หลังเลนส์ในดงลึก | ปริญญากร วรวรรณ

กลางดึกคืนหนึ่ง ขณะผมกับผู้ช่วยนักวิจัยอยู่ในแคมป์ เราอยู่ในภารกิจที่เรียกว่า “เปิดกรง” ซึ่งคือการเปิดกับดักจับเสือโคร่งเพื่อเปลี่ยนปลอกคอติดเครื่องส่งสัญญาณวิทยุที่อันเดิมพลังงานหมด เราอยู่ในป่ามาร่วมสองสัปดาห์แล้ว ในกรณีเช่นนี้ เราพูดกันเสมอว่า เราเปิดกรงจับเสือ แต่ดูเหมือนว่าเราเองที่ติดอยู่ในกรง

มีเสียงเรียกและเสียงคนเดินเข้ามาในแคมป์ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามาบอกว่าเขาได้รับแจ้งจากวิทยุสื่อสารว่า ช่วงบ่ายมีเสือโคร่งในกรงที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าหลุดจากกรง ทีมนักวิจัยต้องไปช่วยจับเสือและให้เราตามไปสมทบ สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ “ของกลาง” อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีที่ยังไม่สิ้นสุด แต่ก็มีบ้างซึ่งเกิดและเติบโตในกรง

เราเดินทางถึงสถานีเพาะเลี้ยงตอนเช้ามืด พบว่า เสือโคร่งที่หลุดจากกรงเป็นเสือโคร่งหนุ่มโตเต็มวัย และพวกเขาเรียกกันว่า “ศิลาทอง”

มันไม่ใช่เสือที่เกิดและเติบโตในป่า แต่เป็นเสือที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรงมาตลอด นักวิจัยตรวจสอบพื้นที่รอบๆ สถานีเพาะเลี้ยงอยู่ใกล้กับเนินเขา ซึ่งรอบๆ ยังมีสภาพเป็นป่า เป็นพื้นที่ซึ่งคนเข้าไปเก็บหาของป่า หน่อไม้, เห็ด

ข่าวเสือหลุดสร้างความวิตกให้พวกเขามาก ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร ภาพลักษณ์เสือสร้างความหวาดกลัวให้คนได้เสมอ

เราใช้เวลาหลายวัน วางกับดัก วางเหยื่อล่อ เฝ้าติดตามร่องรอย ลองแทบทุกวิธีที่คิดออก แม้แต่การนำเสือตัวเมียซึ่งอยู่ในระหว่างพร้อมรับการผสมมาล่อ แต่ไม่มีวี่แววของศิลาทอง มันหายไปอย่างไร้ร่องรอย

หลายคนเริ่มกังวลว่า มันจะเอาชีวิตรอดได้หรือไม่ เพราะมันไม่เคยเรียนรู้การล่า ไม่รู้จักอาณาเขต ไม่เคยใช้ชีวิตแบบเสือป่า ความกังวลของคนที่จะเข้าไปหาของป่าก็เพิ่มขึ้น

บางทีศิลาทองอาจพบกับชีวิตที่ต้องการแล้ว

แต่ผ่านไปร่วมสิบวัน เรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น ศิลาทองเดินกลับมาที่กรงของตัวเอง

มันกลับมาเอง ผมไม่แน่ใจนักว่ามันคิดอะไร เพราะหิวหรืออย่างไร อะไรทำให้มันกลับมาที่กรง

ภารกิจของเราสำเร็จ แต่ดูเหมือนว่าไม่ได้สำเร็จเพราะการกระทำของเรา ทั้งหมดเป็นการตัดสินใจของศิลาทองเอง

เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ได้ทำให้ผมมีประสบการณ์ในการจับเสือมากขึ้น แต่คล้ายจะได้สิ่งที่มีค่ากว่านั้น เป็นบทเรียนที่ผมจำได้จนถึงทุกวันนี้

ผมคิดว่าศิลาทองคงค้นพบความจริงสองอย่าง

อย่างแรก โลกภายนอกไม่ได้เหมาะกับมัน ข้างนอกกรงอาจกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยอิสรภาพ แต่สำหรับเสือที่เติบโตมาในกรง อิสรภาพนั้นกลับเต็มไปด้วยความไม่รู้ ความหิว ความหวาดระแวง และความไม่แน่นอน สิ่งที่เราเรียกว่าป่าอาจไม่ใช่บ้านของมัน

ข้อที่สอง มันเคยมีโอกาสออกมาข้างนอกแล้ว มันก็รู้ว่ากรงไม่ได้แข็งแรงอย่างที่เคยคิด ประตูมีทางออก ถ้ามันอยากออกมันก็ออกได้ ใช้จังหวะที่คนนำอาหารมาให้เผลอ อย่างที่มันทำครั้งนี้ เมื่อรู้ความจริงข้อนี้ กรงก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เสือโคร่ง : การจ้องมองด้วยแววตาแข็งกร้าว ไม่ใช่การพร้อมเข้าโจมตี เมื่อสภาพร่างกายยังไม่พร้อม เสือเลือกที่จะถอย

