คุยกับทูต | ปิง คิตนีกอน เสียงจากแคนาดา ร้อยเรียงความใกล้ชิด สานมิตรภาพไทย-แคนาดา (จบ)
รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน
Chanadda Jinayodhin
อุปสรรคและประเด็นท้าทาย
ในการเจรจา FTA ไทย-แคนาดา
การเจรจา FTA ไทย-แคนาดามีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุน
แต่ยังเผชิญความท้าทายจากประเด็นด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการสร้างความสอดคล้องกับการเจรจา FTA อาเซียน-แคนาดา
อย่างไรก็ตาม หากบรรลุข้อตกลงได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะยาว โดยมีการคาดการณ์ว่า FTA อาเซียน-แคนาดาจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ 3.94 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับอาเซียน และ 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับแคนาดา
ภาคส่วนใดมีศักยภาพในการเติบโตมากที่สุดในตลาดไทยนั้น นางสาวปิง คิตนีกอน เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ระบุว่า
“พลังงานสะอาด เทคโนโลยีดิจิทัล และเกษตรและอาหาร เป็นสาขาที่มีศักยภาพสูงในตลาดไทย โดยเฉพาะภาคพลังงานซึ่งไทยจะได้รับประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์มากที่สุดจากความเชี่ยวชาญของแคนาดาในด้าน LNG ไฮโดรเจน พลังงานนิวเคลียร์ เทคโนโลยี SMR และเทคโนโลยีสะอาด ขณะที่ความร่วมมือด้านดิจิทัลและเกษตรอาหารจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายของไทยด้านนวัตกรรม ความมั่นคงทางอาหาร และการพัฒนาอย่างยั่งยืน”
ทั้งนี้ แคนาดาสนับสนุนเป้าหมายการกระจายเศรษฐกิจและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของไทยผ่านความร่วมมือและการเสริมสร้างศักยภาพในด้านต่างๆ
“แคนาดาสนับสนุนการกระจายฐานเศรษฐกิจและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของไทยผ่านความร่วมมือด้าน AI นวัตกรรมดิจิทัล และการพัฒนาทักษะแรงงาน โดยอาศัยจุดแข็งของแคนาดาในด้านการวิจัย การกำกับดูแล และการประยุกต์ใช้ AI ในภาคสุขภาพ เกษตรกรรม พลังงาน และบริการสาธารณะ”
“ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความมั่นคงไซเบอร์และความปลอดภัยดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน”
“แคนาดาพร้อมสนับสนุนไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลและยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค ผ่านความเชี่ยวชาญด้าน AI ความปลอดภัยไซเบอร์ เทคโนโลยีสะอาด พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว ควบคู่กับจุดแข็งด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ที่สามารถสนับสนุนการพัฒนา EEC และเสริมศักยภาพห่วงโซ่อุปทานของไทยในอนาคต”

เที่ยวบินตรงแวนคูเวอร์-กรุงเทพฯ
กระชับความเชื่อมโยง และการแลกเปลี่ยนระหว่างไทย-แคนาดา
“การเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงตลอดปีระหว่างแวนคูเวอร์กับกรุงเทพฯ ของสายการบิน Air Canada จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางระหว่างไทยกับแคนาดา ส่งเสริมการท่องเที่ยว การศึกษา การลงทุน และการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจและวัฒนธรรม อันจะนำไปสู่ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น”
ขณะเดียวกัน แคนาดาเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะ เพื่อก้าวสู่จุดหมายปลายทางชั้นนำของนักเรียนไทย
“แคนาดามุ่งส่งเสริมให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการศึกษาสำหรับนักศึกษาไทยผ่านการขยายโอกาสด้านทุนการศึกษา การแลกเปลี่ยนทางวิชาการ และความร่วมมือด้านการวิจัย ภายใต้ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก โดยมีนักศึกษาไทยได้รับประโยชน์จากโครงการ SEED แล้วกว่า 213 คน และความร่วมมือระหว่าง Mitacs กับ CUPT เพื่อสนับสนุนนักศึกษาไทยเพิ่มเติมในอนาคต นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2026 นักศึกษาไทยจะสามารถเข้าร่วมโครงการฝึกงานวิจัย Globalink ในแคนาดา ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะการวิจัย สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และเตรียมกำลังคนในสาขาสำคัญแห่งอนาคต”
นอกจากนี้ แคนาดาเดินหน้าความร่วมมือด้านความมั่นคงระดับภูมิภาค
“แคนาดาในฐานะพันธมิตรการเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ของอาเซียน ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยเฉพาะประเด็นเมียนมาและทะเลจีนใต้ ภายใต้ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก แคนาดาได้ขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงไทย ผ่านการฝึกทางทหาร การเสริมสร้างศักยภาพ การรักษาความมั่นคงทางไซเบอร์ และการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ”
“เพื่อสนับสนุนระเบียบระหว่างประเทศที่ยึดหลักกติกาและเสริมสร้างความมั่นคงของภูมิภาค”

