สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน
ขอบันทึกการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2569 ไว้ตรงนี้ เพราะเป็นวันที่มีความรู้สึกว่าร้อนมากกว่าวันอื่นๆ อีกทั้งประเทศไทยได้เปลี่ยนผ่านฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝนมากว่า 1เดือนแล้ว อากาศน่าจะเย็นสบายขึ้น อุณหภูมิควรลดลง
เช้าตรู่ 7 โมง เป็นช่วงเวลาของการออกกำลังกาย ปกติแล้วจะเดินสลับกับการวิ่งและปั่นจักรยานใช้เวลาช่วงนี้ราว 1 ชั่วโมงเศษๆ จนได้เหงื่อชุ่มตัวค่อยกลับเข้าบ้านทำภารกิจอื่น แต่ในวันที่ 25 มิถุนายน สภาพอากาศร้อนสวนทางกับอุณหภูมิที่ 28 องศาเซลเซียส ความรู้สึกบอกว่า กำลังเดินอยู่ท่ามกลางอุณหภูมิที่อาจถึง 40 องศาเซลเซียสหรือมากกว่านั้น
ระหว่างเดินเงยหน้ามองท้องฟ้าเป็นระยะๆ เป็นฟ้าโปร่งผืนกว้างใหญ่มหึมาเป็นสีฟ้าเข้ม รอบๆ ดวงอาทิตย์ไม่มีก้อนเมฆแม้แต่ก้อนเดียว ดวงอาทิตย์เปล่งแสงสว่างจ้า พลังความร้อนส่องตรงลงมารู้สึกถึงความร้อนได้ในทันที ร้อนชนิดผิวแสบแทบไหม้
โชคดีที่เป็นหมู่บ้านเก่าแก่แต่ละบ้านปลูกต้นไม้ริมรั้ว วันนี้ต้นสูงใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาคลุมผิวถนน บางจุด 2 ข้างทางกิ่งก้านโค้งปลายชนกันเหมือนเป็นอุโมงค์ต้นไม้ คนเดินได้อาศัยร่มเงาคลายร้อนได้มากทีเดียว
ยังนึกอยู่ในใจ สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนไป ร้อนขึ้น แดดแรงขึ้น การปลูกต้นไม้ในเมืองช่วยลดอุณหภูมิ ความเขียวช่วยให้เมืองร่มรื่นน่าอยู่ขึ้น ก็ให้ยินดีที่คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.รอบ 2 คุณชัชชาติมีนโยบายสานต่อโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น ในชานเมืองปลูกต้นไม้ยืนต้นเพื่อดูดซับคาร์บอน พื้นที่ชั้นในเน้นไม้พุ่มเอาไว้ดักจับฝุ่นละออง ถ้าทำได้ตามเป้ากรุงเทพฯ ควรจะเขียวร่มรื่นมากขึ้นกว่าเดิม
สภาพภูมิอากาศในวันที่ 25 มิถุนายน กรุงเทพมหานครในตอนเช้ามีอุณหภูมิ 28 องศาเซลเซียส ในช่วงเที่ยง อุณหภูมิพุ่งกระฉูดขึ้นไปที่ 37 องศาเซลเซียส ช่วงเช้าร้อนแทบตับแตก ช่วงบ่ายร้อนแทบบ้า ค่าดัชนีความร้อน (heat index) ในเฟซบุ๊กกรุงเทพมหานคร บอกว่า อุณหภูมิร่างกายที่รู้สึกได้ (feel like) ทะลุไปที่ 51.9 องศาเซลเซียส
ความรู้สึกร้อนแทบบ้าอย่างนั้น จึงเป็นเพราะค่าดัชนีความร้อนของอุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้ ณ ขณะนั้นและความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ บ่งชี้ความเสี่ยงที่ร่างกายจะได้รับผลกระทบจากความร้อนมากกว่าค่าอุณหภูมิที่ปรากฏบนจอวัดอุณหภูมิ
แปลความเอาง่ายๆ เครื่องวัดอุณหภูมิที่อยู่บนจอนาฬิกาข้อมือ หรือบนโทรศัพท์มือถือ วัดค่าได้ 37 องศาเซลเซียส แต่ตัวเราเองรู้สึกได้เหมือนอยู่ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิเท่ากับ 51.9 องศาเซลเซียส

