยู่ใกล้กันกับโรงละครแห่งชาติเพียงแค่จมูกกับปากเท่านั้น

ถัดไปอีกไม่ไกลทางด้านทิศตะวันตกของโรงละครแห่งชาติ ยังมีโรงละครขนาดกลางอีกแห่งหนึ่งเรียกว่า โรงละครวังหน้า มีความจุประมาณ 200 คน เป็นโรงละครที่อยู่ในความดูแลของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และได้ใช้เป็นสถานที่การแสดงของสถาบันดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง แต่ผู้คนอาจจะไม่รู้จักคุ้นเคยเท่ากันกับโรงละครแห่งชาติซึ่งเป็นพี่ใหญ่อยู่ในย่านนั้น

นี่ยังไม่ต้องนึกไปไกลถึงขนาดหอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีทั้งหอใหญ่หอเล็ก และเคยมีการแสดงโขนทั้งโรง และละครพูดเรื่องสี่แผ่นดิน มาแล้วในอดีต

สถานที่ทั้งหมดนี้ ในปัจจุบันถ้าพูดถึงการเดินทางเข้าถึงแล้ว คนที่ชอบดูโขนดูละครทั้งหลายก็คงมึนงงไปอยู่เหมือนกันว่าจะเดินทางไปได้อย่างไร เพราะถ้าไม่ขับรถไปเองก็ต้องเดินทางด้วยรถยนต์รับจ้างสาธารณะ ครั้นถ้าขับรถไปเองก็ไม่รู้จะจอดรถที่ไหน มึนงงไปหมด

ความทุกข์ข้อนี้ใกล้จะผ่อนคลายลงแล้วครับ เพราะเมื่อวันที่ผมไปโรงละครแห่งชาติครั้งล่าสุดใต้สังเกตเห็นว่าบริเวณไม่ห่างไกลกันเลยกับโรงละครแห่งชาติกำลังจะมีสถานีใต้ดินเกิดขึ้นหนึ่งสถานีปิดป้ายบอกไว้ว่าจะเป็นสถานีชื่อ “สถานีสนามหลวง”

ถ้าเปิดทำการเมื่อไหร่ คราวนี้ละ เราก็สามารถมุดดินไปโผล่ย่านนั้นได้แบบสุขสำราญมาก

ประเด็นมีอยู่แต่เพียงว่า ทำอย่างไรเราจึงจะเชื่อมโปรแกรมกิจกรรมต่างๆ ระหว่างสังคีตศาลา โรงละครแห่งชาติทั้งโรงใหญ่โรงเล็ก และโรงละครวังหน้า ให้ความสัมพันธ์สอดคล้องกัน เพื่อทำหน้าที่เป็นพื้นที่มหรสพขนาดใหญ่ของกรุงเทพมหานครได้อีกแห่งหนึ่งนอกเหนือจากย่านศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยที่มีข้อจำกัดสองสามข้ออย่างที่ผมกล่าวมาแล้วข้างต้น

หรือถ้าที่ตรงย่านใหม่ที่กำลังพูดกันอยู่นี้ จะเชื่อมกิจกรรมให้ไปไกลอีกนิดถึงหอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สามารถทำงานร่วมกันได้ใกล้ชิด เพื่อให้กรุงเทพมหานครของเราสามารถพูดได้เต็มปากว่าเรามีพื้นที่ทางวัฒนธรรมแบบนี้เกิดขึ้นใหม่อีกอย่างหนึ่งโดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก ขอแต่เพียงให้มีการทำงานแบบประสานงาน ไม่ใช่แบบประสานงา ทุกอย่างก็จะไม่ไกลเกินเอื้อมของเรา

เนื่องจากผมเป็นคนเห็นแก่กิน ถ้าจะเติมรายละเอียดเกี่ยวกับร้านอาหารที่ให้บริการสำหรับผู้ไปชมการแสดงในลักษณะที่เป็นทางเลือกให้เหมาะสมกับกระเป๋าเงินและความสะดวกของคนที่จะไปใช้บริการ ก็จะเป็นคุณวิเศษเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งและผมเชื่อแน่ว่าจะได้รับคำชมเชยไม่เว้นว่างเลยทีเดียว

ผู้ที่จะมาใช้บริการพื้นที่ทางวัฒนธรรมต่างๆ เหล่านี้ นอกจากคนไทยเรากันเองซึ่งเป็นแฟนคลับเหนียวแน่นแล้ว นักท่องเที่ยวที่อยู่ย่านถนนข้าวสารซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลกันเลยก็สามารถมาเป็นสมาชิกสมทบได้อย่างแน่นอน

เวลานั่งคิดอะไรเพ้อฝันอยู่อย่างนี้คนเดียว ผมรู้สึกว่าทุกอย่างง่ายไปหมด กรมศิลปากรกับสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ต่างก็อยู่ในสังกัดของกระทรวงวัฒนธรรมด้วยกัน ความฝันข้อนี้ น่าจะมีความเป็นไปได้มากอยู่นะครับ

รบกวนใครช่วยตัดบทความเรื่องนี้ฝากไปให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอ่านเล่นดูหน่อยได้ไหมครับ

ฝีมือขนาดท่านแล้ว ถ้าท่านเอาจริงขึ้นมาก็สำเร็จแน่นอนครับ

ผมเชื่อของผมอย่างนั้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ขวาชนขวา-ขวาไม่เอาขวา ! | สุรชาติ บำรุงสุข
“สุริยะ” ตั้ง “ศูนย์อำนวยการฯ แก้ปัญหาปลาหมอคางดำ” ยกเป็นวาระแห่งชาติ มอบ “วัชระพล” ระดม 29 หน่วยงานปกป้องทรัพยากรสัตว์น้ำประเทศ – ถกนัดแรก 16 ก.ย.นี้
เมื่อโลกเปลี่ยน เกมเกษตรก็ต้องเปลี่ยน เทคโนโลยีชาวบ้านฉลองครบ 39 ปี  เปิดเวที NEXT MOVE 30 ต.ค.นี้
โทษประหารชีวิต : ข้อถกเถียงทางปรัชญา (จบ)
CLUB27 อันตรายกว่า ‘เบญจเพส’?
ดินแดง ราชปรารภ เด็กชาย วัย 12 กับ ชาย วัย 43 สังเวย กระสุนปืน ความเร็วสูง
อาชีพ นักเขียน ภาพฝัน อัน แสนงาม ‘สงคราม ชีวิต’
E-DUANG | สงคราม ความคิด การเมือง บน”พื้นที่” แห่ง #สั่งฟ้องสว.
แยกศาสนาจากรัฐ | สุจิตต์ วงษ์เทศ
“สกลธี” จี้สาธารณสุขไทย ยกเครื่องระบบดูแลโรคหายากแบบครบวงจร
ห่วง โยกย้ายในกระทรวงพาณิชย์ ทำข้าราชการเสียขวัญ หมดกำลังใจ อดีต ผช.รมต. เสียดาย “อรมน-พิมพ์ชนก” คนมีคุณภาพ น่าจะได้ทำงานใหญ่
50 ปี 6 ตุลา | ไทยหลังไซง่อนแตก ! | สุรชาติ บำรุงสุข