ผมเชื่อว่าความหมายอันแท้จริงของบทเรียนต่างๆ ที่ได้รับในป่านั้น เหล่า “ครู” ผู้สอนต้องการให้ผมนำมาใช้ในวิถีชีวิต

ผมก็เคยคิดเช่นเดียวกับคนจำนวนมาก ดิ้นรนเพื่อหนีออกจากกรง คิดว่าถ้าเปลี่ยนงานจะเป็นอิสระ เปลี่ยนเมืองจะมีความสุข เปลี่ยนตำแหน่ง เปลี่ยนฐานะ เปลี่ยนชีวิตทุกอย่างจะดีกว่าเดิม แต่เมื่อเดินไปถึงจุดนั้น กลับพบว่าเราไม่ได้ออกจากกรง เราเพียงย้ายไปอยู่ในกรงที่ใหญ่กว่า ไม่ผิดนักหากจะเรียกว่าหน้าที่, ความคาดหวัง, ชื่อเสียง, ความสำเร็จเหล่านี้ว่ากรง แต่กรงนี้มองเห็นยาก เพราะมันกว้างเสียจนเราคิดว่านั่นคือโลกทั้งใบ

ต่างจากศิลาทอง มันเลือกกลับเข้ากรงเดิม

เพราะมันรู้แล้วว่าประตูอยู่ตรงไหน อีกทั้งประตูก็ไม่ได้แน่นหนาพอ มันไม่ได้อยู่ในกรงเพราะไม่มีทางเลือก แต่มันเลือกอยู่เพราะเข้าใจโลกทั้งสองด้านแล้ว

มันเรียนรู้ว่าอิสรภาพที่แท้จริงไม่ใช่การไม่มีกรงเลย การรู้ว่าอะไรคือกรง อะไรคือทางออก และอะไรคือเหตุผลที่เลือกอยู่หรือเลือกเดินจากไป เมื่อศิลาทองกลับเข้ากรง มันรู้ดีว่ากรงไม่ได้มีความหมายเหมือนเดิมแล้ว

ก่อนวันที่มันหลุดออกมา กรงคือโลกทั้งใบของมัน มันไม่เคยสัมผัสกับป่า, ภูเขา กลิ่นของดิน หรือมีคืนที่มืดสนิทระหว่างมันกับดวงจันทร์ที่ทอแสงนวลโดยไม่มีลูกกรงกั้น เมื่อโลกมีเพียงใบเดียว การเชื่อว่า นั่นคือความจริงทั้งหมดเป็นไปได้ง่าย

เมื่อก้าวออกไป แม้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ มันได้เห็นว่าโลกกว้างกว่าที่เคยรู้

แม้มันจะเลือกกลับมาอยู่ในกรงเดิม แต่การกลับมาครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะมันรู้ว่าข้างนอกมีอีกโลกหนึ่งอยู่จริง

เราอาจลืมไปว่าสิ่งที่ขังเราไว้ไม่ใช่โซ่ตรวนหรอก เป็นสิ่งที่เรียกว่าความเชื่อ

ความเชื่อว่าไร้ทางเลือกอาจเปลี่ยนไปถ้าเราลองมองหา การเลือกที่จะอยู่คืออิสระแบบหนึ่งเช่นกัน

ไม่มีกรงขังเราไว้ สิ่งที่ขังเราไว้คือความเชื่อว่าโลกที่เราอยู่เป็นโลกเพียงใบเดียว ไม่จำเป็นต้องทำลายกรงหรอก แค่รู้ว่าประตูไม่ได้ล็อก ความรู้สึกก็เปลี่ยนไปแล้ว

การกลับมาอยู่ “ในกรง” ของศิลาทอง ไม่ใช่การยอมจำนน อีกทั้งย่อมไม่ใช่ความพ่ายแพ้ ผมเชื่อว่ามันรู้ถึงวิธี มันให้กรงไม่มีความหมาย…



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ศาสนาผีของประชาชน
โปรเจ็กต์ใหม่ของ ‘เน็ตฟลิกซ์’ ใน ‘ชิลี’ ’11 เหตุการณ์’ ว่าด้วย ‘รัฐประหารโดยปิโนเชต์’
เสียงคลื่น : ยูกิโอะ มิชิม่า
‘ในกรง’
สู่สามัญ
คุยกับทูต | ปิง คิตนีกอน เสียงจากแคนาดา ร้อยเรียงความใกล้ชิด สานมิตรภาพไทย-แคนาดา (จบ)
“กระโดด”สู้โกง | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | การบริหาร การเมือง การบริหาร บ้านเมือง
2 กรุดัง ‘พระท่ากระดาน’ กรุศรีสวัสดิ์-กรุต้นตาล เมืองกาญจน์ถึงสระบุรี
‘ทับลาน’ ต้องหยุดทับซ้อน
ศึกโลกยังไม่จบ ไทยต้องสร้างภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจ
ส่องลึกอิหร่าน : 9) ปัญหาความชอบธรรมของระบอบและชาวอิหร่านพลัดถิ่น