เมื่อเกิดความรู้สึกร้อนเช่นนั้น จึงต้องหาตัวช่วย ตัวช่วยตัวแรกคือพัดลม แต่เปิดตัวเดียวเอาไม่อยู่ อากาศร้อนเกินกว่าพัดตัวเดียวจะช่วยได้ เหงื่อซึมออกจากผิวตลอดต้องเปิดพัดลมตัวที่ 2 แต่เอาไม่อยู่เหมือนกัน ต้องตัดสินใจเปิดแอร์คอนดิชั่น ทั้งที่รู้ว่าบิลค่าไฟฟ้าพุ่งกระฉูดพอๆ กับหน้าร้อนเป็นแน่
ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา ค่าไฟฟ้าที่บ้านพุ่งสูงปรี๊ด แม้พยายามประหยัดเปิดแอร์ในตอนค่ำเกือบๆ สี่ทุ่ม และปิดตอนหัวรุ่งก็ตาม แต่ด้วยอากาศร้อนจัดในช่วงกลางวัน จึงต้องเปิดแอร์ตลอดเกือบทั้งเดือน
ทางเลือกของการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในวันที่อากาศร้อนสุดขั้วสำหรับคนเมือง ดูเหมือนมีไม่กี่ทางเลือก จะเลือกประหยัดค่าไฟฟ้า แต่ต้องทนร้อนเหงื่อแตกหรือเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำแต่ต้องจ่ายค่าไฟสูงปรี๊ด
กรุงเทพมหานคร ออกคำเตือนในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายนผ่านเฟซบุ๊กว่า ค่าดัชนีความร้อนสูงสุดอยู่ในระดับอันตราย
ค่าดัชนีความร้อน แบ่งออกเป็น 4ระดับ ตามอุณหภูมิ
ระหว่าง 27.0-32.9 องศาเซลเซียส เป็นระดับเฝ้าระวัง ต้องติดตามข่าวสารการเตือนภัยความร้อน กลุ่มเสี่ยงที่เป็นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยหรือมีโรคประจำตัว คนอ้วน ขี้เมาหรือคนทำงานกลางแจ้ง ผู้ออกกำลังกลางแจ้ง และนักท่องเที่ยว ควรดื่มน้ำบ่อยๆ
33.0-41.9 องศาเซลเซียส เป็นระดับเตือนภัย ลดกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 11.00-15.00 น. กลุ่มเสี่ยง ถ้ามีอาการผิดปกติให้รีบไปหาหมอ
42.0-51.9 องศาเซลเซียส ระดับอันตราย ต้องสังเกตอาการ ถ้าผิดปกติรีบไปหมอ
ดัชนีความร้อน ตั้งแต่ 52 องศาเซลเซียสขึ้นไป เป็นระดับอันตรายมาก ต้องหยุดทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด
คนที่ได้รับผลกระทบจากค่าดัชนีความร้อนที่สูงเกินกว่าระดับร่างกายรับได้อาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ปวดหัว เป็นผื่น บวมแดง ตะคริว และโรคลมร้อนหรือฮีตสโตรก

คําเตือนค่าดัชนีความร้อนเช่นนี้ มิใช่มีแค่เว็บหรือในโซเชียลกรุงเทพมหานคร แต่เป็นคำเตือนสากลไปแล้วเป็นเรื่องปกติใหม่ (new normal) ที่ปรากฏในโลกโซเชียล ในสื่อระดับโลก บีบีซี อัลจาซีรา หรือเอ็นเอชเค มีข้อมูลคำแนะนำการเลี่ยงความเสี่ยงเป็นฮีตสโตรกเพราะอากาศร้อนจัด
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO (World Meteorological Organization) ประกาศว่า ห้วงฤดูร้อนของยุโรปปีนี้ เกิดคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมเกือบทุกพื้นที่ นับตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนเป็นต้นมา จำนวนผู้เสียชีวิตที่มีเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับอากาศร้อนจัดสุดขั้วมีกว่า 1,300 คน
