bg-single

ใบแดงประวัติศาสตร์ของ ‘บาโลกัน’ และวิกฤตศรัทธาของ ‘ฟีฟ่า-อินฟานติโน่’

11.07.2026

Technical Time-Out | SearchSri

ศึก ฟุตบอลโลก 2026 จัดเป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ลูกหนังระดับเมเจอร์ที่มี “ดราม่า” แวดล้อมมากที่สุดตั้งแต่ก่อนแข่งจนถึงช่วงการแข่งขัน

ท่ามกลางสารพัดดราม่าทั้งในและนอกสนามเวิลด์คัพฉบับอเมริกาเหนือครั้งนี้นั้น หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงและเป็นที่ถกเถียงในวงกว้างมากที่สุดคงไม่พ้นกรณี “ใบแดง” ของ โฟลาริน บาโลกัน แนวรุกตัวเก่งทีมชาติสหรัฐอเมริกา หนึ่งในเจ้าภาพร่วม

บาโลกันโดนใบแดงในเกมเตะรอบ 32 ทีมสุดท้าย จากจังหวะไปย่ำใส่ข้อเท้า ตาริก มูฮาเรโมวิช กองหลังบอสเนีย

หลังจังหวะดังกล่าว มีนักวิจารณ์บางส่วนเห็นใจ บ้างว่าโทษหนักไป แค่ใบเหลืองก็เพียงพอ เพราะเจ้าตัวไม่ได้มีเจตนาทำร้ายคู่ต่อสู้

บาโลกันเข้าไปเคลียร์ใจกับรูดี้ การ์เซีย กุนซือเบลเยียมหลังเกม

ทุกอย่างจบไป กระทั่งก่อนเกมเตะรอบ 16 ทีมสุดท้ายซึ่งสหรัฐต้องพบกับเบลเยียม สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ก็ทำให้หลายคนต้องแปลกใจ เมื่อประกาศว่า ได้ตัดสินใจระงับโทษแบนของบาโลกัน เปลี่ยนเป็นคาดโทษไว้ 1 ปี เปิดทางให้บาโลกันลงสนามพบกับเบลเยียมได้

เท่านั้นไม่พอ สื่อหลายสำนักยังรายงานตรงกันว่า การตัดสินใจของฟีฟ่ามีขึ้นหลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยกหูหา จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่าที่สนิทสนมกับเขาเป็นอย่างดี

กรณีนี้นำมาซึ่งการตั้งคำถามและเสียงวิจารณ์อย่างไม่ต้องสงสัย รูดี้ การ์เซีย กุนซือทีมชาติเบลเยียมประชดว่า นึกว่าเป็นวันที่ 1 เมษายน หรือ “เมษาหน้าโง่” ที่ให้คนมาโกหกกัน เพราะเรื่องนี้มันเหลือเชื่อ

เซ็ปป์ แบล็ตเตอร์ อดีตประธานฟีฟ่าที่โดนบีบให้ลาออกจากกรณีคอร์รัปชั่น โพสต์โซเชียลแซะว่า “ฟุตบอลไม่ควรเป็นสนามเด็กเล่นของอำนาจการเมือง”

ส่วน สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ออกแถลงการณ์ตำหนิฟีฟ่าอย่างเผ็ดร้อนว่ากระทำการ “ล้ำเส้น” ไปแล้ว พร้อมบอกว่าโทษแบน 1 นัดหลังโดนใบแดง เป็นโทษ “อัตโนมัติ” ที่อยู่นอกเหนือการใช้ดุลพินิจผ่อนผันให้เป็นอื่น ยิ่งไม่ต้องคิดว่ามาทำแบบนี้กลางทัวร์นาเมนต์ แล้วจะเป็นบรรทัดฐานอย่างไรสำหรับคนที่โดนใบแดงและชดใช้โทษแบนไปแล้ว หรือคนที่กำลังจะโดนใบแดงในอนาคตที่อยากได้รับการผ่อนผันเหมือนกัน

ในเชิงสถิติ แถลงการณ์ของยูฟ่าไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด เพราะตั้งแต่ฟุตบอลโลกครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน (ถึงก่อนเกมระหว่างเบลเยียมกับสหรัฐ) มีการแจกใบแดงรวม 189 ใบในเวิลด์คัพ หากไม่นับกรณีของบาโลกัน มีนักเตะเพียงคนเดียวที่เคยได้ใบแดง แล้วไม่ต้องโดนลงโทษแบน นั่นคือ การ์รินชา แข้งบราซิเลียน ในบอลโลกปี 1962 ซึ่ง ณ เวลานั้น ยังไม่มีกฎแบนอัตโนมัติ ทุกครั้งที่มีนักเตะโดนใบแดง จะมีคณะกรรมการมาพิจารณาโทษก่อนเกมนัดต่อไป

โฟลาริน บาโลกัน โดนใบแดงเกมกับบอสเนีย

สถานการณ์เรื่องนี้ยิ่งดูแย่ เมื่อทรัมป์ยืนยันกับสื่อด้วยตัวเองว่า โทรศัพท์หาอินฟานติโน่จริง แต่แค่ขอให้ฟีฟ่าทบทวนเรื่องใบแดงของบาโลกันเฉยๆ เพราะคิดว่าไม่ใช่จังหวะฟาวล์ แต่ไม่ได้บอกให้กลับคำตัดสินแต่อย่างใด

ส่วน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ บอกว่าเห็นด้วยกับการระงับโทษแบน พร้อมตั้งคำถามว่า ถ้าคุณเป็นเบลเยียม จะอยากเอาชนะคู่แข่งที่ไม่มีนักเตะที่เก่งที่สุด เป็นดาวซัลโวของทีม จนทำให้ชัยชนะของตัวเองแปดเปื้อนทำไม?

