เขย่าสนาม | เมอร์คิวรี่
จารึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของวงการฟุตบอลไทยในเวทีลีกสูงสุดเยอรมันสำหรับ “ลูกโซ่” นิโคลัส มิคเกลสัน ดาวเตะวิงแบ๊กทีมชาติไทย ลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ วัย 26 ปี ซึ่งได้กลายเป็นนักเตะสัญชาติไทยคนที่ 2 ในรอบ 47 ปี ที่จะได้โลดแล่นในศึกบุนเดสลีก้า เยอรมัน หลังจากพาสโมสรต้นสังกัดอย่าง เอ็สเฟา เอลแวร์สแบร์ก เลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ
ศึกฟุตบอลบุนเดสลีก้า 2 เยอรมัน นัดสุดท้ายของฤดูกาล 2025/26 ปิดฉากลงไปเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่า เอ็สเฟา เอลแวร์สแบร์ก ต้นสังกัดของ นิโคลัส มิคเกลสัน เปิดรังถล่ม ไกเซอร์ลินเดอ 3-0 เก็บเพิ่มเป็น 62 แต้มจากการลงสนาม 34 นัด คว้ารองแชมป์บุนเดสลีก้า 2 พร้อมการันตีเลื่อนชั้นไปลีกสูงสุดทันที แม้จะมีแต้มเท่า พาเดอร์บอร์น แต่ว่าผลต่างประตูได้-เสียดีกว่า
ฤดูกาลที่ผ่านมา เอลแวร์สแบร์ก เก็บชัยชนะ 18 นัด เสมอ 8 นัด และแพ้ 8 นัด มี 62 แต้ม จบด้วยตำแหน่งรองแชมป์บุนเดสลีก้า 2 ได้อย่างยอดเยี่ยม
โดยที่นิโคลัส มิคเกลสัน มีส่วนสำคัญในการช่วยพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่บุนเดสลีก้า ด้วยผลงานการลงเล่นทั้งหมด 25 นัด 974 นาที ยิงประตูได้ 1 ลูก และทำได้ 1 แอสซิสต์
แม้ว่าดาวเตะลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์รายนี้จะไม่ค่อยได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงมากเท่าที่ควรนัก แต่การลงสนามในการเป็นตัวสำรองก็มีทีเด็ดในการช่วยเติมเต็มเกมริมเส้นของทีม ไม่ว่าจะเป็นเกมรุก หรือเกมรับ จนมีส่วนร่วมกับ 5 ประตูในฤดูกาล อีกทั้งการเล่นได้ทั้งสองฝั่ง ช่วยให้เอลแวร์สแบร์กมีสมดุลทั้งการครองบอลบุก และการเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่นเมื่อมีนิโคลัสลงสนาม
โจเซฟ ไวส์มุลเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของเอลแวร์สแบร์ก กล่าวชื่นชมฝีเท้าของ นิโคลัส มิคเกลสัน ว่า เป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมมาก มีความเร็วสูง มีเทคนิคดี และมีบุคลิกของผู้ชนะ โดยตอนเห็นโปรไฟล์ของนิโคลัส เรารู้ทันทีว่าเขาจะเข้ากับทีมเราได้ เนื่องจากโดดเด่นกว่าทุกคน เขาเป็นคนพูดน้อย ใจเย็น แต่มีภาวะผู้นำ และได้รับความเคารพจากเพื่อนร่วมทีมอย่างมาก
ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของเอลแวร์สแบร์ก ยังกล่าวยกย่อง นิโคลัส มิคเกลสัน อีกว่า
“สำหรับสโมสรแล้ว นิโคลัส เปรียบเหมือนทอง เพราะเขามีคุณภาพสูง กระหายชัยชนะ และช่วยยกระดับคนรอบตัว เราภูมิใจมากที่มีเขาอยู่ในทีม รวมถึงภูมิใจกับแฟนบอลไทยด้วย”
เรียกได้ว่า นิโคลัส มิคเกลสัน เป็นอีกหนึ่งนักเตะคนสำคัญของเอลแวร์สแบร์ก จนสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองด้วยการเป็นนักเตะไทยคนที่ 2 ที่ได้เล่นในศึกบุนเดสลีก้า ต่อจาก “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล นักเตะระดับตำนานทีมชาติไทยที่เคยเล่นให้กับสโมสรแฮร์ธ่า เบอร์ลิน เมื่อปี 1979 ซึ่งเป็นนักเตะไทยคนแรกและคนเดียวที่เคยลงสนามในบุนเดสลีก้า เยอรมัน ให้แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 3 นัด
สำหรับ นิโคลัส มิคเกลสัน เกิดและเติบโตขึ้นที่ประเทศนอร์เวย์ ดินแดนที่ฟุตบอลคือหนึ่งในวิถีชีวิต โดยเขาเริ่มต้นจากระบบเยาวชนของ ฮัมคัม (HamKam) สโมสรเล็กๆ ที่ปลูกฝังพื้นฐานเกมรับและวินัยในสนามให้กับเขา ก่อนจะค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นสู่ฟุตบอลอาชีพ
