bg-single

สิ้นสุดทางเลื่อน ‘ไฮสปีด EEC’ CP ไปต่อยาก-แบงก์ไม่ปล่อยกู้ วัดใจ ‘อนุทิน-ศุภชัย’

05.07.2026

ถึงจุดนี้ อาจจะเป็นจุดตัดสินครั้งสำคัญของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา มูลค่า 224,544 ล้านบาท ที่ถูกจุดพลุขึ้นโดย “รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา” มีบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่ม ซี.พี.) รับสัมปทาน 50 ปี

หลังเปิดทำเนียบจรดปากกาเซ็นสัญญาร่วมทุนกันวันที่ 24 ตุลาคม 2562

ทว่า ผ่านมา 7 ปี ยังไม่ได้ฤกษ์ลงเสาเข็มก่อสร้าง ติดหล่มปม “แก้สัญญาร่วมทุน” หลังกลุ่ม ซี.พี.ต้องพลิกวิกฤต เนื่องจากธนาคารปิดประตู ไม่ยอมปล่อยกู้โครงการกว่า 1 แสนล้านบาท

โดยขอเปลี่ยนวิธีการชำระเงินค่าก่อสร้าง จากเงื่อนไขเดิม หาเงินก่อสร้างไปก่อนช่วง 5 ปี และรัฐจ่ายคืนหลังโครงการสร้างเสร็จ ระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปีที่ 6-15 เป็น “สร้างไปจ่ายไป” นับจากปีที่ 2 เป็นต้นไป

แต่สุดท้ายโครงการมาถึงทางตัน ถอยก็ยาก ไปต่อก็ไม่ง่าย แม้ว่าร่างสัญญาฉบับใหม่ ซึ่งได้รับไฟเขียวจาก คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือบอร์ดอีอีซี เมื่อปี 2567 และสำนักงานอัยการสูงสุดได้พิจารณาไปแล้ว

แต่ยังไม่สามารถฝ่าด่านหิน “รัฐบาลภูมิใจไทย” หลังนายกรัฐมนตรี-เจ้ากระทรวงคมนาคมพรรคสีน้ำเงิน ยืนกรานเสียงแข็ง “ไม่แก้ไขสัญญา”

สปอตไลต์จึงจับจ้องไปที่ “กลุ่ม ซี.พี.” ซึ่งเป็นคู่สัญญากับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะเดินหน้าอย่างไรต่อไป หากคลื่นลมการเมืองไม่เปลี่ยนทิศ ไม่เปลี่ยนใจ จะกัดฟันลุยต่อหรือถอดใจ

ว่ากันว่าเปอร์เซ็นที่ “กลุ่ม ซี.พี.” จะถอดใจมีมากกว่าเดินหน้าโครงการต่อ เนื่องจากหากย้อนดูตัวเลขค่าก่อสร้างที่ยื่นประมูลเมื่อ 7 ปีก่อน กลุ่ม ซี.พี.เสนอกรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุน 117,226 ล้านบาท ต่ำกว่ากรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ 119,425 ล้านบาท หากจะเดินหน้าต่อมีแต่เหนื่อยกับเหนื่อย

แล้วทางออกโครงการอยู่ตรงไหน

“จุฬา สุขมานพ” เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวว่า หลังหารือกลุ่ม ซี.พี. มีแค่ 2 ทางเลือก

1. ดำเนินการตามที่อัยการสูงสุดแสดงความคิดเห็นกลับมา แก้ไขสัญญาสร้างไปจ่ายไป หากเอกชนเลือกทางนี้จะนำไปสู่การกู้เงินจากแบงก์ แต่ด้วยสภาพตอนนี้โอกาสหาแหล่งเงินทุนจึงยาก

2. ยกเลิกสัญญา ทางเลือกนี้จะไม่มีผลทางกฎหมาย เพราะโครงการเป็นเพียงสัญญา หากเป็นความยินยอมของเอกชนเอง ไม่ต้องเข้าสู่ขั้นตอนการฟ้องร้อง แต่มีการพิจารณาจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้น โดยทั้ง 2 แนวทางต้องให้บอร์ดอีอีซี มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณา

ขณะที่ “อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง” ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) สะท้อนทางออกมี 2 แนวทาง หลังวงประชุม 3 ฝ่าย คือ กลุ่ม ซี.พี. สกพอ. และ ร.ฟ.ท. ล่าสุด กลุ่ม ซี.พี.ขอเจรจาเพิ่มเติม ถ้าไม่แก้สัญญาจะเดินหน้าต่อไม่ไหว จึงขอเจรจาสิ้นสุดสัญญาโครงการ

โดย 2 แนวทางที่จะเสนอให้ สกพอ.และบอร์ดอีอีซีพิจารณา

1. หากบอร์ดอีอีซีเห็นชอบให้แก้สัญญาได้ตามมติบอร์ดอีอีซีเดิม จะส่งร่างสัญญาฉบับใหม่ที่ผ่านความเห็นชอบจากอัยการสูงสุดแล้ว เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

2. กรณีบอร์ดอีอีซีไม่เห็นชอบในการแก้ไขสัญญาจะนำไปสู่การสิ้นสุดสัญญา ต้องมาหาเหตุ และเจรจาในรายละเอียดกับเอกชน เพื่อสิ้นสุดสัญญา โดยสัญญามีกำหนดเงื่อนไขสิ้นสุดสัญญาไว้หลายกรณี เช่น ครบกำหนดเวลา 50 ปี ไม่สามารถออกหนังสือเริ่มงาน (NTP) ได้ ความบกพร่องของรัฐและเอกชนที่เป็นเหตุสุดวิสัย ต้องดูเข้าเงื่อนไขเหตุไหน

“มีความเป็นไปได้สูงที่เอกชนจะถอดใจและเอกชนรับรู้แนวทางการสิ้นสุดสัญญาแล้ว ในกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขสัญญาได้”

ตอนนี้ประเด็นสำคัญคือ โครงการไม่มีความคุ้มค่าในการลงทุน ปัจจัยที่ยากที่สุดลงทุนโครงการ PPP ในฝั่งของเอกชนคือการหาแหล่งเงินจากสถาบันการเงิน เมื่อสถาบันการเงินไม่เชื่อมั่นต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ตั้งแต่โควิดและวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ปริมาณผู้โดยสารลดลงและคนเดินทางน้อยลง พบว่าความคุ้มค่าการลงทุนซึ่งสถาบันการเงินเป็นผู้พิจารณาไม่คุ้มค่าที่จะเดินหน้าต่อ ต้องดูมีแนวทางใดที่จะทำให้สถาบันการเงินมีความเชื่อมั่นได้

“ทั้ง 2 แนวทางอยู่ระหว่างรวบรวมและประมวลข้อมูล นำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารสัญญาและคณะกรรมการกำกับโครงการ คาดว่าจะมีการหารือเดือนกรกฎาคมนี้ และจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อสรุปก่อนเสนอบอร์ดอีอีซีชี้ขาด”

หากกลุ่ม ซี.พี.ทิ้งไพ่ ไม่เดินหน้าต่อไฮสปีดอีอีซี แล้วทำไมถึงเข้ามาลงทุนโครงการ “ศุภชัย เจียรวนนท์” รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดใจว่า ตอนที่เข้าไปศึกษาเรื่องรถไฟความเร็วสูง จริงๆ ท่านประธานอาวุโสถูกเชื้อเชิญโดยผู้นำประเทศ เพราะตอนนั้นมีญี่ปุ่นกับจีนเป็นหลัก แต่ตอนนี้การเจรจาล้มเหลว เชื่อว่าเป็นเพราะ Geopolitics เลยหันกลับมาว่างั้น “เราทำกันเองแล้วกัน”

“จริงๆ เครือ ซี.พี.ไม่เคยคิดที่จะทำรถไฟความเร็วสูง และไม่เคยคิดที่จะทำโทรศัพท์พื้นฐาน จุดเริ่มต้นทุกครั้งจะเป็นผู้นำประเทศที่บอกว่าในเมื่อไม่มีคนทำมีแต่ต่างประเทศทำ เครือ ซี.พี. หรือเครืออื่นๆ ในประเทศไทยที่มีศักยภาพเข้ามาช่วยทำหน่อยสิ เริ่มต้นอย่างนี้ทุกครั้ง โปรเจ็กต์รถไฟก็เหมือนกัน โทรศัพท์พื้นฐานก็เหมือนกัน เราถึงเข้าไปศึกษา แต่มีเหตุปัจจัยเยอะมาก เช่น ตอนประมูล”

