bg-single

ฟุตบอล 4 ควอเตอร์ ‘คูลลิ่งเบรก’ ที่ไม่ตอบโจทย์คนลูกหนัง

27.06.2026

Technical Time-Out | SearchSri

ก่อนหน้าการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 จะเปิดฉาก สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศว่าจะนำกฎใหม่ๆ มาใช้ในการแข่งขันครั้งนี้หลายอย่าง ในจำนวนนั้นคือการนำ “คูลลิ่งเบรก” หรือ “ไฮเดรชั่นเบรก” การหยุดการแข่งขันกลางครึ่งแรกและครึ่งหลัง โดยกรรมการจะเป่าหยุดเกมในนาทีที่ 22 และ 67 ของทุกนัด เพื่อให้นักเตะทั้ง 2 ทีมได้พักดื่มน้ำเป็นเวลา 3 นาที

เหตุผลของการหยุดเกมดังกล่าวสืบเนื่องจากอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่โดยเฉพาะสนามที่อยู่ในเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกาตอนล่าง บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ต่างแสดงความเป็นกังวลก่อนแข่งว่าการปล่อยให้เล่นในสภาพอากาศร้อนจัดขนาดนี้อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของนักฟุตบอลได้

ย้อนไปในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ประเด็นเรื่องอากาศร้อนจัดในแถบทะเลทรายกลายเป็นหัวข้อสนทนาหลัก ถึงขั้นต้องเลื่อนเวลาแข่งขันจากช่วงฤดูร้อนไปเป็นช่วงฤดูหนาวปลายปีแทน

ครั้งนั้นฟีฟ่าได้นำไอเดียเรื่องคูลลิ่งเบรกมาใช้ แต่ไม่ได้กำหนดว่าต้องหยุดเตะทุกนัดทุกรอบ แต่ให้ใช้เกณฑ์พิจารณาจากค่า WBGT (Wet Bulb Globe Temperature) หรือดัชนีชี้วัดความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) ที่มีผลต่อร่างกายมนุษย์ เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้ประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดด (Heatstroke)

ก่อนบอลโลกหนนี้ ก็มีการถกประเด็นเรื่องการประเมินค่า WBGT ในแต่ละนัด แต่สุดท้ายฟีฟ่าตัดสินใจกำหนดเป็นกฎให้หยุดเกมเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย

แม้ในทางทฤษฎี นี่เป็นกฎที่มีขึ้นเพื่อความปลอดภัยในสวัสดิภาพและความปลอดภัยของนักกีฬาเป็นสำคัญ แต่เมื่อถึงคราวปฏิบัติจริง เสียงตอบรับกลับเป็นเชิงลบมากกว่าบวกมาก ทั้งจากนักฟุตบอล โค้ช และแฟนๆ

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือทีมชาติสหรัฐ บอกว่าช่วงเบรกทำให้จังหวะเกมสะดุด ยกตัวอย่างเกมถล่มปารากวัย 4-1 ส่วนตัวมองว่าการเบรกเกมไม่มีความจำเป็น เพราะสภาพอากาศไม่ได้เลวร้ายขนาดทนไม่ไหว

ส่วน โธมัส ทูเคิล เฮดโค้ชทีมชาติอังกฤษสำทับว่า การหยุดเกมแบบนี้ทำให้อัตลักษณ์ของกีฬาลูกหนังเสียไป ตัวเขาเองก็เคยเจอกับสถานการณ์ที่ต้องใช้คูลลิ่งเบรก แต่ก็ไม่ได้นานขนาดนี้ รวมถึงไม่ได้ใช้บ่อยขนาดนี้ด้วย

ด้าน เวอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลังกัปตันทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ยอมรับว่า การเบรกเกมเป็นเรื่องน่าหงุดหงิด และแฟนบอลที่ชมการถ่ายทอดสดอยู่ทางบ้านก็คงไม่ค่อยแฮปปี้นักที่เกมมาหยุดไปดื้อๆ

เกมบางนัด แฟนบอลในสนามถึงกับพร้อมใจกันโห่ในช่วงพักเบรกดื่มน้ำเลยทีเดียว

สื่อและแฟนบอลจำนวนมากกึ่งแซวกึ่งวิจารณ์ว่า การเพิ่มช่วงคูลลิ่งเบรกเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ขึ้นมา ทำให้ฟุตบอลจากกีฬาที่มีแค่ 2 ครึ่งเวลา กลับกลายเป็นกีฬาที่มี 4 ควอเตอร์กลายๆ

การแบ่งการแข่งขันกีฬาออกเป็น 4 ควอเตอร์ คือคุณลักษณะของวงการกีฬาอาชีพสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบาสเกตบอลเอ็นบีเอและอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอลซึ่งช่วงรอยต่อระหว่างควอเตอร์แรกกับควอเตอร์สอง และควอเตอร์สามกับควอเตอร์สี่ก็ประมาณ 2-3 นาทีเช่นกัน

บางคนวิจารณ์แรงว่า นี่เหมือนเป็นการเอาอัตลักษณ์ของอเมริกันเกมมาสวมทับกีฬาฟุตบอล หรือ “ซอคเกอร์” ชื่อที่ภูมิภาคอเมริกาเหนือคุ้นชิน

ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ เฮดโค้ชทีมชาติฝรั่งเศส วิจารณ์ว่า การแบ่งครึ่งเวลาออกเป็นอีกครึ่งหนึ่งอีก ทำให้โมเมนตัมสะดุด มันเกือบจะกลายเป็นฟุตบอล 4 ควอเตอร์ไปแล้ว ทั้งที่ปกติเราเล่นกัน 2 ครึ่งเวลา

