| สุจิตต์ วงษ์เทศ

ศาสนาผีเป็นศาสนามวลชนเก่าแก่ที่สุด และมีคนนับถือมากที่สุดในโลก จึงแผ่ความเชื่อหล่อหลอมคนส่วนมากก่อนมีศาสนาใหญ่สมัยหลัง ในที่สุดชนชั้นนำก็รับศาสนาผีไปปรับใช้ในพิธีหลวง

ศาสนาผี หมายถึง ระบบความเชื่อในอำนาจเหนือธรรมชาติ บันดาลให้เกิดปรากฏการณ์ดีและร้าย ทั้งในโลกผีกับโลกมนุษย์ หรือเมืองผีกับเมืองมนุษย์ โดยจัดให้โลกผีหรือเมืองผีอยู่ต่างมิติ ไม่มีรูปร่าง จับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น แต่เคลื่อนไหวได้ แยกส่วนได้

[เมื่อเทียบความเชื่อของพราหมณ์กับพุทธจะพบว่าต่างกันมาก เนื่องจากศาสนาผีไม่มีวิญญาณ, ไม่มีเวียนว่ายตายเกิด, ไม่มีโลกหน้า, ไม่มีสวรรค์, ไม่มีนรก, ไม่มีเผาศพ, ไม่มีเทวดา, ไม่มีนางฟ้า, ไม่มียมบาล ฯลฯ]

ผี คือความเชื่อว่าเป็นสิ่งมีพลังอำนาจเหนือธรรมชาติที่บันดาลให้เกิดผลกระทบถึงคน ทั้งผลดีและผลไม่ดี หรืออีกด้านหนึ่ง ผีเป็นสิ่งประดิษฐ์ตามจินตนาการของมนุษย์จากความเชื่อเรื่องขวัญ

ดังนั้น ผี คือขวัญของคนตาย หมายถึง ส่วนไม่เป็นตัวตนของคนตาย เพราะเมื่อขวัญออกจากร่างคนมีชีวิตจะทำให้คนนั้นตาย หรือผีคือขวัญของคนตายที่ออกจากร่าง บางทีเรียกผีขวัญ

ผีมาจากไหน?

มาจาก (1.) ความเชื่อของคนในศาสนาผีเรื่องขวัญ (2.) ว่าคนตายกลายเป็นผี ไม่มีรูปร่าง ไม่มีตัวตน, จับต้องไม่ได้, มองไม่เห็น, เคลื่อนไหวได้, แยกส่วนได้, ไม่มีเสียง ฯลฯ (3.) สิงสู่ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก ได้แก่ คน, สัตว์, พืช, สิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้, อาคารสถานที่ ฯลฯ

คนดั้งเดิมในไทยเชื่อว่าผีมาจากขวัญ (คือส่วนไม่เป็นตัวตน) ตามความเชื่อศาสนาผีว่า “คนตาย ขวัญไม่ตาย” ขวัญกลายเป็นผี ทำให้มีโลก 2 มิติทับซ้อนกัน คือโลกของคน กับโลกของผี หมายถึง (1.) คนตาย เพราะขวัญหายออกจากร่าง (ไม่รู้หายไปไหน?) (2.) ขวัญไม่ตาย กลายเป็นผี ร่อนเร่ไปไหนต่อไหน ไม่คืนร่าง (3.) ถ้าขวัญคืนร่าง เชื่อว่าคนจะฟื้น จึงมีพิธีกรรมหลังความตาย เพื่อให้ขวัญคืนร่าง แต่คนไม่เคยฟื้น เพราะขวัญไม่เคยคืนร่าง ดังนั้น ขวัญอยู่ต่างมิติในโลกผี

ขวัญ คือส่วนไม่เป็นตัวตนอยู่ในคนมีชีวิต ต่อมาเมื่อรู้จัก “วิญญาณ” ตามความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและพุทธ จึงรับคำว่าวิญญาณมาใช้งาน ครั้นนานไปก็ผสมกันระหว่างวิญญาณ, ขวัญ, ผี แล้วปนกันจนแยกไม่ได้

แต่ในความเป็นจริงใช้แทนกันไม่ได้ เพราะวิญญาณมีดวงเดียว แต่ขวัญมีหลายหลากมากกว่าหนึ่ง นอกจากนั้นวิญญาณมีเวียนว่ายตายเกิด แต่ขวัญไม่เวียนว่ายตายเกิด หมายถึง ไม่ตายและไม่เกิด

โจลมะม็วด (หมอมด, หมอขวัญ, หมอทรง) พิธีทรงเจ้าเข้าผีของชาวอีสานใต้
(ภาพจากหนังสือ ลักษณะไทย เล่ม 3 ศิลปะการแสดง จัดทำโดยธนาคารกรุงเทพ พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2551 หน้า 419)