ด้านอินฟานติโน่รีบออกมาชี้แจงว่า การตัดสินใจระงับโทษแบนของบาโลกันนั้น เป็นการตัดสินใจของคณะกรรมการฝ่ายวินัยซึ่งเป็นอิสระไม่ขึ้นตรงกับใคร ไม่ได้เกิดจากการเข้าแทรกแซงของอำนาจการเมืองหรือทรัมป์แต่อย่างใด

สื่อวิเคราะห์ว่า ถึงองค์กรและหน่วยงานเกี่ยวกับฟุตบอล (และไม่เกี่ยว เช่น สหภาพยุโรป หรือ “อียู”) ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ประเด็นดูแรงจริง แต่ตัวอินฟานติโน่เองอาจจะไม่ได้ใส่ใจนัก

อินฟานติโน่อยู่ในตำแหน่งประธานฟีฟ่ามา 10 ปี ปีหน้าจะลงเลือกตั้งใหม่

ฟีฟ่ามีสมาชิก 211 ประเทศ ทุกประเทศมีสิทธิ์มีเสียงในการลงคะแนนเลือกตั้งประธานฟีฟ่าชาติละเสียง อินฟานติโน่ต้องการ 106 เสียงเพื่อชนะเลือกตั้ง

ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา ทั้งสมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ (10 ประเทศ), สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งแอฟริกา (54 ประเทศ) และสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (47 ประเทศ) ต่างประกาศจุดยืนสนับสนุนอินฟานติโน่ นั่นหมายความว่าเขามีเสียงโหวตการันตีในมือแล้ว 111 เสียง เพียงพอต่อการชนะเลือกตั้งโดยไม่ต้องง้อคะแนนจากฝั่งยุโรปแต่อย่างใด

อินฟานติโน่มอบรางวัลสันติภาพของฟีฟ่าให้ทรัมป์

ในแง่เกมชิงอำนาจ อินฟานติโน่อาจเป็นผู้ชนะ แต่ในแง่ความน่าเชื่อถือขององค์กร นับวันการกระทำหลายๆ อย่างของเขายิ่งทำให้แฟนบอลเสื่อมศรัทธา

ตั้งแต่สหรัฐอเมริกาเริ่มนับถอยหลังสู่การเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก 2026 อินฟานติโน่ก็ปรากฏตัวเหมือนเงาข้างกายทรัมป์ในอีเวนต์เกี่ยวกับกีฬา “ซอคเกอร์” บ่อยครั้ง

กรณีที่ทำให้คนอิหยังวะมากที่สุดคือเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ในพิธีจับสลากแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกที่สหรัฐ ซึ่งอินฟานติโน่ “เสก” รางวัลสันติภาพ ฟีฟ่า พีซ ไพรซ์ ขึ้นมา แล้วมอบให้ทรัมป์เป็นคนแรก นัยว่าเป็นรางวัลปลอบใจหลังจากทรัมป์พลาดรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่เขาหมายมั่นปั้นมือ

หลายคนวิจารณ์ว่าอินฟานติโน่ใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเองเอาใจผู้นำชาติมหาอำนาจของโลกจนเกินงาม

และถึงนั่นจะไม่มีผลใดๆ ต่อเก้าอี้ประธานฟีฟ่าของเขา นี่อาจเป็นการกัดกร่อนทำลายตัวองค์กรจากภายใน เมื่อแฟนบอล นักเตะ หรือคนในแวดวงลูกหนัง ตั้งคำถามมากขึ้นนับวันเมื่อเวลาผ่านไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แกงเปรอะหน่อไม้สดใส่ชะอม
ปอกระดาษเนปาล
ชีวิตใหม่ ‘อำนาจ รื่นเริง’ จากอดีตแชมป์โลกเสเพล สู่ ‘ครูมวย-พระเอกมิวสิก’
ใบแดงประวัติศาสตร์ของ ‘บาโลกัน’ และวิกฤตศรัทธาของ ‘ฟีฟ่า-อินฟานติโน่’
Honda City ปรับใหญ่ไมเนอร์เชนจ์ อัพลุคสปอร์ต-เพิ่มออปชั่นใหม่เพียบ
ธุรกิจอสังหาฯ ภาวะ ‘น้ำทรง’
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 10-16 กรกฎาคม 2569
E-DUANG | บทเรียน การเมือง การเลือกตั้ง จาก”อภิสิทธิ์” จาก”ประยุทธ์”
‘ภาษา’
โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทย แพลตฟอร์มต่างชาติคุมเกมเบ็ดเสร็จ SMEs วิกฤต ‘ยิ่งขายยิ่งเจ๊ง’
ผ่านทางตัน ‘เที่ยวไทย’ เครื่องยนต์ ศก.หมดบุญเก่า จี้รัฐโชว์ฟอร์มอุดช่องโหว่กู้ชื่อ
สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหนองมะโมง ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”