วิวาห์มรณะ กับเจ้าบ่าวที่ (ไม่อยาก) กลายเป็นมื้อค่ำ
ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ
วู้บบบบบบ ขวับ !!!… แมงมุมหลังแดงหนุ่มวัยกระเตาะตีลังกาโซเมอร์ซอลต์ หันพุงอ้วนกลมเข้าไปอยู่หน้าเขี้ยว … ถวายตัวให้แม่แมงมุมสาวสายยักษ์ขมูขีลองลิ้มชิมรส ในช่วงเวลาที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม…กับเธอ
ด้วยแท็กติกนี้ หนุ่มแมงมุมอาจสิ้นชีพหลังจากการฟีเจอริ่ง แต่การยอมบูชายัญตัวเองเพื่อรัก (เซ็กซ์) นี้จะช่วยเพิ่มโอกาสที่จะได้การันตีความเป็นพ่อให้กับพวกมันได้อย่างมาก เพราะแม้ท่วงทีลีลาจะประหลาดพิสดาร กลับหัว กลับหาง แต่ตัวของพวกมันจะยังไม่หลุดออกจากกัน การสืบพันธุ์ยังคงดำเนินต่อ
เปลี่ยนท่าอย่างกับยิมนาสติกลีลา แต่ยังเสียบคาไม่มีหลุด เรียกว่าคัมภีร์กามสูตรยังต้องเขินอาย มันทำได้ยังไง แล้วจริงๆ มีผลดีอะไรบ้างมั้ย เช่น ทำให้สอดใส่ได้ลึกขึ้น หรือทำให้ตัวมันหรือตัวเมียฟินมากขึ้น
(คิดในอีกมุม ตัวผู้คงฟินจากการผสมพันธุ์ ส่วนตัวเมียอาจจะฟินจากการกินตัวผู้ที่กำลังผสมพันธุ์อยู่ก็เป็นได้)
แต่เพื่อไขข้อสงสัย เลนกา เซนเตนสกา (Lenka Sentensk?) และทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไกรฟส์วาลด์ (University of Greifswald) ประเทศเยอรมนี ได้ออกแบบการทดลองเพื่อพิสูจน์
เธอและทีมจับคู่แมงมุมข้าวใหม่ปลามันไปอยู่ด้วยกัน
และพอพวกมันเริ่มเล่นท่ายาก ทีมของเธอก็แช่พวกมันลงไปในไนโตรเจนเหลวที่เย็นยะเยือกอุณหภูมิติดลบ 196 องศาเซลเซียส เพื่อฟรีซท่ายากของพวกมันไว้อย่างนั้น
ก่อนที่จะเอาไปสแกนภาพออกมาเป็นสามมิติโดยใช้เครื่องเอกซเรย์ไมโครโทโมกราฟี (3D X-ray Microtomography)
ด้วยอยากรู้ว่าแมงมุมเวลาฟีเจอริ่งกันก่อนตีลังกาและหลังตีลังกาท่าไหนจะสอดใส่เข้าไปได้ลึกกว่า
และที่สำคัญ อวัยวะเพศมันล็อกติดกันยังไง ทำไมเปลี่ยนท่าแล้วถึงไม่หลุด

แต่ผลออกมากลับไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น
…ตำแหน่งของการสอดใส่แบบก่อนตีลังกาเล่นนาฏลีลา กับในช่วงหลังเล่นท่ากามพิสดารนั้นไม่มีความแตกต่างกันแต่ประการใด ความลึกที่เข้าไปก็พอๆ กัน ตำแหน่งของอวัยวะเพศที่สอดใส่เข้าไปก็แทบไม่ต่างกัน
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าอวัยวะเพศชาย (ที่มีไว้ส่งอสุจิ) ของแมงมุม (และแมงอีกหลายชนิด รวมทั้งแมงป่องด้วย) จะมีเป็นคู่ ลักษณะคล้ายก้ามหรือขาสั้นๆ ข้างๆ ปากที่เรียกว่า เพดิพัลป์ (pedipalp) ซึ่งจะอยู่ด้านหน้าขาเดินคู่แรกของมัน ในขณะที่ช่องเปิดของอวัยวะเพศของแมงมุมตัวเมียที่เรียกว่า อิพิไจน์ (epigyne) จะอยู่บริเวณท้อง
และในระหว่างบทอัศจรรย์ของมัน แมงมุมหนุ่มจะเอาเพดิพัลป์ของมัน เข้าไปประกบกับอิพิไจน์ และสอดอวัยวะเพศที่มีลักษณะเป็นสายยาวเรียกว่า เอมโบลัส (embolus) เข้าไปในท่อผสมพันธุ์ของเพศเมีย เพื่อส่งอสุจิไปเก็บไว้ในถุงเก็บอสุจิภายในตัวของแมงมุมสาวที่เรียกว่า สเปอร์มาทีกา (spermatheca) ซึ่งก็มีเป็นคู่เช่นกัน
จากภาพสแกนสามมิติ เอมโบลัสหรืออาจจะเทียบได้กับองคชาตสอดเข้าไปลึกมากในท่อผสมพันธุ์ (copulatory duct) ของแมงมุมสาวที่ม้วนเป็นก้นหอย ไม่น่าแปลกที่จะไม่หลุดออกมาแม้จะเล่นท่าพิสดารขนาดไหนก็ตาม
นั่นหมายความว่าแม้จะตีลังกาลีลา เต้นนาฏลีลา ราวกับกายกรรม Cirque du Soleil มาเอง … เอมโบลัส หรืออาจจะเรียกได้ว่าเจ้าโลกของมัน ก็ยังจะคงเสียบอยู่ที่เดิม ที่ตรงอิพิไจน์ของตัวเมียทะลวงเข้าไปจนถึงถุงเก็บอสุจิแบบติดแน่น ทนนาน
คำถามก็คือ ทำไมมันต้องตีลังกาเอาตัวเองไปป้อนใส่ปากเจ้าสาวแปดขาของมันด้วย?