ทุกวันนี้กฎต่างๆ ในวงการฟุตบอลอาชีพที่ปรับเปลี่ยนกันเป็นระยะๆ ถ้าไม่นับระบบ VAR แล้ว การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่มักมุ่งเน้นไปที่การพยายามให้เกมในสนามลื่นไหลต่อเนื่องไม่หยุดชะงักให้ได้มากที่สุด

การนำระบบไฮเดรชั่นเบรกหรือคูลลิ่งเบรกมาใช้ จึงเป็นการคิดสวนทางกับหลักการดังกล่าว

สื่อบางสำนักวิจารณ์ตรงๆ ว่า สิ่งที่เหนือกว่าการลบเลือนอัตลักษณ์ของกีฬาฟุตบอล อาจจะไม่พ้นเรื่อง “ผลประโยชน์” เพราะการพักเบรกถึงครึ่งเวลาละ 3 นาที หมายถึงช่วงเวลากอบโกยในการหารายได้จากการโฆษณา

คำนวณง่ายๆ ว่า บอลโลกหนนี้เพิ่มทีมเตะเป็น 48 ทีม เพิ่มจำนวนแมตช์เป็น 104 แมตช์ ทุกนัดจะมีช่วงเบรกรวมกัน 6 นาที หมายความว่ารวมแล้วจะมีเวลาเพิ่มขึ้นมาระหว่างการถ่ายทอดสดถึง 624 นาที หรือกว่า 10 ชั่วโมง เป็นช่วงเวลาทองของทั้งฟีฟ่าและสถานีโทรทัศน์ผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดทั้งหลาย

ยกตัวอย่างสล็อตเวลาของช่อง ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ ที่ถ่ายทอดฟุตบอลโลก สปอตโฆษณา 30 วินาที จะมีมูลค่าระหว่าง 200,000-300,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.6-9.9 ล้านบาท)

แต่ถ้าเป็นช่วงแมตช์เตะของสหรัฐอเมริกา หรือในรอบลึก ราคาซื้อเวลาโฆษณาอาจจะพุ่งสูงถึง 750,000 ดอลลาร์สหรัฐ (24.75 ล้านบาท) ต่อสปอต 30 วินาที (จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า ยืนยันว่าฟีฟ่าไม่ได้มีรายได้เพิ่มจากส่วนนี้แต่อย่างใด)

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าทีมจะไม่ได้ประโยชน์จากการเบรกเกมดังกล่าวเสียทีเดียว

โดยนอกเหนือจากการได้พักในบรรยากาศร้อนจัดจริงๆ ในบางนัดแล้ว การเบรกเกมยังเป็นช่วงเวลาชั้นดีที่เปิดโอกาสให้โค้ชแต่ละทีมปรับเปลี่ยนแท็กติกรับมือคู่แข่ง หรือกระตุ้นลูกทีมให้ฮึดสู้ ไม่ต่างอะไรกับตอนพักครึ่ง

แม้จะเป็นช่วงเวลาที่สั้นกว่า จากเดิมที่ต้องรอถึงหมดครึ่งเวลาแล้วจึงจะมาปรับแผนกันได้

การที่ฟุตบอลโลกหนนี้มีการทำประตูกันถล่มทลายตั้งแต่รอบแรก ส่วนหนึ่งก็อาจจะเพราะการเปิดโอกาสให้แก้เกมกันกลางทางในแต่ละครึ่งเวลา

พอยิงกันได้เยอะ ก็อาจจะดึงดูดพวกอเมริกันชนที่ชอบดูสกอร์สูงๆ และไม่ชอบผลเสมอ ให้สนใจเวิลด์คัพมากยิ่งขึ้น แฟนบอลทั่วไปเองก็อาจจะสนุกกับการติดตามมากขึ้น

ไม่ว่าจะ “เหตุ” หรือ “ผล” ไหน ฟีฟ่าก็ดูจะมีแต่ได้กับได้อยู่ฝ่ายเดียว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“วรวงศ์” ห่วง FTA ไทย–ยูเออี “ได้ไม่คุ้มเสีย” ทำร้ายอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเตือนอย่าใช้ FTA เป็นเครื่องมือการเมืองช่วงซักฟอก
อดีต ปลัด มท.สุทธิพงษ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อสังเกต ผลการตรวจสอบโครงการถังขยะเปียก ลดโลกร้อนฯ
อนุรักษนิยมไทยภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ?
กระทรวงเกษตรฯ ขอ ปชช.อย่าเพิ่งกังวล “UPOV1991” ยืนยันยังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อดี-ข้อเสียอย่างรอบด้าน ลั่น! ต้องปกป้องผลประโยชน์เกษตรกร-คนไทยเป็นหลัก
จาก IoT ถึง AIoT ก้าวสู่โลก AI เต็มรูปแบบ
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (24) สาร วิถี และมิตรใหม่
เมนูแฟรงเก้นสไตน์ ทำตามได้แต่อาจพัง
รู้จัก ‘หนู’ ผ่านเพลง King Rat สิ่งมีชีวิตที่ทำให้เรืออับปางได้ ในมหาสมุทรแห่งความโลภ
นาฬิกา เวลา ความหรูหรา และราคาที่นักการเมืองต้องจ่าย
‘ศูนย์ศิลปะการแสดงแห่งชาติ’ ก็ไม่เว้น นามนั้น สำคัญไฉน ทรัมป์วางชื่อ ‘ทาบ’ JFK แต่ไม่สำเร็จ
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (1)
รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร เดาฉากทัศน์ ทศวรรษ 2570 ‘พลังคนเดือนตุลา คือพลังของคนตาย’