สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง

มูลนิธิสุขภาพไทย

เมื่อสัปดาห์ก่อนได้เสนอเรื่อง มะระแม้ว ที่ไม่ใช่ฟักแม้ว ฉบับนี้ขอกล่าวถึง ฟักแม้ว ที่ไม่ใช่มะระแม้ว ให้สิ้นความสงสัยและได้เห็นประโยชน์ของพืชทั้ง 2 ชนิด

แน่นอนว่า ใครที่ท่องเที่ยวทางภาคเหนือของไทย พืชหรือผักยอดนิยมที่มักสั่งกินหรือจะซื้อมาเป็นของฝาก คือ “ฟักแม้ว” บางท่านเรียกว่า “มะระหวาน”

ฟักแม้วเคยใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sechium edule (Jacq.) Swartz แต่ในปัจจุบันนักวิชาการได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อ Sicyos edulis Jacq. ชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า ชาโยเต้ (Chayote) ซึ่งเพี้ยนมาจากคำในภาษานาฮวตล์ (Nahuatl) ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมืองของชาวนาฮัว (Nahua) รวมถึงชาวแอซเท็ก ที่อาศัยในอเมริกากลางและเม็กซิโก ดังนั้น ชาโยเต้ (Chayote) จึงมาจากคำว่า chayotli ซึ่งหมายถึงผลไม้ที่มีหนามหรือปุ่มปม

หลายท่านอาจไม่ทราบว่าภาษานาฮวตล์ (Nahuatl) นี้เป็นต้นกำเนิดของคำศัพท์ในภาษาอังกฤษและสเปน เช่น คำว่า ช็อกโกแลต (Chocolate) อะโวคาโด (Avocado) ก็มาจากภาษาพื้นเมืองนี้เช่นกัน

จึงไม่ต้องแปลกใจว่าฟักแม้ว มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในตอนใต้ของประเทศเม็กซิโกและแถบอเมริกากลาง เป็นพืชป่าโบราณที่มีการเพาะปลูกในอารยธรรมมายา (Maya) และแอซเท็ก (Aztec) มานานหลายพันปี ต่อมาฟักแม้วกระจายพันธุ์ไปทั่วโลกในช่วงยุคอาณานิคมของสเปน เผยแพร่เข้าไปในยุโรป แอฟริกา และเอเชีย

สำหรับประเทศไทย มีสมมุติฐานแยกเป็น 2 ทาง คือ นำเข้ามาปลูกครั้งแรกในพื้นที่ภาคเหนือโดยกลุ่มชาวเขาและผู้ผลิตในพื้นที่โครงการหลวง แต่ก็มีข้อสันนิษฐานว่าอาจนำเข้ามาพร้อมหมอสอนศาสนา และชาวบ้านปลูกเป็นครั้งแรกที่จังหวัดแพร่

สําหรับชื่อเรียกติดปากว่า “ฟักแม้ว” หรือ “ฟักม้ง” น่าจะมาจากการเจริญเติบโตได้ดีมากในสภาพอากาศเย็นและชุ่มชื้น โดยเฉพาะบนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 500-1,400 เมตรขึ้นไป

ปัจจุบันฟักแม้วจำแนกได้ 2 อย่าง คือ ชนิดที่มีผลสีเขียว พบเห็นเป็นส่วนใหญ่ในไทย และชนิดที่มีผลสีทอง ซึ่งเกิดจากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติ ทั้ง 2 ชนิดมีชื่อวิทยาศาสตร์เดียวกัน ซึ่งมีลักษณะต้นเป็นไม้เถาเลื้อยเจริญเติบโตข้ามปีได้ จัดอยู่ในพืชตระกูลแตง แต่มีลักษณะหลายอย่างที่ไม่เหมือนพืชตระกูลแตงที่พบเห็นโดยทั่วไป