อาจจะเป็นเพราะว่าโดยปกติแล้ว แมงมุมหลังแดงตัวเมียอาจผสมพันธุ์กับตัวผู้ได้หลายตัวและจะเก็บอสุจิเอาไว้รอผสมพันธุ์ นั่นหมายความว่าตัวไหนส่งอสุจิได้มาก โอกาสที่จะได้เป็นพ่อก็จะสูงตามไปด้วย
เช่นนี้ ถ้าจะเข้าไปฟีเจอริ่งแบบกล้าๆ กลัวๆ เข้าๆ ออกๆ ผลุบๆ โผล่ๆ การส่งอสุจิเข้าไปในถุงเก็บของเพศเมียก็จะน้อย โอกาสที่จะสืบพันธุ์ได้สำเร็จเป็นคุณพ่อขายาวก็จะน้อยตามไปด้วย
และนั่นคือสาเหตุที่ตัวผู้บางตัวยอมสังเวยชีวิตตัวเองเป็นสินสอดเพื่อซื้อเวลาในการขนส่งอสุจิของมันเข้าไปในตัวเมีย
ในระหว่างที่ตัวเมียกำลังบุฟเฟ่ต์บนร่างของมัน เอมโบลัสของมันก็จะฝังอยู่ในร่างของตัวเมียค่อยๆ ปล่อยอสุจิเข้าไปเก็บในถุงสเปอร์มาทีกาได้อย่างต่อเนื่องแบบไม่ต้องกลัวอะไร เพราะยังไงชีวีก็ยอมพลีไปแล้วเพื่อการสืบพันธุ์ เมื่อเวลาส่งอสุจิเพิ่มขึ้น โอกาสที่อสุจิของมันจะได้ผสมกับไข่ของตัวเมียก็จะเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย
และจากการสังเกตพฤติกรรมการจับคู่ของแมงมุมหลังแดง เมย์เดียน แอนดราเด (Maydianne Andrade) นักพฤติกรรมสัตว์จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต (The University of Toronto) พบว่าหลังจากที่ได้เปิบคู่ของมันเข้าไปเป็นที่เรียบร้อยหลังสืบพันธุ์ แมงมุมสาวที่อิ่มอืดก็มักจะปฏิเสธหนุ่มๆ แมงมุมตัวอื่นๆ ที่เข้ามาหาหลังจากนั้น พฤติกรรมเช่นนี้จะช่วยการันตีโอกาสในการเป็นพ่อให้หนุ่มแมงมุมผู้ยอมสละชีพเพื่อเซ็กซ์ได้อย่างมหาศาล
แต่นั่นคุ้มค่าใช่มั้ยกับชีวิตที่ต้องเสียไป?

