bg-single

พระสารสาสน์พลขันธ์ กับคดีอาชญากรสงคราม (20)

01.07.2026

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

พระสารสาสน์พลขันธ์

กับคดีอาชญากรสงคราม (20)

คดีอาชญากรสงครามครั้งแรกในประวัติศาสตร์

พลันที่สุด ชีวิตของพระสารสาสน์ฯ อดีตครูโรงเรียนนายร้อย นักการทูต นักปฏิวัติ รัฐมนตรีเศรษฐการ และนักญี่ปุ่นนิยมกลายเป็นอาชญกรกรสงคราม

เมื่อ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาลและได้นำพระราชบัญญัติอาชญากรสงครามเข้าสภาผู้แทนฯ ในเดือนกันยายน 2488 โดยเสนีย์ได้แถลงหลักการและเหตุผลของกฎหมายนี้ต่อสภา ดังปรากฏในคำปรารภของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ว่า “…โดยที่อาชญากรรมสงครามเป็นภัยร้ายแรงต่อความสงบของโลก สมควรที่จัดให้บุคคลที่ประกอบได้สนองกรรมชั่วที่ตนได้กระทำตามโทษานุโทษ เพื่อเป็นการผดุงรักษาความสงบของโลก อันเป็นยอดปรารถนาของประชาชาติไทย…” แม้นนายทองเปลว ชลภูมิ ได้วิพากษ์วิจารณ์พระราชบัญญัตินี้อย่างรุนแรง แต่อย่างไรก็ตาม ในที่สุดสภาผู้แทนฯ ได้ผ่านพระราชบัญญัตินี้

พระสารสาสน์ฯ และ พ.ร.บ.อาชญากรสงคราม 2488

พ.ร.บ.อาชญากรสงคราม 2488

สาระสำคัญคือ การกำหนดความผิดฐานเป็นอาชญากรสงคราม กำหนดระวางโทษ รวมถึงมาตรการทางแพ่งที่เกี่ยวข้อง

ความผิดฐานเป็นอาชญากรสงครามถูกกำหนดไว้ในมาตรา 3 รวม 4 ประการ ได้แก่ 1) ทำการติดต่อวางแผนการศึกเพื่อทำสงครามรุกรานหรือกระทำโดยสมัครใจเข้าร่วมสงครามกับผู้ทำสงครามรุกราน หรือโฆษณาชักชวนให้บุคคลเห็นดีเห็นชอบในการกระทำของผู้ทำสงครามรุกราน 2) ละเมิดกฎหมายหรือจารีตประเพณีในการทำสงคราม คือปฏิบัติไม่ชอบธรรมต่อทหารที่ตกเป็นเชลย จัดส่งพลเรือนไปเป็นทาส ฆ่าผู้ที่ถูกจับเป็นประกัน ทำลายบ้านเมืองโดยไม่จำเป็นสำหรับการทหาร

3) กระทำละเมิดต่อมนุษยธรรม คือกดขี่ข่มเหงในทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ หรือทางศาสนา และ 4) กระทำโดยสมัครใจเข้าร่วมมือกับผู้ทำสงครามรุกราน คือชี้ลู่ทางให้ทำการยึด หรือครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยไม่ชอบธรรม หรือสืบ หรือให้ความลับ หรือความรู้อันเป็นอุปการะแก่การทำสงครามของผู้ทำสงครามรุกราน ทั้งนี้ ไม่ว่าการนั้นจะได้กระทำขึ้นก่อนหรือหลังวันที่กฎหมายอาชญากรสงครามมีผลใช้บังคับ

ผู้ที่เป็นอาชญากรสงครามนั้น มีระวางโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9 ตั้งแต่ประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกไม่เกินยี่สิบปี ให้ริบทรัพย์สินทั้งหมด และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งสิบสองปีนับแต่วันพ้นโทษ รวมทั้งยังมีบทบังคับทางแพ่งว่า นิติกรรมใดที่มีลักษณะเป็นการจำหน่ายถ่ายโอนทรัพย์สินโดยผู้ที่ศาลพิพากษาแล้วว่าเป็นอาชญากรสงครามได้กระทำไปในระหว่างหนึ่งปีก่อนกฎหมายนี้มีผลใช้บังคับให้ถือเป็นโมฆะ เว้นแต่ผู้ได้รับประโยชน์พิสูจน์ได้ว่าเป็นการทำนิติกรรมที่สุจริตและมีค่าตอบแทนแล้ว

จอมพล ป. และหลวงวิจิตรวาทการ จำเลย

จากการลงมติสภาผู้แทนราษฎร จึงเห็นควรให้ศาลฎีกาทำหน้าที่พิจารณาคดีอาชญากรสงคราม คงตามร่างของรัฐบาลถือเป็นการพิจารณาเพียงชั้นศาลเดียว