เฉพาะในประเทศฝรั่งเศส มีบันทึกสถิติว่า วันพุธที่ 24 มิถุนายน เป็นวันที่ร้อนที่สุด ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิทั่วประเทศอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 และสิงหาคม 2546
เมืองปัลลูโอ (Pulluau) เมืองเล็กๆ ประชากรแค่ 1,100 คน ในจังหวัดวองเด แคว้นเปอีเดอลาลัวร์ ทางตะวันตกของฝรั่งเศส อุณหภูมิช่วงกลางคืนทะลุถึง 43.8 องศาเซลเซียส ทำสถิติใหม่
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศดังกล่าว ทางการฝรั่งเศสได้ออกคำเตือนให้หน่วยงานด้านดูแลป่าไม้และแหล่งน้ำ 58 แห่งทั่วประเทศเฝ้าระวังภัยขั้นสูงสุด เพื่อรับมือกับการเกิดไฟป่าและภัยแล้ง
สเปน ประเทศเพื่อนบ้านของฝรั่งเศส มีอุณหภูมิร้อนสุดสุด ทำสถิติในช่วงวันที่ 23-24 มิถุนายน สูงเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส บางแห่งสูงถึง 45.1 องศาเซลเซียส
อังกฤษออกคำเตือนร้อนสุดขั้ว ระหว่างวันที่ 24-25 มิถุนายน อุณหภูมิปีนขึ้นไปที่ 36.1 องศาเซลเซียส
สำนักงานอุตุฯ ของเยอรมนี ออกคำเตือน “ร้อนสุดขั้ว” ระดับอันตรายทั่วประเทศ เฉพาะที่เมืองคอเชน ใกล้พรมแดนโปแลนด์ อุณหภูมิเวลา 16.00 น. อยู่ที่ 41.7 องศาเซลเซียส เช่นเดียวกับสาธารณรัฐเช็ก อุณหภูมิสูงสุดทำลายสถิติเป็นครั้งที่สองในรอบ 2 วัน บันทึกได้ที่เมืองด็อกซานี 41.1 องศาเซลเซียส
“เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส” ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก บอกว่า รายงานผู้เสียชีวิตในยุโรปเกี่ยวข้องกับอากาศร้อนจัดมากถึง 1,300 คนนั้น เป็นเพราะภาวะเครียดจากอากาศร้อน บ้านเรือนและอาคารที่ทำงานในยุโรปไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับอุณหภูมิร้อนจัดระดับนี้
“ยุโรปเป็นทวีปที่ร้อนเร็วเร็วที่สุดในโลก มีอุณหภูมิสูงขึ้นเป็นสองเท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก คนยุโรปหลายล้านคนใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศร้อนจัด” เทดรอสให้ความเห็นกับสื่อ และยังบอกอีกว่า
“ปรากฏการณ์คลื่นความร้อนที่เคยเกิดขึ้นเพียงหนึ่งครั้งในรอบชั่วอายุคนกำลังกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแทบทุกปี อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน”
ที่เมือง Biddinghuizen ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้จัดเทศกาลดนตรี “Defqon.1” สายฮาร์ด (Hardstyle) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศยกเลิกงานระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน ตามคำเตือนของสถาบันอุตุนิยมวิทยาเนเธอร์แลนด์ที่ระบุว่าในช่วงนั้นอากาศร้อนจัดสุดขีด
การยกเลิกจัดเทศกาลดนตรีดังกล่าวทำเอาบรรดาผู้คลั่งในดนตรีสายฮาร์ดและนักเต้นสไตล์ฮาร์ดพากันเซ็งเป็ด เพราะทุกปีจะมีผู้เดินทางเข้าชมงานนี้เป็นหมื่นคนส่วนใหญ่พากันตั้งแคมป์ ดื่มกินสังสรรค์เฮฮา