อาจจะไม่! เซนเตนสกาเผย
เธอพบว่าแมงมุมแม่ม่ายหนุ่มที่เธอเลี้ยงไว้ บางทีก็ไม่ได้ใช้กลยุทธ์ตีลังกายอมตายถวายตัวเป็นสินสอดตลอดเวลา
แต่มีการไปแอบละเมิดแมงมุมสาวที่ยังไม่ถึงวัยเจริญพันธุ์เต็มที่ที่เรียกว่า subadult ถ้าแปลไทยก็น่าจะประมาณ “วัยดรุณี”
ซึ่งแมงมุมสาวดรุณีพวกนี้ยังไม่ลอกคราบครั้งสุดท้ายออกมาเป็นตัวเต็มวัยที่พร้อมสวบ เหลืออีกประมาณ 2-6 วันจะลอกคราบออกมาเป็นตัวเต็มวัย
และด้วยเหตุนี้อวัยวะสืบพันธุ์ของมันยังไม่พัฒนาเต็มที่ คือ อิพิไจน์ยังมีชั้นเปลือกหุ้มชั้นนอกอยู่ ยังไม่เปิดให้ผสมพันธุ์
แต่น่าแปลก เซนเตนสกาพบว่าถ้าแมงมุมหนุ่มวัยกระเหี้ยนกระหือรือพวกนี้ได้เจอกับเด็กสาวรุ่นยังไม่ถึงแรกแย้มพวกนี้ พวกมันจะรีบเข้าหา และพยายามที่จะผสมพันธุ์แม้ว่าร่างกายของสาวเจ้าจะยังไม่พร้อมก็ตาม
การผสมพันธุ์แบบนี้เซนเตนสกาเรียกว่า การจับคู่ก่อนวัย (immature mating) ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้น แต่ก็เกิด
คำถามคือทำไม?
คำตอบก็คือเพราะในระยะปลายดรุณี ท่อผสมพันธุ์และสเปอร์มาทีกาได้พัฒนาจนใช้งานได้แล้ว เพียงแต่ยังถูกเปลือกชั้นนอกปิดเอาไว้เท่านั้น การผสมพันธุ์จึงทำได้เช่นเดียวกับที่ทำกับตัวเมียโตเต็มวัย ไม่ได้แทงทะลุเข้าไปอย่างสะเปะสะปะ
และที่สำคัญตัวเมียวัยนี้มักจะยังไม่สวบคู่ของมันเป็นอาหารจานเด็ดหลังเซ็กซ์
และนั่นหมายความว่าหลังการสืบพันธุ์ พวกมันจะรอด และไปต่อกับสาวเจ้าตัวต่อไปได้อีก
และเนื่องจากไม่ต้องกลัวตาย แมงมุมหนุ่มที่ผสมพันธุ์กับแมงมุมสาววัยดรุณีพวกนี้จึงมักจะทำอะไรที่ค่อนข้างดุดัน
พวกมันจะฉีกชั้นเปลือกหุ้ม (cuticle) ที่ปิดคลุมอิพิไจน์ของแมงมุมวัยสาวออก เพื่อเปิดทางไปสู่อวัยวะสืบพันธุ์ที่สร้างรออยู่ข้างใต้
จากนั้นจึงสอดเอมโบลัสยาวทั้งเส้นเข้าไปตามท่อผสมพันธุ์เช่นเดียวกันกับที่ทำกับแมงมุมสาวตัวเต็มวัย
และเพราะเจ้าสาววัยเยาว์เหล่านี้ยังไม่ตอบสนองต่อเซ็กซ์ด้วยการกินคู่เหมือนตัวเมียโตเต็มวัย การผสมพันธุ์จึงมักดำเนินต่อไปได้นานกว่า
มีการสอดเพดิพัลป์หลายครั้ง และบางครั้งใช้ครบทั้งสองข้าง ส่งอสุจิเข้าไปเก็บในสเปอร์มาทีกาทั้งสองใบได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องตีลังกาบูชารัก เรียกได้ว่าเป็นการ “จัดหนักจัดเต็ม” จริงๆ ของตัวผู้
แต่มีข้อดีก็มีข้อเสีย …ถุงเก็บอสุจิสเปอร์มาทีกาของแมงมุมสาววัยดรุณีนั้น ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าอาจจะเก็บอสุจิได้ไม่ดี
และหากต้องเก็บไว้สักพักเพื่อรอเวลาที่ไข่ตัวเมียพร้อมผสมพันธุ์ อัตราการปฏิสนธิก็อาจจะต่ำลงได้บ้าง

เซนเตนสกาเผยว่า แมงมุมพวกนี้จะจัดหนักแบบไม่บันยะบันยัง จนบางทีปลายอวัยวะเพศของตัวผู้จะหักติดอยู่ในร่างของตัวเมียเลยก็มี
และจากที่ตรวจดูในตัวเมียที่เคยโดนล่วงละเมิด ส่วนใหญ่ก็จะเจอปลายองคชาต เอ๊ยยย เอมโบลัสของตัวผู้ติดอยู่กว่าครึ่ง…
ถึงตรงนี้ผมนึกย้อนไปถึง “หมึกกระดาษ (paper nautilus) หรือที่ผมเรียกว่าเป็น “หมึกขันที” ที่ส่งทั้งหนวดองคชาตหรือหนวดเฮกโตโคไทลัสเข้าไปในตัวสาวหมึก หนวดนี้มีระบบประสาทของตัวเอง และสามารถซ่อนอยู่ในเปลือกของตัวเมียเพื่อรอเวลาและสามารถชอนไชเข้าไปในตัวเมียเพื่อหาเป้าปล่อยอสุจิได้เองราวกับมีชีวิต
พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ หมึกขันที ถอดอวัยวะสืบพันธุ์ ฝากเอาไว้กับตัวเมีย ไว้ปล่อยอสุจิ เพื่อช่วยยืดเวลาในการสืบพันธุ์ โดยที่ตัวของมันก็ไม่ต้องอยู่รอความตาย ช่วยเพิ่มโอกาสที่จะได้เป็นพ่อให้กับพวกมัน
ในกรณีของแมงมุมแม่ม่าย หลังจากจัดกันจนปลายเอมโบลัสหักคาอยู่ข้างใน แบบนี้มีประโยชน์อะไรกับแมงมุมตัวผู้บ้างหรือไม่?