สำหรับผู้ที่เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาชญากรสงครามนั้น มาตรา 5 ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นโดยคณะรัฐมนตรีจำนวน 15 คน “มีอำนาจในการทั้งสอบสวนและฟ้องคดีแทนพนักงานสอบสวนและอัยการ” รวมถึงมีอำนาจสั่งการให้ตำรวจและสารวัตรทหารช่วยเหลือจับกุมตัวจำเลยได้ ส่วนวิธีพิจารณาทั้งในส่วนของการจับกุม สอบสวน ส่งฟ้อง การดำเนินคดีในศาล ให้นำวิธีพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญามาปรับใช้

พ.ร.บ.ผ่านกระบวนการตราโดยมีนายปรีดี พนมยงค์ ลงนามในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อ 10 ตุลาคม 2488 ต่อมารัฐบาลก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น โดยมีนายสงวน ตุลารักษ์ และกรรมการคนอื่นอีก 14 คน ขึ้นมาเพื่อดำเนินคดีต่ออาชญากรสงครามตามกฎหมายนี้ทันที

การจับกุมตัวผู้ต้องหาเริ่มต้นเมื่อ 16 ตุลาคมปีเดียวกัน โดยเริ่มจาก จอมพล ป. พิบูลสงคราม และบุคคลในคณะรัฐบาล รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายรอบ เช่น หลวงพิบูลฯ หลวงเสรีเริงฤทธิ์ นายประยูร ภมรมนตรี พระราชธรรมนิเทศ นายสังข์ พัธโนทัย นายฉ่ำ จำรัสเนตร หลวงวิจิตรวาทการ หลวงพรหมโยธี และรวมถึงพระสารสาสน์ฯ ด้วย (แถมสุข นุ่มนนท์, 2523, 9-10)

พลตรีประยูร ภมรมนตรี และพลโทมังกร พรหมโยธี จำเลย

พระสารสาสน์ฯ ขอสู้คดีเป็นคนแรก

การดำเนินคดีกับบรรดาอาชญากรสงครามนั้น สำหรับข้อกล่าวหากรณีพระสารสาสน์ฯ นั้น รัฐบาลกล่าวหาว่าพระสารสาสน์ฯ สมัครใจโฆษณาชักชวนให้ผู้อื่นเห็นดีในการรุกรานของญี่ปุ่น ให้ความลับหรือความรู้ในการสนับสนุนญี่ปุ่นหลายครั้ง เขารู้ว่าสงครามจะเกิดจึงได้เขียนบทความแนะนำให้ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่สงขลา (อังคณา, 77)

รัฐบาลโดยนายสงวน ตุลารักษ์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ขอหลักฐานแผ่นเสียงบันทึกคำปราศรัยในวิทยุญี่ปุ่นของพระสารสาสน์ฯ จากฝ่ายสัมพันธมิตรเพื่อประกอบการพิจารณาคดีอาชญากรสงคราม (หจช.(2)สร. 0201.98/60 เรื่อง เบ็ดเตล็ดเรื่องอาญากรสงคราม) อย่างไรก็ตาม พระสารสาสน์ฯ ได้ยื่นคำร้องขอต่อประธานคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติอาชญากรสงคราม ขอให้ศาลพิจารณาคดีของเขาก่อน (สังข์ พัธโนทัย, 2499, 47)

จากบันทึกความทรงจำของเพื่อนร่วมชะตากรรมในการถูกจับกุมในครั้งนั้น สังข์ พัธโนทัย ได้บันทึกว่า เขาเพิ่งได้รู้จักหน้าของพระสารสาสน์ฯ เจ้าของห้องขังหมายเลข 12 และเขาทราบว่าในช่วงที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกไทย พระสารสาสน์ฯ ได้เดินทางพบกับจอมพล ป. และภายหลังสงคราม ทั้งสองคนได้พบกันอีกครั้ง (สังข์ พัธโนทัย, 101) ต่อมา รัฐบาลทราบว่าทั้งคู่สนทนากัน พระสารสาสน์ฯ จึงถูกย้ายห้องขัง (สังข์, 152-155)

สำหรับบรรยากาศที่คุมขัง ในช่วงที่พระสารสาสน์ฯ ตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาชญากรสงครามนั้น เขาเล่าว่า พระสารสาสน์ฯ นุ่งกางเกงแพรสีนวลขาสั้นกับเสื้อชั้นในแพร รูปร่างใหญ่ น้ำหนักมาก จัดห้องพักเรียบร้อย เป็นคนขรึมพูดน้อย ไม่ค่อยยิ้ม ชอบนั่งไขว่ห้าง มองออกไปนอกลูกกรง ปากคาบซิการ์ ขยันพัด และชอบพูดว่า “อะไรๆ ที่มันผิดอยู่เวลานี้ติดอยู่อย่างเดียวคือ ช้า” (สังข์, 132-133) สังข์เล่าต่อไปว่า พระสารสาสน์ฯ พูดว่า “กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี แต่กรุงศรีอยุธยาไม่ยอมให้ใครดี” (สังข์, 183)

