นัยความเป็นคน | นิ้วกลม
ข้อเขียนทั้งหมดนี้ผมเขียนขึ้นมาเพื่อส่งมอบกำลังใจและความรักให้กับพี่สาวที่รักท่านหนึ่ง ผู้สอนสิ่งดีงามกับผมหลายสิ่งผ่านข้อเขียน คำพูด และการกระทำ
พี่เจี๊ยบ-ปฐมา จันทรักษ์
ผู้เพิ่งสูญเสียคุณพ่อที่เธอรักไป ด้วยการจากไปอย่างสงบ
1
พี่เจี๊ยบเคยเล่าให้ผมฟังว่า เหตุผลที่ย้ายกลับมาทำงานที่ไทย ทั้งที่มีหน้าที่การงานที่ยอดเยี่ยมอยู่ในบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ที่สหรัฐอเมริกาเพราะต้องการใช้เวลากับคุณพ่อคุณแม่ในวันวัยที่พวกท่านต้องการคนดูแล
ซึ่งนอกจากพี่เจี๊ยบมีหมวกของ ‘ผู้บริหาร’ แล้ว เธอยังมีหมวก ‘ลูกสาว’ อีกใบ
ซึ่งเธอคิดว่าได้เวลาที่เธอควรทำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่
2
ตอนไปเที่ยวบ้านพี่เจี๊ยบ ซึ่งจัดสวนเขียวครึ้มสวยงาม หมู่บ้านมีทางเดินร่มรื่นน่าเดินเล่น
พี่เจี๊ยบก็เล่าว่า เลือกบ้านหลังนี้เพราะอยากให้พ่อแม่อยู่แล้วสบายใจ แม้เธอสามารถเลือกคอนโดฯ ใกล้ที่ทำงานได้ แต่เกณฑ์ในการเลือกบ้านไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสะดวกของตนเองเลยแม้แต่น้อย
บ้านหลังนี้ต้องใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองเป็นชั่วโมง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับพี่เจี๊ยบ
ขอแค่พ่อแม่ได้มีพื้นที่ใช้สอยให้รู้สึกสบาย นั่นคือบ้านที่ดี
3
พี่เจี๊ยบเคยเล่าให้ฟังว่า เธอจะจัดสรรเวลาให้พ่อแม่เสมอ
แม้เป็นผู้บริหารใหญ่ที่มีภาระล้นมือ ประชุมมากมาย เรื่องให้ตัดสินใจไม่เว้นแต่ละชั่วโมง
“ถ้าเราให้ความสำคัญ เราจะมีเวลาให้สิ่งนั้นเสมอ”
พี่เจี๊ยบบอกกับผม
ฉะนั้น ทุกเช้าเธอจึงมีเวลาชงเครื่องดื่มแก้วโปรดเสิร์ฟคุณพ่อคุณแม่ ทำไข่ดาวและอาหารเช้าให้ และใช้เวลาช่วงเช้าเพื่อชวนท่านคุยเล่น
ยังไม่นับว่าพี่เจี๊ยบจัดสรรเวลาเพื่อพาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัดและกินข้าวมื้ออร่อยเป็นประจำ แม้งานรัดตัวเพียงใดก็ตาม
นี่คือกิจวัตรประจำวันของผู้บริหารที่มีพนักงานใต้บังคับบัญชานับพัน
กระนั้น เธอก็มีเวลาให้คนที่เธอรักเสมอ
4
ครั้งหนึ่ง พี่เจี๊ยบกรุณามาส่งผมที่บ้าน ตอนนั้นเป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว
เธอขอโทรศัพท์หนึ่งสาย
คือโทร.ไปหาคุณพ่อ
เวลาพี่เจี๊ยบคุยกับคุณพ่อนั้นน่ารักมาก มีทั้งอ้อนทั้งแซว ถามไถ่ว่าดูฟุตบอลหรือเปล่า จะเข้านอนหรือยัง เดินดีๆ นะคะ
และลงท้ายว่า
“รักนะคะพ่อ”
พี่เจี๊ยบเล่าให้ผมฟังว่า ไม่ว่าเธอจะทำงานอยู่ที่ใดในโลก ตอนสี่ทุ่มของเมืองไทย เธอจะขอตัวออกมาจากห้องประชุมและโทร.หาคุณพ่อแบบนี้ทุกคืน
นี่คือสิ่งสำคัญที่เธอไม่เคยลืม
5
วันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา พี่เจี๊ยบเพิ่งโพสต์เล่าว่าพาคุณพ่อคุณแม่ไปกินขนมแสนอร่อย แล้วรู้สึกผิดหน่อยๆ เพราะมันคือขนมหวานที่คุณพ่อไม่ควรรับประทานหวานมากไป
แต่ขณะนั้นเอง คุณพ่อก็เอ่ยขึ้นมาว่า
“ถ้าเธอกังวลกับอนาคตมากเกินไป เธอจะพลาดช่วงเวลาในปัจจุบัน”
และย้ำว่า “อย่ากังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิด”
ฉะนั้น ขณะที่กำลังตักขนมอร่อยเข้าปากก็จงมีความสุขกับปัจจุบันตรงหน้าเถิด
และระหว่างที่ยังอยู่ด้วยกัน จงดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ด้วยกันดีกว่า
6