คำตอบคือก็อาจจะยังมีประโยชน์มากกว่าที่คิดก็ได้ ขึ้นกับว่าหักคาอยู่ในบริเวณไหน เพราะหากปลายเอมโบลัสไปติดอยู่ตรงปากทางเข้าสเปอร์มาทีกาพอดี ปลายที่หักก็อาจจะกลายเป็นจุก (mating plug) ที่อุดทางสืบพันธุ์ กีดขวางและกีดกันไม่ให้ตัวผู้ตัวอื่นสอดเอมโบลัสของตัวเองเข้าไปถึงถุงเก็บอสุจิได้ นั่นคืออสุจิของตัวผู้เจ้าของจุกก็จะมีโอกาสมากขึ้นกว่าเดิมในการได้ปฏิสนธิกับไข่
แต่ถ้าปลายเอมโบลัสหักไปค้างอยู่ในท่อสืบพันธุ์หรือหลุดลึกเข้าไปภายในสเปอร์มาทีกา มันก็อาจไม่ได้ปิดทางอะไรเลย กลายเป็นเพียงเศษอวัยวะที่ค้างอยู่ข้างในโดยแทบไม่มีประโยชน์ในฐานะจุกอุด ดังนั้น ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าหักหรือไม่เท่านั้น แต่อยู่ที่ว่า หักแล้วไปตกถูกตำแหน่งหรือเปล่า
ซึ่งถ้ามองในมุมวิวัฒนาการ ก็ถือว่าแสบได้ที่อยู่ เพราะตัวผู้ไม่ได้เพียงแค่ส่งอสุจิของตัวเองเข้าไปเท่านั้น แต่ยังทิ้งสิ่งกีดขวางเอาไว้เล่นงานชายหนุ่มคนต่อไปอีกด้วย
แต่แน่นอนว่ามีได้ ก็ต้องมีเสีย เพราะแม้ว่าจะหักแค่ปลาย ไม่ได้หายไปทั้งเส้นเหมือนกรณีหมึก ถ้ามองในแง่ฟังก์ชั่น ก็ต้องบอกว่าแม้ปลายเอมโบลัสจะหักไป ตัวผู้ก็ยังมีเพดิพัลป์ที่ยังอาจพอใช้งานได้ แม้ว่าการส่งถ่ายอสุจิก็อาจจะทำได้ไม่ดีเท่ากับเวอร์ชั่นเต็มๆ ที่มีครบทั้งเส้นก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ตัดโอกาสที่จะผสมพันธุ์ไปจนหมด เหมือนกลยุทธ์ยอมตาย ถวายตัว พลีชีพ หรือหักทิ้งไปทั้งดุ้น
ดังนั้น กลยุทธ์ในการเป็นขันที หรือกึ่งขันที (แค่ปลายหัก) จึงเป็นการเดิมพันที่น่าสนใจเพราะนอกจากจะเอาไว้เพิ่มโอกาสในการขนส่งอสุจิเข้าไปในตัวเมียแล้วอย่างในกรณีหมึกกระดาษ ยังอาจจะเป็นจุกอุดเอาไว้กีดกันคู่แข่ง ไม่ให้มาผสมพันธุ์กับคู่ของมันได้อีกด้วย
โลกธรรมชาติช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ เต็มไปด้วยกลยุทธ์ที่น่าสนใจและเกินคาดเดา หากเรามองให้ดีๆ
คราวหน้า เราจะมาต่อกันที่กลยุทธ์ “ขันทีแบบเต็มตัว” ของแมงมุมบางชนิด ซึ่งยอมสละเพดิพัลป์ทั้งชิ้น เพื่อการเปลี่ยนบทบาทจากหนุ่มนักรักมาเป็นยามผู้พิทักษ์ที่คอยเฝ้าสาวเจ้าอย่างดุดันกัน