ลักษณะลำต้น ใบ ยอด และมือจับ คล้ายแตงกวาผสมกับฟักเขียว มีระบบรากสะสมขนาดใหญ่ ลำต้นเป็นเหลี่ยม เจริญเป็นเถา ยาว 15-30 ฟุต มีเถาแขนง 3-5 เถา มือเกาะเจริญที่ข้อ ใบมีขอบใบลักษณะเป็นเหลี่ยม 3-5 เหลี่ยม ยาว 8-15 เซนติเมตร ดอกสีขาวปนเขียว ดอกเกิดที่ข้อระหว่างต้นกับก้านใบเป็นชนิดดอกช่อ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียเป็นคนละดอก แต่อยู่ในต้นเดียวกัน ผลเป็นผลเดี่ยว มีเมล็ดเพียงเมล็ดเดียว ผลเหมือนกับมะม่วง มะปราง ทรงกลมยาว รูปร่างคล้ายแพร์ เนื้อมีรสหวาน รสชาติคล้ายมันฝรั่งปนแตงกวา ซึ่งแตกต่างจากพืชตระกูลแตงที่พบเห็นโดยทั่วไป

ฟักแม้วสีเขียว (สายพันธุ์ดั้งเดิม) เนื้อในมีสีขาวอมเขียว รสชาติหวานฉ่ำน้ำ กรอบนุ่ม มีน้ำในเนื้อค่อนข้างมาก รสสัมผัสคล้ายแตงกวาผสมฝรั่ง เนื้อที่มีความฉ่ำน้ำสูงเมื่อนำไปต้มหรือผัดนานเกินไป เนื้อจะเละและสูญเสียความกรอบได้ง่าย

ฟักแม้วผลสีเหลืองทองอร่ามหรือเหลืองนวลแบบผิวสัมผัสด้าน (Matte) ซึ่งเป็นสีเหลืองอ่อนละมุนดูแปลกตาและสวยงาม ทางกลุ่มเกษตรกรเครือข่ายโครงการหลวง ให้ข้อมูลว่าว่าเป็นสายพันธุ์หายาก ที่กำลังส่งเสริมขยายพันธุ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเนื้อสัมผัสและรสชาติมีความหวานมันตามธรรมชาติคล้ายสีเขียว แต่มีจุดเด่นที่เนื้อจะมีความแน่นและแข็งกว่าสีเขียว เมื่อนำไปแกง ต้มหรือผ่านความร้อนจะไม่เละง่าย คงรูปทรงและคงความหนึบกรอบเคี้ยวอร่อยกว่าสีเขียว

การนำผลมาปรุงอาหาร จะต้องปอกเปลือกและล้างยางใสๆ ออกให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นบางๆ ผัดน้ำมันหอยใส่ไข่หรือเนื้อสัตว์ก็จะได้เมนูยอดนิยมผัดฟักแม้ว ถ้าใช้ผลสีทองจะให้สีสันอาหารสวยงามและเนื้อไม่ยุ่ย ทำแกงจืด แกงส้ม หรือต้มในน้ำซุปกระดูกหมู รสหวานธรรมชาติจากผลช่วยให้น้ำซุปกลมกล่อม ปัจจุบันนำมาทำเมนูส้มตำ นำผลฟักแม้วดิบมาสับเป็นเส้นแทนมะละกอ ซึ่งให้ความกรอบฉ่ำไม่แพ้มะละกอดิบ

ยอดอ่อนและมือจับของฟักแม้วเป็นผักเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมสูงมาก เนื่องจากมีรสชาติหวานกรอบธรรมชาติ และนิยมนำมาผัดยอดฟักแม้วไฟแดง ลวกจิ้มน้ำพริก หรือใส่ในแกงเลียงก็อร่อย ส่วนของรากและเมล็ด รากมีอายุข้ามปีจะมีลักษณะคล้ายมันเทศ นำมาต้มหรือปิ้งกินได้ เมล็ดขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางผลก็มีรสชาติมันคล้ายถั่ว นำมานึ่งกินได้เช่นกัน