พระราชธรรมนิเทศ และสังข์ พัธโนทัย หรือนายมั่น นายคง จำเลย

นายปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าเสรีไทยในฐานะพยานจำเลย

การขึ้นศาลเพื่อพิจารณาคดีอาชญากรสงครามในครั้งนี้ของพระสารสาสน์ฯ ในฐานะจำเลยนั้น มีนายทองเปลว ชลภูมิ (คนสนิทของนายปรีดี) เป็นทนาย ศาลฎีกาได้เริ่มสืบพยาน โดยพยานโจทย์มี 17 คน เช่น นายดิเรก ชัยนาม หลวงยอดอาวุธ (ฟ้อน ฤทธาคนี) นายถนัดกิจ คอมันตร์ นายกนต์ธีร์ ศุภมงคล นายสมุทร ศิริไข ฯลฯ

ส่วนพยานจำเลยมี 13 คน เช่น นายปรีดี พนมยงค์ นายควง อภัยวงศ์ นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ นางโคลด แมรี สารสาสน์ นายไต๋ ปาณิกบุตร พล.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ หม่อมเจ้าสกลวรรณากร วรวรรณ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ ฯลฯ (อังคณา, 79-80)

ที่น่าสนใจคือ นายปรีดีในขณะนั้นเป็นหัวหน้าเสรีไทย ได้ขึ้นให้การในฐานะพยานฝ่ายจำเลย เขาได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อพระสารสาสน์ฯ มาก (แถมสุข, 26) เหตุผลสำคัญที่หัวหน้าขบวนการเสรีไทยให้การในฐานะพยานเพื่อช่วยพระสารสาสน์ฯ นั้นอาจเข้าใจโดยผ่านความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างพระสารสาสน์ฯ กับนายปรีดีสมัยอยู่ในฝรั่งเศส (Stowe, 72) ที่ผ่านมา นายปรีดีช่วยสนับสนุนให้พระสารสาสน์ฯ เป็นรัฐมนตรีเศรษฐการ และพระสารสาสน์ฯ เคยแจ้งข่าวแก่นายปรีดีให้รู้ล่วงหน้าว่า ญี่ปุ่นจะจับกุมนายปรีดีฐานต่อต้าน (นายปรีดี, 2517, 54-55) จวบจนกระทั่งนายปรีดีช่วยเป็นพยานแก้คดีให้เขาในคดีอาชญากรสงคราม

สุดท้ายแล้ว ศาลยกฟ้องคดีของพระสารสาสน์ฯ เป็นคดีแรก ด้วยเหตุผลว่า พ.ร.บ.อาชญากรสงครามไม่มีผลเอาผิดย้อนหลัง ทำให้คดีอื่นๆ สิ้นสุดลงเช่นกัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (37)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับคดีอาชญากรสงคราม (20)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (182)
E-DUANG | “ลิ่ม” แหลม จาก ไอติม พริษฐ์ ทะลวงใส่ ภูมิใจไทย เพื่อไทย
วิชา ‘วรรณกรรมแห่งความสิ้นหวัง’ ชั้นเรียนยอดนิยมใน ‘ไอวีลีก’
พลิกแฟ้มข่าว ‘เช่าคอมพ์ฉาว’ มูลค่า 3,490 ล้านบาท ตีแผ่ยุคมืดมหาดไทย ใครขวาง ‘ดับ’
ไทยประกันชีวิตเดินหน้าโครงการ “เสริมโอกาส สร้างอาชีพ” ปี 4 ชูวัตถุดิบท้องถิ่นต่อยอดสร้างรายได้ชุมชน
พรรคประชาชน ชู เนอส ภัทราภรณ์ ชิงตำแหน่งประธานสภา กทม. เพื่อสร้างสภาโปร่งใส เปิด 6 วาระเร่งด่วน ส.ก.ทำ6เดือนแรก
“สุชาติ ชมกลิ่น” ยืนยัน ไม่ได้เซ็นอนุมัติให้ใช้พื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น จ.จันทบุรี เพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ย้ำโครงการนี้อยู่ในขั้นตอนของกระทรวงเกษตรฯ
ถนนราชดำเนิน มีต้นแบบมาจากถนนสายใดในยุโรป?
หมาก = มะ (1)