พี่เจี๊ยบเคยบอกกับผมว่า มาถึงวันนี้ สิ่งที่ทำให้รู้สึกดีในชีวิตไม่ใช่หลักชัยใหญ่โต ความสำเร็จ ชื่อเสียง ตำแหน่ง อะไรพวกนั้นอีกต่อไปแล้ว แต่คือโมเมนต์ธรรมดาอันแสนวิเศษเหล่านี้นี่แหละ
ช่วงเวลาที่ได้ใช้สอยกับคนที่เธอรัก-คุณพ่อคุณแม่
โมเมนต์แสนธรรมดาแต่ทำให้หัวใจเปี่ยมด้วยความสุขและความหมาย
7
ผมทราบข่าวเมื่อวานนี้ว่า คุณพ่อของพี่เจี๊ยบได้เดินทางครั้งสุดท้ายจากลาครอบครัวของพี่เจี๊ยบไป และไปร่วมงานศพในวันนี้
ระหว่างพูดคุย ผมสัมผัสได้ถึงความรักที่พี่เจี๊ยบมีต่อคุณพ่ออย่างลึกซึ้ง และได้สัมผัสความรักที่คุณพ่อได้ฝากไว้ในหัวใจพี่เจี๊ยบด้วย
ไม่มีสิ่งใดที่ผมจะกล่าวได้ นอกจากอยากขอบคุณคุณพ่อที่ได้ใช้ชีวิตในการส่งมอบความรักให้ลูกสาวสุดที่รัก ทำให้ในหัวใจของเธอเปี่ยมไปด้วยความรักที่พร้อมมอบให้คนรอบตัว
ผมได้เห็นหรีดจากทั่วทุกสารทิศ แขกเต็มศาลาที่ไปให้กำลังใจ ผมไม่แปลกใจเลย เพราะพี่เจี๊ยบเป็นคนที่ส่งมอบความรักให้ผู้คนอยู่เสมอ
8
ผมอยากส่งกำลังใจให้พี่เจี๊ยบครับ อยากกอดและมอบความรักให้ และอยากขอบคุณที่พี่เจี๊ยบเป็นแบบอย่างให้ผมได้ทบทวนกับตัวเองว่า ผมได้มอบเวลาที่มีค่าให้กับคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตอย่างดีที่สุดแล้วหรือยัง
ซึ่งผมคิดว่าในกรณีของพี่เจี๊ยบนั้น หมดคำถาม นี่คือลูกสาวที่ทำหน้าที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่ได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ลูกคนหนึ่งจะทำได้อย่างแน่นอน
9
เรามักจะบอกว่าเรายุ่งจนไม่มีเวลาให้คนที่เรารัก
แต่ถ้าผู้บริหารที่มีความรับผิดชอบทั้งงานราษฎร์งานหลวงขนาดนี้ทำได้ ผมคิดว่าตัวเองก็ไม่มีข้ออ้าง
ผมเห็นด้วยกับคำสอนของพี่เจี๊ยบ
“ถ้าเราให้ความสำคัญ เราจะจัดสรรเวลาให้สิ่งนั้นเสมอ”
10
“เวลา” เป็นสิ่งที่สิ้นสุดลงในวันใดวันหนึ่ง
และเพราะว่ามันสิ้นสุด วันที่เรายังมีกันจึงมีความหมาย
พี่เจี๊ยบได้ทำให้เห็นว่า การใช้สอยวันเวลาในระหว่างที่เรายังมีโอกาสได้จ้องตากัน พูดคุยกัน ถามไถ่กัน หัวเราะด้วยกัน นั้นคือสิ่งมีค่า และถ้าใช้สอยช่วงเวลานั้นอย่างเต็มที่แล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ต้องเสียดาย
แม้ว่าการลาจากย่อมเสียใจเป็นธรรมดา
11
ผมคิดว่าพี่เจี๊ยบเป็นลูกสาวที่น่าอิจฉามากเลยนะครับ
เป็นลูกสาวที่ได้สัมผัส ‘ความรัก’ จากพ่อแม่
และที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ได้สัมผัส ‘ความรัก’ ในหัวใจตัวเอง
ซึ่งบางที ความรักก็ทำให้เราเสียน้ำตา แต่ผมคิดว่าน้ำตาที่หลั่งออกมาจากความรักเป็นน้ำตาที่งดงามและมีค่า
มันยืนยันกับเราว่า เราเป็นมนุษย์ผู้รู้จักรัก
12
ขอบคุณที่สอนผมเรื่องนี้โดยที่พี่เจี๊ยบแทบไม่ได้เอ่ยปากสอน
แต่ ‘เป็นความรัก’ ให้เห็น
การลาจากเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ผูกพันกัน แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ความรักนั้นชัดเจนและงดงามยิ่งขึ้นไปอีก
ผมเชื่อว่าความรักจากคุณพ่อยังสถิตอยู่ในหัวใจพี่เจี๊ยบเสมอ และความรักนั้นก็จะถูกถ่ายทอดผ่านพี่เจี๊ยบไปสู่ผู้คนอีกมากมาย อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งแน่ๆ ที่ได้รับความรักนั้น
13
เกิดมาหนึ่งชีวิตจะมีอะไรมีค่าและงดงามไปกว่านี้อีก
การได้รู้จัก ‘ความรัก’
ได้รัก และได้ถูกรัก
ได้ใช้เวลากับคนที่เรารัก