ผีสางเทวดา

ผีเป็นคำในตระกูลภาษาไท-ไต หมายถึง อำนาจเหนือธรรมชาติอยู่ในโลกต่างมิติที่จับต้องไม่ได้ และมองไม่เห็น

ผีสางเทวดา เป็นคำรวม หมายถึง ผี [ผีสางเทวดาเป็นชื่อหนังสือของเสฐียรโกเศศ (พระยาอนุมานราชธน) พิมพ์ครั้งแรก (74 ปีที่แล้ว) แจกงานศพ นางเฮียะ เสฐียรโกเศศ วัดมกุฏกษัตริยาราม 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2495]

ผีสาง (ไท-ไต) อำนาจเหนือธรรมชาติ [แยก 2 คำ คือ ผี, สาง ความหมายเหมือนกัน]

“สางก่อฟ้าล้าก่อดิน” หมายถึง เทวดาสร้างสวรรค์ ละว้าสร้างเมือง [สาง = เทวดา หรือผีฟ้า, ล้า = ละว้า, ฟ้า = สวรรค์ของเทวดา, ดิน = เมืองของคน]

เทวดา (บ.-ส.) อำนาจเหนือธรรมชาติ (ตรงกับผี) อยู่บนฟ้า

ผีมี 2 พวกใหญ่ๆ คือผีร้ายและผีดี [พบในหนังสือ ผีสางเทวดา ของ เสฐียรโกเศศ (พระยาอนุมานราชธน) พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2495]

ผีร้าย ให้โทษอย่างเดียว เช่น ผีฉมบ-จะกละ-กระสือ-กระหัง (กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ 115 ปีก่อนอยุธยา พ.ศ. 1778), ผีห่า คือโรคระบาดทำให้คนตายมาก (เช่น กาฬโรค)

ผีดี มี 2 ประเภท ซึ่งให้คุณและโทษต่อมนุษย์ คือผีดินกับผีฟ้า (สรุปจากบทความเรื่อง “จากเสมาอีสานถึงเสมาฟ้าแดด” ของ ศรีศักร วัลลิโภดม ใน เมืองโบราณ ฉบับเมษายน-มิถุนายน พ.ศ. 2565 หน้า 18)

(1.) ผีดิน หมายถึง ผีพื้นเมืองหลายพันปีมาแล้ว พบทั่วไปในชุมชนเก่าแก่แรกเริ่ม ได้แก่ ผีเรือน, ผีบ้าน, ผีเมือง, ผีดง, ผีป่า, ผีบก, ผีน้ำ (พญานาค) ฯลฯ

(2.) ผีฟ้า หมายถึง ผู้เป็นใหญ่บนฟ้า บางทีเรียกเจ้าแห่งฟ้า หรือเจ้าฟ้า [เคยใช้เรียกกษัตริย์ว่า “ผีฟ้า” อยู่ในจารึกวัดศรีชุม (สุโขทัย หลักที่ 2) ว่า “ผีฟ้ายโสธรปุระ” หมายถึง กษัตริย์เขมรเมืองนครธม และเคยใช้เรียกกษัตริย์ไทใหญ่ว่า “เจ้าฟ้าไทใหญ่”)]

ผีฟ้า โดยสรุปมีความเป็นมาดังนี้

1. แหล่งรวมพลังขวัญของผีบรรพชน หรือผีชนชั้นนำที่ตายแล้วของเผ่าพันธุ์ ซึ่งถูกส่งขึ้นฟ้ารวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกับผีขวัญบรรพชนคนก่อนๆ เพื่อปกป้องคุ้มครองคนที่ยังไม่ตายอยู่ในชุมชนพ้นโรคภัยไข้เจ็บ และอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหาร

2. ถูกเรียกอีกชื่อว่าแถน (ราว 2,500 ปีมาแล้ว เมื่อเรือน พ.ศ.1) ซึ่งได้จากภาษาจีนว่าเทียน แปลว่า ฟ้า หมายถึง ผู้เป็นใหญ่บนฟ้า [จากหนังสือ พงศาวดารโยนก ของ พระยาประชากิจกรจักร (แช่ม บุนนาค) เรียบเรียงเมื่อปลายแผ่นดิน ร.5 พ.ศ.2451] หลังจากนั้นเรียกรวมว่า “ผีฟ้าพญาแถน”

แถน คือ ผีฟ้า มีอำนาจเหนือธรรมชาติ ผู้สร้างทุกอย่างในโลกทั้งดินและฟ้า บรรดาคนในชุมชนบ้านเมืองลุ่มน้ำเจ้าพระยานับพันปีมาแล้วนับถือแถน แต่กลายเสียงกลายรูปเป็นแผน ได้แก่ “ขุนแผน” พบในโองการแช่งน้ำตอนพระพรหมตรวจพื้นที่สร้างโลกว่า “ขุนแผน แรกเอาดิน ดูที่” (มีอธิบายละเอียดในหนังสือ โองการแช่งน้ำ ของ จิตร ภูมิศักดิ์ สำนักพิมพ์ดวงกมล พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2524 หน้า 39-55)