ประโยชน์ทางสรรพคุณสมุนไพร เช่น ใบและผลของฟักแม้วมีคุณสมบัติช่วยให้ผนังเส้นเลือดอ่อนนุ่มยืดหยุ่นดี การนำใบและผลมาต้มเป็นน้ำดื่มช่วยลดความดันโลหิตสูง และบำรุงระบบหลอดเลือดหัวใจ ช่วยขับปัสสาวะและสลายนิ่วในไต เนื่องจากน้ำต้มฟักแม้วมีฤทธิ์ขับปัสสาวะตามธรรมชาติ มีส่วนช่วยในการบรรเทาหรือสลายนิ่วก้อนเล็กๆ ในไตได้ ในทางแพทย์แผนจีน ยอดฟักแม้วช่วยปรับสมดุลม้ามและกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการเจ็บคอ แก้ไอ ขับเสมหะ ขับร้อนในปอด และแก้อาการปวดศีรษะอันเนื่องมาจากไข้แดด

ฟักแม้วอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ ซึ่งช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และชะลอวัย อย่างไรก็ตาม ในหลักทฤษฎีการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์จีน จัดให้ฟักแม้วเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ร่างกายขี้หนาว ท้องร่วงง่าย หรือมีระบบม้ามและกระเพาะอาหารที่อ่อนแอ และในตำราจีนโบราณไม่แนะนำให้กินฟักแม้วคู่กับเนื้อแพะ (ซึ่งยังไม่ทราบเหตุผลในหลักวิชาการแพทย์ดั้งเดิม)

ฟักแม้วจะสีไหนก็ให้ประโยชน์ต่อเราเหมือนกัน กินฟักแม้วเป็นประจำช่วยบำรุงร่างกายและป้องกันโรค ปลูกฟักแม้วช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรหรือชาวบ้านบนพื้นที่สูง พัฒนาเป็นเมนูอาหารระดับพรีเมียมที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และสามารถสร้างสรรค์เมนูฟักแม้วถ้าฟักแม้วสีเขียวให้ความฉ่ำน้ำและนุ่มนวล ฟักแม้วสีทองตอบโจทย์เมนูต้มตุ๋นให้เนื้อสัมผัสที่แน่นไม่เละง่าย มีสีสันบนจานอาหาร เชื่อว่ารายการเชฟรุ่นใหญ่รุ่นเยาว์จะต้องมีโจทย์เมนูจากยอดดอยสู่ “ฟักแม้วติดแกลม” แน่นอน (คำสแลงยอดฮิต ติดแกลม มาจาก Glamorous หรืออาหารหรูแต่เข้าถึงได้ไม่แพง)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘ความฝันในหอแดง’ : ความเป็นอนิจจังของระบอบศักดินาจีนที่ยิ่งใหญ่ (จบ)
เก้าสิบสามปีที่รอคอย : เมื่อหลัก 6 ประการของคณะราษฎรยังไม่เสร็จสมบูรณ์ในระบบประกันสังคม
ส่องลึกอิหร่าน: 8) อิหร่านกับอาวุธนิวเคลียร์
บันทึกจากคุก (Prison Notebooks) ของกรัมชี่ : ผลงานแห่งชีวิตที่ยิ่งใหญ่
ฟุตบอล 4 ควอเตอร์ ‘คูลลิ่งเบรก’ ที่ไม่ตอบโจทย์คนลูกหนัง
โมเดลความสำเร็จ ‘ซามูไรบลู’ ต้นแบบการลงมือทำแบบจริงจัง
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 26 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569
ผ่านจุดต่ำสุด แต่อย่าวางใจ
เปิดศึกซีดานไฟฟ้า-3 เส้ารถจีน ‘ORA 07-BYD Seal-Deepal L07’
ลาบหมูสับคั่วกรอบ
ฟักแม้ว
2519 เขาถูกหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ (ไม่ใช่ประเทศไทย)