bg-single

อนาคตการทำงาน คือ ‘ความเป็นคน’

13.07.2026

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

อนาคตการทำงาน

คือ ‘ความเป็นคน’

คําถามว่าหน้าตาของการทำงานในอนาคตเป็นแบบไหน AI จะมาเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานอย่างไร และทักษะไหนที่เป็นทักษะสำคัญที่จะทำให้เราได้เปรียบในตลาดแรงงานวันข้างหน้าเป็นคำถามที่ถูกถามมาอย่างต่อเนื่อง

ยิ่ง AI ทำงานแทนเราได้มากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งทำให้คนในหลายสาขาวิชาชีพหนาวๆ ร้อนๆ กันมากขึ้นเท่านั้น

อัลกอริธึ่มเขียนโค้ดได้ ร่างเอกสารสำคัญได้ สร้างภาพสร้างวิดีโอได้ คิดแผนการทำแคมเปญการตลาดได้ โดยที่สามารถทำทั้งหมดนี้ได้ภายในเวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องเข้าใจได้ที่เราจะคิดว่าทางรอดของการประกอบอาชีพในอนาคตคือเราจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเท่านั้น

แต่ข้อมูลล่าสุดกลับชี้ไปในทางตรงกันข้าม

ข้อมูลจาก Microsoft และ LinkedIn ที่ปกติแล้วจะทำการศึกษาเกี่ยวกับการทำงานในอนาคตเป็นประจำอยู่แล้วระบุว่าทักษะที่จะมีความสำคัญตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปไม่ใช่ความรู้ทางด้านเทคนิค

แต่เป็นทักษะทางอารมณ์และสังคม หรือ soft skills ต่างหาก

เมื่อ AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยลงมือทำงานแทนเราได้โดยอัตโนมัติ มนุษย์เราก็จะเริ่มโหยหาความสัมพันธ์ระหว่างกันมากขึ้น และความฉลาดทางอารมณ์จะกลายเป็นสิ่งที่ผู้นำให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ

เว็บไซต์ Inc ระบุว่าตอนนี้กำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตวิทยาในที่ทำงานครั้งใหญ่ โดยผลวิจัยจาก Gallup คอนเฟิร์มว่าทุกวันนี้คนทำงานมีระดับความเครียดที่สูงเป็นประวัติการณ์ โดยมีตัวขับเคลื่อนคือ “ความเดียวดาย”

เมื่อเราเริ่มใช้ AI ในการทำงานประจำวันมากขึ้นก็แปลว่าเพื่อนร่วมงานหรือสมาชิกในทีมของเราก็จะต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์มากขึ้นด้วยเหมือนกัน ทุกคนจะใช้เวลาไปกับการนั่งเขียนพร็อมพต์อยู่หน้าจอ ไม่ได้พูดคุยสื่อสารกันเหมือนแต่ก่อน

พอไม่ได้สื่อสารกัน ต่างคนต่างพร็อมพต์งานของตัวเองก็เกิดช่องว่างที่นำไปสู่การขาดซึ่งความไว้ใจในกันและกัน

และขาดสิ่งที่เป็นพื้นฐานของมนุษย์คือการเข้าสังคม

พอคนเรารู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดาย สมองเราจะเข้าสู่โหมดของความเครียดสะสม ต่อให้เครื่องมือที่เราใช้จะเลิศล้ำนำสมัยแค่ไหน แต่หากคนในทีมรู้สึกห่างเหินกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะออกมาแย่

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมทักษะทางด้านอารมณ์ถึงจำเป็นอย่างยิ่งยวด หน้าที่ของผู้นำในยุคใหม่ไม่ใช่การบริหารจัดการเวิร์กโฟลว์ แต่คือการต้องจัดการอารมณ์และความสัมพันธ์ของคนที่ทำงานด้วย

ในยุคที่เราใช้เครื่องมือ AI มาช่วย เราได้รับผลลัพธ์อย่างล้นเหลือ แต่สิ่งที่ขาดแคลนไปก็คือเสียงสะท้อนจากมนุษย์

The American Psychological Association หรือสมาคมจิตวิทยาแห่งอเมริกาพบว่าคนทำงานที่กังวลเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์มีแนวโน้มที่จะรู้สึกตึง เครียด และโดดเดี่ยวเป็นอย่างมาก

เมื่อรอบๆ ตัวเราเต็มไปด้วยผลลัพธ์จาก AI ที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ สิ่งที่จะเริ่มมีคุณค่ามากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือความไม่สมบูรณ์แบบที่เกิดจากความเป็นมนุษย์นั่นเอง

ความเป็นมนุษย์คือการมีความบกพร่อง อ่อนไหว มีความเห็นอกเห็นใจ ลองนึกถึงตัวเราเองว่าหากเราจะต้องมีหัวหน้างานสักคน เราจะอยากได้หัวหน้างานที่ทำตัวเหมือนเป็น AI ทำงานเป๊ะ ไม่ผิด ไม่เหนื่อย แต่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก

หรือเราจะอยากได้หัวหน้างานที่มีความเป็นมนุษย์ คนที่จะเข้าใจว่าลูกน้องในทีมกำลังรู้สึกพะว้าพะวงอนาคตของตัวเองว่าจะมีความมั่นคงในหน้าที่การงานแค่ไหน และเป็นคนที่อาสาขอเข้ามาช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยให้กับเพื่อนร่วมงาน

หัวหน้าคนที่พร้อมที่จะเข้าใจหากเราทดลองทำอะไรใหม่ๆ แล้วล้มเหลว แต่ก็ยังดึงเราให้ลุกขึ้นมาและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน

ความเห็นอกเห็นใจกันคือหัวใจสำคัญของความรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจ และความรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจนี่แหละที่จะนำไปสู่การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ

Inc เสนอว่าแล้วเราจะสร้างความเชื่อมโยงผูกพันกันระหว่างคนกับคนในที่ทำงานได้อย่างไรบ้าง สิ่งที่ทำได้นั้นเริ่มตั้งแต่การออกแบบวิธีการทำงานประจำวันเลย

เริ่มจากการประชุมที่ทำลึกลงไปมากกว่าการอัพเดตสถานะ เพราะการแค่อัพเดตสถานะว่าตอนนี้งานของใครทำไปถึงไหนแล้วเป็นสิ่งที่แมชชีนก็ทำได้ แต่การเปิดโอกาสและพื้นที่ให้คนทำงานได้มาแชร์เรื่องราว ความสนใจ และไอเดียกันโดยไม่ต้องตีกรอบวัตถุประสงค์การประชุมนี่แหละที่จะทำให้ความสัมพันธ์ก่อเกิดได้

หากหัวหน้าอยากให้ลูกน้องในทีมเชื่อใจมากขึ้น หัวหน้าจะต้องเป็นคนเริ่มด้วยการกล้าเปิดเผยจุดอ่อนและจุดบกพร่องของตัวเอง เล่าให้ทีมงานฟังถึงสิ่งที่ทำให้ตัวเองหวาดหวั่น ความท้าทายต่างๆ ที่พบเจอ เมื่อหัวหน้ายอมรับว่าตัวเองไม่ได้รู้ทุกเรื่องก็จะทำให้คนอื่นในทีมกล้าพูดอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น

กลับมาให้ความสำคัญกับการเฉลิมฉลองเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตของกันและกัน ฉลองวันเกิดของเพื่อนร่วมทีม แสดงความยินดีกับวันครบรอบการทำงาน หรืออะไรก็ตามที่เป็นความสำเร็จในชีวิตของเพื่อนร่วมงาน นี่เป็นสิ่งที่แมชชีนไม่สามารถทำได้

ให้ระลึกไว้เสมอว่าอนาคตของการทำงานหรือการจะเป็นหัวหน้างานนั้นไม่ได้เป็นเรื่องของการแข่งขันกับปัญญาประดิษฐ์ แต่เป็นการหาช่องว่างสิ่งที่ปัญญาประดิษฐ์ทำไม่ได้ และทำสิ่งนั้นอย่างเต็มกำลังที่สุด

ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เราจะแค่ต้องละสายตาออกจากจอแล้วหันมาสบตาและอ่านอารมณ์กันเองให้มากขึ้น แต่ในยุคที่ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาเขียนพร็อมพต์ของตัวเองจนไม่ทันใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว

นี่อาจจะเป็นทักษะที่ไม่ได้สร้างได้ง่ายขนาดนั้นก็ได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนรอย ครูเบญ ถึง ครูนิ่ม ซ้ำซาก วิกฤตระบบสอบครู
SONG SUNG BLUE | ‘มิตรรักนักเพลง’
ซีพี กับภาระอันหนักอึ้ง
Songs in the Key of Life : ใต้เงาจันทร์
‘บางสิ่งที่สูญหาย’ กับการกลายเป็นผีในความสัมพันธ์
รู้จัก อับบาส อะรอกชี จากทหาร IRGC สู่รัฐมนตรีผู้หยุดสงคราม
อนาคตการทำงาน คือ ‘ความเป็นคน’
เปิดโผ ตท.28 ดัน ‘แม่ทัพไก่’ ขึ้น 5 เสือจ่อ ผบ.ทบ. จัดทัพ ‘ฉก.คอแดง’ -แม่ทัพ 1ใหม่ ทบ.วัดพลัง ตท.26-ตท.28 ตท.27 เข็น ‘บิ๊กใหญ่’ ชิง ทบ.1
‘สงครามยูเครน ควรยุติได้แล้ว’ นาโต้คือกับดักที่ต้องถูกทำลาย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (13)
‘พันธุ์อาจ ชัยรัตน์’ โยน ‘บิ๊กไอเดีย’ ‘ยุบ-รวม’ กระทรวง ‘อว.-ดีอี’
เจ้าของ ‘แหวนตราประทับทองคำ’ อายุ 2,100 ปี พบใหม่ที่ดอนยายทอง เพชรบุรี ควรเป็นชนชาติใด?