คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด
FB : @Pitsanuofficial
ฟุตบอลโลก 2026 มาพร้อมกับการ “ลาป่วยทิพย์” โดยเฉพาะแฟนฟุตบอลในแถบทวีปเอเชียและทวีปยุโรป ที่เวลาต่างกันตั้งแต่ 5 ชั่วโมง จนถึง 10 กว่าชั่วโมง
สำหรับเมืองไทย เวลาช่วงนี้ของเราเร็วกว่าฝั่งแปซิฟิกของอเมริกา 14 ชั่วโมง และเร็วกว่าฝั่งตะวันออก 11 ชั่วโมง
การแข่งขันฟุตบอลโลกหลายคู่เริ่มเวลาเที่ยงคืน ตีสอง ตีสาม ตามเวลาเมืองไทย ใครที่อยากดูก็ต้องอดหลับอดนอน
การแข่งขันจบก็ต้องไปทำงานต่อ ไม่มีเวลางีบหลับ หรือหากง่วงจัดก็จะใช้วิธี “ลาป่วยทิพย์”
ผลสำรวจจาก Ultimate Kronos Group หรือ UKG ซึ่งเป็นบริษัทของสหรัฐอเมริกา เป็นบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติระดับโลกที่ให้บริการซอฟต์แวร์บริหารจัดการทรัพยากรบุคคล สหรัฐอเมริกา
รายงานว่า พนักงานและคนทำงานทั่วโลกราว 1 ใน 3 วางแผนที่จะลางานอย่างน้อย 1 วัน และอีก 1 ใน 4 เตรียมที่จะขาดงานบางช่วงของวัน เพื่อดูการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งการ “ลาป่วยทิพย์” อาจสร้างความเสียหายต่อประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) ขององค์กรทั่วโลก
พบว่า มีพนักงานถึง 25% ที่ยอมรับว่าลองทดสอบขีดจำกัดความอดทนของหัวหน้างานในการลางานช่วงบอลโลก
37% วางแผนที่จะปรับเปลี่ยนตารางงานให้เข้ากับเวลาแข่งขัน
ผลสำรวจพบว่ากลุ่มผู้จัดการหรือหัวหน้างานมีแนวโน้มที่จะวางแผนลาหยุด โทร.แจ้งป่วย หรือแอบปรับตารางเวลาเพื่อไปดูบอลโลกมากกว่าพนักงานทั่วไปเสียอีก
การแกล้งป่วยเพื่อเชียร์บอลโลกในลักษณะนี้ เฉพาะในสหรัฐอเมริกาคาดการณ์ว่าอาจสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจจาก Productivity ที่ลดลงสูงถึง 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 146,000 ล้านบาท
ทาง UKG และผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมองค์กรได้เสนอแนะแนวทางรับมือ เพื่อไม่ให้กระทบต่อธุรกิจ ดังนี้
1. ผู้จัดการควรสอบถามพนักงานตรงๆ เกี่ยวกับแผนการลาหยุดในช่วงฟุตบอลโลก เพื่อจัดสรรกำลังพลและสลับกะการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. มอบสิทธิประโยชน์หรือสิ่งตอบแทนพิเศษให้กับพนักงานที่ยินดีเข้าทำงานในวันที่มีนัดการแข่งขันสำคัญ
3. จัดกิจกรรม Team Building ร่วมกัน เช่น จัดพื้นที่เปิดให้ดูการแข่งขันนัดสำคัญร่วมกันในออฟฟิศ หรือเตรียมอาหารเครื่องดื่มให้พนักงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความผูกพันและลดอัตราการลาป่วยทิพย์
ช่วงการแข่งขัน Euro 2016 ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายนถึง 10 กรกฎาคม 2016 มีการเตือนเจ้าของบริษัทและหัวหน้างานในอังกฤษว่าจะมีการลางานลาป่วยกันยกใหญ่ในช่วง 1 เดือนนี้