“เราได้รับแจ้งเตือนจากสำนักงานอุตุฯ แห่งเนเธอร์แลนด์ว่า อากาศร้อนระดับอันตรายสุดขีดจะเกิดขึ้นในห้วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า และนี่เป็นครั้งแรกที่เนเธอร์แลนด์ออกคำเตือนเช่นนี้เป็นผลมาจากอุณหภูมิพุ่งสูง เราจึงมีความจำเป็นต้องยกเลิกงาน” ผู้จัดงาน Defqon.1 แถลงผ่านโซเชียลไปยังแฟนคลับกว่า 8 แสนคนทั่วโลก
ที่สหรัฐ คลื่นความร้อนแผ่ซ่านปกคลุมหลายรัฐ อุณหภูมิพุ่งสูงไม่ต่างไปจากยุโรป ค่าดัชนีความร้อนสูงถึง 46 องศาเซลเซียส เจ้าหน้าที่ออกคำเตือนให้ชาวอเมริกันเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
ตะวันออกและทวีปแอฟริกาเผชิญกับคลื่นความร้อนมีระดับรุนแรงสุดขีดเช่นกัน ค่าเฉลี่ยทั้งภูมิภาคเกินกว่า 35 องศาเซลเซียส เฉพาะในประเทศโมร็อกโก หลายพื้นที่อุณหภูมิสูงถึง 44 องศาเซลเซียส
คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นนี้ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า มีสาเหตุมาจากปรากฏการณ์โลกเดือดซึ่งชาวโลกเป็นผู้ปล่อยก๊าซพิษสู่ชั้นบรรยากาศโลกจนทำให้สภาพภูมิอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง แต่ชาวโลกส่วนใหญ่ยังคงดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันเดิมๆ ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล น้ำมัน ถ่านหินและก๊าซ เช่นเดิม
การเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานหมุนเวียนอื่นๆ เช่น ลม พลังงานแสงอาทิตย์ ยังคงดำเนินไปอย่างช้าๆ เนิ่บๆ เหมือนไม่รู้สึกว่ากำลังเดินเข้าสู่ยุคโลกเดือด ยุคแห่งหายนะของมนุษยชาติ
คลื่นความร้อนที่แผ่ซ่านปกคลุมโลกทำสถิติสูงขึ้นทุกปีนั้น คือตัวเร่งให้ชาวโลกได้รับรู้ว่า มหันตภัยเข้าประชิดตัว อุณหภูมิที่พุ่งสูงจนรู้สึกถึงความร้อนระอุแผดเผาจนไม่สามารถทนอยู่กลางแจ้งได้เลย
แม้การปรับเปลี่ยนให้โลกหยุดปล่อยก๊าซพิษเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งยวด แต่การปรับตัวเพื่อให้ชาวโลกทุกคนดิ้นสู้ให้ปลอดภัยในท่ามกลางคลื่นความร้อนเป็นเรื่องจำเป็นไม่น้อยไปกว่ากัน
เมื่อหลายปีก่อนหลายประเทศทั้งในยุโรป สหรัฐ และทวีปแอฟริกา รู้สึกว่า เครื่องปรับอากาศเป็นเรื่องไม่จำเป็น เพราะฤดูร้อนอากาศเย็นสบาย มาวันนี้ไม่ใช่แล้ว ถึงฤดูร้อนทีไร คลื่นความร้อนก็ถาโถมทะลุทะลวงไปถึงห้องนอน โรงเรียน โรงแรม ร้านค้า สนามกีฬา
เครื่องปรับอากาศ ถือเป็นเครื่องมือลดความเสี่ยงจากภาวะร้อนสุดขั้วไปแล้ว
ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน นักข่าวรายงานสถานการณ์คลื่นความร้อนในยุโรปว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยได้สอบถามถึงการพกพาพัดลมขนาดจิ่วขึ้นเครื่องไปยุโรปได้หรือไม่ บางคนก็ถามอีกว่า ถ้าจะหิ้วพัดลมขนาด 4 ใบพัดไปให้ญาติในยุโรป ทางด่านศุลกากรจะอนุญาตหรือเปล่า
“เครื่องปรับอากาศและพัดลม” ก็เป็นอีกตัวชี้วัดว่า สภาพภูมิอากาศโลกวันนี้ไม่เหมือนเดิม