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแคนาดาเยือนไทย
กระชับความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคง
“แคนาดาให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกผ่านความร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วนที่ยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ โดยการเยือนไทยของพลเอกหญิง เจนนี คารินญอง (General Jennie Carignan) ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันแคนาดา ในปี 2025 สะท้อนถึงความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างสองประเทศ”
“ทั้งนี้ ไทยและแคนาดามีความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในด้านการฝึกและแลกเปลี่ยนทางทหาร ความมั่นคงไซเบอร์ การบริหารจัดการชายแดน และการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ โดยตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา แคนาดาได้สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพกองทัพไทยผ่านการฝึกอบรมและการแลกเปลี่ยนความรู้แก่กำลังพลไทยกว่า 600 นาย”
ทั้งนี้ รัฐบาลมาร์ก คาร์นีย์ เดินหน้ายุทธศาสตร์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศใหม่ของแคนาดา
“เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แคนาดาได้เปิดตัวยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศฉบับแรก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและขีดความสามารถด้านกลาโหมในระยะยาว โดยเตรียมลงทุน 6.6 พันล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนานวัตกรรมและอุตสาหกรรมภายในประเทศ พร้อมตั้งเป้าระดมการลงทุนด้านการจัดซื้อจัดจ้างและโครงสร้างพื้นฐานด้านกลาโหมในวงเงินขนาดใหญ่ภายในปี 2035” “ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมุ่งเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และระบบนิเวศนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนความร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วน รวมถึงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก”
“ความสัมพันธ์ไทย-แคนาดามีรากฐานสำคัญจากความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน โดยในแต่ละปีมี ชาวแคนาดากว่า 250,000 คนเดินทางมาเยือนไทย และชาวไทยกว่า 10,000 คนเดินทางไปยังแคนาดา สะท้อนถึงการแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยว การศึกษา และวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวาระหว่างสองประเทศ”
“ความท้าทายสำคัญคือการรักษาและต่อยอดความสัมพันธ์ดังกล่าวให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัย ศิลปะ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความเข้าใจระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”


วิสัยทัศน์เพื่ออนาคต
: การสร้างมรดกแห่งความร่วมมือไทย-แคนาดา
เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทยกล่าวว่า
“ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติและโชคดีอย่างยิ่งที่ได้มาปฏิบัติหน้าที่ในกรุงเทพมหานครถึงสองวาระ โดยเริ่มจากการดำรงตำแหน่งทูตพาณิชย์อาวุโส และในปัจจุบันในฐานะเอกอัครราชทูต ทำให้ได้เห็นพัฒนาการของความสัมพันธ์ไทย-แคนาดาอย่างใกล้ชิด แม้บริบททางภูมิรัฐศาสตร์จะมีความท้าทายเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นโอกาสสำคัญที่ทั้งสองประเทศจะกระชับความร่วมมือในฐานะพันธมิตรที่ไว้วางใจกัน”
“สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรที่น่าเชื่อถือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน โดยไทยถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรยุทธศาสตร์สำคัญของแคนาดา ทั้งในด้านการกระจายการค้า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาค บนรากฐานความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นตลอด 65 ปีที่ผ่านมา พร้อมกับความเชื่อมั่นว่าอนาคตของความสัมพันธ์ไทย-แคนาดาจะเติบโตและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”
“แม้การปฏิบัติหน้าที่ทางการทูตที่ครอบคลุมไทย ลาว และกัมพูชาจะมาพร้อมภารกิจและความรับผิดชอบที่เข้มข้น แต่สำหรับนักการทูตแคนาดา แรงบันดาลใจและพลังใจกลับมาจากงานนั่นเอง โดยเฉพาะการได้สร้างความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนมุมมอง และส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงคุณค่าของการทูตและความหมายของการทำงาน ทั้งนี้ สุขภาวะที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการแยกชีวิตออกจากงาน หากแต่เกิดจากการค้นพบความหมายและคุณค่าในสิ่งที่ทำ”
ในวาระครบรอบ 65 ปีแห่งมิตรภาพไทย-แคนาดา บทสนทนากับเอกอัครราชทูตปิง คิตนีกอน สะท้อนให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการทูตเพียงอย่างเดียว หากยังหยั่งรากลึกจากความผูกพันระหว่างประชาชน ท่ามกลางความท้าทายของโลกที่เปลี่ยนแปลง ไทยและแคนาดายังคงเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจกัน
และพร้อมก้าวไปข้างหน้าร่วมกันบนรากฐานแห่งมิตรภาพและผลประโยชน์ร่วมกัน