ตอนนั้น จากการเก็บรวบรวมสถิติโดยแอคเซส กรุ๊ป (Access Group) บริษัทซอฟต์แวร์ด้านการจัดการบริหารพนักงานให้กับบริษัทต่างๆ ในอังกฤษกว่า 6,000 บริษัท คาดการณ์ว่า ตลอดเวลา 30 วันที่มีการแข่งขัน Euro 2016 จะมีการลาป่วย ลาหยุดกันมาก เหมือนกับช่วงการแข่งขัน Euro 2012 ที่โปแลนด์และยูเครนเป็นเจ้าภาพร่วมกัน
จากการเก็บรวบรวมข้อมูลการลางาน ลาป่วยของลูกจ้าง 40,000 คนในอังกฤษ ช่วงการแข่งขัน Euro 2012 พบว่า ในวันรุ่งขึ้น หลังจากที่ทีมชาติอังกฤษแข่งขัน จำนวนคนลาป่วย ลาหยุดในอังกฤษเพิ่มขึ้นถึง 17% ทีมชนะก็ฉลองดีใจดื่มกันเต็มที่ พอทีมแพ้ก็ดื่มย้อมใจให้หายเศร้า รุ่งเช้ามาก็ตื่นไปทำงานไม่ได้
เวลาการแข่งขันฟุตบอล Euro 2016 มีอยู่ 3 เวลา ซึ่งตรงกับเวลาที่อังกฤษคือบ่าย 2 โมง, 5 โมงเย็น และสองทุ่ม ซึ่งตามเวลาของเมืองไทยอยู่ที่ 2 ทุ่ม, 5 ทุ่ม และตี 2
ที่อังกฤษ โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละปี การที่พนักงานหยุดงานทำให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายแก่นายจ้าง 600 ปอนด์ต่อคน
สมัยฟุตบอลโลก ปี 2014 ที่บราซิล แฟนฟุตบอลในทวีปยุโรปต้องอดหลับอดนอนเพื่อเชียร์ฟุตบอลโลก
อย่างเยอรมนีเวลาเร็วกว่าบราซิล 5 ชั่วโมง และอังกฤษเวลาเร็วกว่าบราซิล 4 ชั่วโมง
การแข่งขันช่วงเย็นในบราซิลที่เริ่มหกโมงเย็นเป็นต้นไป กว่าจะแข่งเสร็จก็เป็นเวลาตีสอง ตีสามของที่ยุโรป
จากการสำรวจของบริษัทโครเน่อร์ (Croner) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาเรื่องการบริหารจัดการพนักงานของอังกฤษได้ทำการสำรวจพนักงานในสหราชอาณาจักรจำนวน 2,282 คน พบว่า ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล พนักงาน 13% ในประเทศอังกฤษแกล้งลาป่วยหากเวลาที่ทีมอังกฤษลงแข่งขันตรงกับเวลาทำงานและหัวหน้าไม่อนุญาตให้ดูโทรทัศน์เชียร์ทีมอังกฤษในที่ทำงาน
ส่วนประเทศจีนตอนนั้นก็มีการขายใบรับรองแพทย์ปลอมเพื่อเอาให้พนักงานนำไปใช้ยืนยันเวลาลาป่วย ซึ่งสามารถสั่งซื้อใบรับรองแพทย์ปลอมได้ทางออนไลน์ ซึ่งใบที่ดูเหมือนจริง มีราคาสูงถึง 300 หยวน หรือ 1,500 บาทในสมัยนั้น โดยมีตราประทับโรงพยาบาล และมีการเขียนวินิจฉัยอาการอย่างละเอียดด้วยลายมือเหมือนใบรับรองแพทย์ของจริง
การศึกษาโดยหลายสถาบันบริหารทรัพยากรบุคลลหลายแห่งได้ผลสรุปตรงกันว่า การที่พนักงานทำงานเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ไม่ได้หมายความว่าจะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าพนักงานที่ทำงานน้อยชั่วโมงกว่า
แต่พนักงานจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเวลาการเข้าทำงานยืดหยุ่นได้!