3. ผีฟ้ากับคนติดต่อสื่อสารกันได้โดยผ่าน “ตัวกลาง” คือ ร่างทรง หรือคนทรงซึ่งเป็นหญิง

4. คนในชุมชนถูกควบคุมอย่างใกล้ชิดจากผีฟ้า ด้วยจารีตประเพณีพิธีกรรมในศาสนาผี ผ่านหมอมด

5. ต้นตอลัทธิเทวราช (ราว พ.ศ.1400) ด้วยการปรับความเชื่อศาสนาผีเข้ากับศาสนาพราหมณ์-ฮินดู โดยเชิญผีขวัญของพระราชาที่สวรรคตขึ้นสวรรค์บนฟ้า เพื่อรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกับเทวะ เป็นเทวราชา (ซึ่งไม่มีคตินี้ในอินเดีย)

ผีถูกยกเป็นเทวดา

ความเชื่อเรื่องผีและขวัญของประชาชน ถูกชนชั้นนำหลังรับวัฒนธรรมอินเดียยกไปพัฒนาด้วยการผสมผสานกับความเชื่อเรื่องเทวะทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู แล้วเรียกชื่อใหม่ว่าเทวราช

บนฟ้ามีผีขวัญบรรพชนนับไม่ถ้วน รวมพลังเป็นหนึ่งเดียวเรียกผีฟ้า หรือแถน ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองคนที่มีชีวิตบนโลก เมื่อคนชั้นนำคนใหม่ตายไปก็ส่งผีขวัญรวมเป็นผีฟ้าหรือแถนเพิ่มอีกไม่รู้จบ

ต่อมา หลังรับความเป็นเทวะบนสวรรค์ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูจากอินเดีย บรรดาคนชั้นนำอุษาคเนย์ร่วมกันปรับความเชื่อเรื่องผีฟ้าผีแถน (ซึ่งเป็นความเชื่อดั้งเดิม) เข้ากับเทวะ โดยเชิญผีขวัญคนชั้นนำขึ้นฟ้าไปรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกับเทวะบนสวรรค์ แล้วเรียกใหม่ว่าเทวราชา ในลัทธิเทวราช

เทวราชาอยู่บนสวรรค์ ควบคุมน้ำบนฟ้า มีพลังอำนาจบันดาลน้ำเหล่านั้นตกเป็นฝนหล่นถึงโลก บังเกิดความอุดมสมบูรณ์ในพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหาร

วัฒนธรรมอินเดียไม่ได้ครอบงำสังคมอุษาคเนย์ ตามที่นักปราชญ์ฝรั่งเศสสมัยอาณานิคมบอกว่า “อินเดียนไนซ์เซชั่น” แต่เป็นกระบวนการท้องถิ่นพัฒนา หรือ “โลคอลไลซ์เซชั่น” ที่คนพื้นเมืองอุษาคเนย์เลือกเฟ้นวัฒนธรรมอินเดียมาผสมผสานกับวัฒนธรรมพื้นเมืองดั้งเดิม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่งอกงามขึ้น

[โอ ดับบลิว โวลเตอร์ส ศาสตราจารย์วิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐ อ้างในหนังสือ เหล็ก “โลหะปฏิวัติ” ของ ศรีศักร วัลลิโภดม สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2548 หน้า 108]



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ศาสนาผีของประชาชน
โปรเจ็กต์ใหม่ของ ‘เน็ตฟลิกซ์’ ใน ‘ชิลี’ ’11 เหตุการณ์’ ว่าด้วย ‘รัฐประหารโดยปิโนเชต์’
เสียงคลื่น : ยูกิโอะ มิชิม่า
‘ในกรง’
สู่สามัญ
คุยกับทูต | ปิง คิตนีกอน เสียงจากแคนาดา ร้อยเรียงความใกล้ชิด สานมิตรภาพไทย-แคนาดา (จบ)
“กระโดด”สู้โกง | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | การบริหาร การเมือง การบริหาร บ้านเมือง
2 กรุดัง ‘พระท่ากระดาน’ กรุศรีสวัสดิ์-กรุต้นตาล เมืองกาญจน์ถึงสระบุรี
‘ทับลาน’ ต้องหยุดทับซ้อน
ศึกโลกยังไม่จบ ไทยต้องสร้างภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจ
ส่องลึกอิหร่าน : 9) ปัญหาความชอบธรรมของระบอบและชาวอิหร่านพลัดถิ่น