ด้วยศักยภาพที่โดดเด่น โดยเฉพาะการเติมเกมรุกจากริมเส้นและความแข็งแกร่งในเกมรับ ทำให้มิคเกลสันได้โอกาสย้ายไปเล่นกับ สตรอมส์ก็อดเซท (Stromsgodset) สโมสรในลีกสูงสุดของนอร์เวย์ ซึ่งที่นั่น เขาได้สัมผัสฟุตบอลระดับสูง เรียนรู้การรับมือกับเกมที่เข้มข้น และหล่อหลอมตัวเองให้กลายเป็นวิงแบ๊กสมัยใหม่อย่างแท้จริง
ในช่วงปี 2021 มิคเกลสันย้ายไปร่วมทีมใหญ่ของนอร์เวย์อย่าง โอเดนเซ่ (Odense) และค้าแข้งยาวนานถึง 4 ปี พร้อมกับสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
จนกระทั่งปี 2025 เขาตัดสินใจย้ายข้ามประเทศไปร่วมทีม เอ็สเฟา เอลแวร์สแบร์ก ในบุนเดสลีก้า 2 ก่อนพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดเยอรมัน และสร้างสถิตินักเตะไทยคนที่ 2 ที่ได้เล่นในบุนเดสลีก้า
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขา ไม่ได้เกิดขึ้นที่ยุโรป หากเกิดขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจตอบรับการเล่นให้กับ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ประเทศของคุณแม่ การเลือกครั้งนั้นไม่ใช่เพียงเรื่องฟุตบอล แต่คือการเลือก “รากเหง้า” ของตัวเอง
จากนักเตะที่ติดเยาวชนทีมชาตินอร์เวย์ทุกชุด ไล่เรียงตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี, 17 ปี, 18 ปี, 19 ปี, 20 ปี และ 21 ปี แต่ นิโคลัส มิคเกลสัน ตัดสินใจเลือกเล่นให้กับทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เมื่อปี 2023
การสวมเสื้อ “ช้างศึก” ทีมชาติไทยครั้งแรกของ “มิคเกลสัน” เต็มไปด้วยความคาดหวังจากแฟนบอล และเขาใช้เวลาไม่นานในการพิสูจน์ตัวเอง
ด้วยความเร็ว การเข้าสกัดที่แม่นยำ และความทุ่มเททุกวินาทีในสนาม ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่แฟนบอลไว้วางใจอย่างรวดเร็ว
จนถึงปัจจุบัน “ลูกโซ่” ลงเล่นรับใช้ทีมชาติไทยไปแล้ว 31 นัด และเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับช้างศึก
พร้อมกับภารกิจใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าในศึกเอเชี่ยนคัพ 2027 รอบสุดท้าย ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย วันที่ 7 มกราคม-5 กุมภาพันธ์ปีหน้า
สําหรับศึกเอเชี่ยนคัพ 2027 มี 24 ชาติชั้นนำที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาฟาดแข้งรอบสุดท้าย โดยทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่มเอฟ ต้องเจองานหนักทั้งญี่ปุ่น ทีมเบอร์หนึ่งของทวีปเอเชีย, กาตาร์ ดีกรีแชมป์เก่า และอินโดนีเซีย คู่แข่งจากย่านอาเซียน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งด่านทดสอบของนิโคลัส มิคเกลสัน กับการพาทัพช้างศึกฝ่าด่านหินของเอเชีย
จากเด็กหนุ่มในนอร์เวย์ สู่วิงแบ๊กคนสำคัญของทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ซึ่งเรื่องราวของนิโคลัส มิคเกลสัน คือบทพิสูจน์ว่า ฟุตบอลไม่เคยมีพรมแดน และบางครั้งการเดินทางที่ไกลที่สุด อาจเป็นการเดินทางกลับมาหาตัวตนของตัวเอง
จาก 47 ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน ชื่อของนิโคลัส มิคเกลสัน กำลังจะถูกจารึกว่าเป็นนักเตะไทยคนที่ 2 ต่อจากวิทยา เลาหกุล ที่ได้โลดแล่นในเวทีบุนเดสลีก้า เยอรมัน
และเชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยทุกคนจะช่วยกันส่งกำลังใจเชียร์ให้เขาสร้างผลงานยอดเยี่ยมต่อเนื่องในลีกสูงสุดเยอรมันในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน…