ตามหลักเส้นทางแรกที่ต้องเกิด “หนองคาย-โคราช” แต่ถึงวันนี้ยังไม่เกิด ขณะที่การศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนทั้งหมดจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค ซึ่งโครงการรถไฟความเร็วสูงเดิมชื่อคือรถไฟไทย-จีน และโดยระบบพันธมิตรการเมืองระดับโลก แนวดิ่งเป็นจีน ตะวันออกถึงตะวันตกเป็นญี่ปุ่น แต่พอตรงนี้ไม่เกิดมันก็ตกลงตรงนี้

หมายความว่าหนองคาย-โคราช โคราชมากรุงเทพฯ กรุงเทพฯ ไป EEC หรือแม้แต่โคราช-ฉะเชิงเทรา ตามหลักต้องเกิด จิ๊กซอว์พวกนี้ถึงจะเกิด และกรุงเทพฯ ตะวันตก ลงไปถึงมาเลเซีย คือถ้าประเทศไทยเชื่อมมาเลเซีย เศรษฐกิจ 2 ประเทศนี้รวมกัน แล้วลงสิงคโปร์ด้วยเกือบ 2 ล้านล้านเหรียญ เกือบครึ่งหนึ่งของ GDP อาเซียนทั้งหมดรวมกัน ไทยจะเป็นฮับด้านโลจิสติกส์ และเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคทันที เพราะว่าเชื่อมจีนผ่านลาว

“แต่จิ๊กซอว์พวกนี้ไม่เกิด เพราะการลงทุนโครงการใหญ่ต้องการความมีเสถียรภาพทางการเมือง ต้องมีความต่อเนื่อง แต่ 10 ปีที่ผ่านมา เสถียรภาพทางการเมืองหรือความต่อเนื่องมีน้อย ความต่อเนื่องสำคัญมาก ถ้ามีโครงการใหญ่ๆ ของประเทศจะเกิดขึ้นได้ ตอนนี้ขาดความต่อเนื่องก็เลยเกิดช้า” ศุภชัยย้ำ

เขายังมองว่ายังมีโอกาส และเชื่อว่า “ควรจะเกิด” เพราะรถไฟทำให้เกิดเมืองรอง เมืองกลาง เมืองใหญ่ ไปมาหาสู่กันได้เร็ว ตรงตามเวลา เกิดการขนส่งคน ขนส่งของ ทำให้เกิดมูลค่าต่อระบบเศรษฐกิจมาก เรียกว่าทำให้เกิดเส้นทาง “เศรษฐกิจใหม่”

พร้อมทิ้งท้ายว่า เรายังเดินหน้าต่อ แต่อุปสรรคก็เยอะ มีสงคราม ราคาวัตถุดิบและพลังงานขึ้น แต่ต้องเป็น Agenda ระดับประเทศ ไม่ใช่เฉพาะระดับโปรเจ็กต์ ซึ่งทุกโปรเจ็กต์ต้องหันกลับมาคิดทบทวน

อีกไม่นาน คงได้รู้ว่าไฮสปีดสายเจ้าสัว จะได้ไปต่อหรือสิ้นสุดการเดินทางแต่เพียงเท่านี้!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สิ้นสุดทางเลื่อน ‘ไฮสปีด EEC’ CP ไปต่อยาก-แบงก์ไม่ปล่อยกู้ วัดใจ ‘อนุทิน-ศุภชัย’
ศาสนาผีของประชาชน
โปรเจ็กต์ใหม่ของ ‘เน็ตฟลิกซ์’ ใน ‘ชิลี’ ’11 เหตุการณ์’ ว่าด้วย ‘รัฐประหารโดยปิโนเชต์’
เสียงคลื่น : ยูกิโอะ มิชิม่า
‘ในกรง’
สู่สามัญ
คุยกับทูต | ปิง คิตนีกอน เสียงจากแคนาดา ร้อยเรียงความใกล้ชิด สานมิตรภาพไทย-แคนาดา (จบ)
“กระโดด”สู้โกง | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | การบริหาร การเมือง การบริหาร บ้านเมือง
2 กรุดัง ‘พระท่ากระดาน’ กรุศรีสวัสดิ์-กรุต้นตาล เมืองกาญจน์ถึงสระบุรี
‘ทับลาน’ ต้องหยุดทับซ้อน
ศึกโลกยังไม่จบ ไทยต้องสร้างภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจ