ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์

ผมนั่งฟังการแถลงข่าวของ กกต.แบบ “ใจนิ่ง” มาก

อาจเป็นเพราะผ่านข่าวการเมืองมามาก ทำให้เราไม่คาดหวังเกินกว่าความเป็นจริง

เมื่อรู้อยู่แล้วว่า กกต.ชุดนี้มีที่มาอย่างไร

เห็นพฤติกรรมตั้งแต่การเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา

และการนิ่งเฉยต่อการฮั้ว ส.ว.อย่างเห็นชัดเจน

ไม่รวมถึง “ความยิ่งใหญ่” ของ “ระบอบน้ำเงิน” ที่มีพลังยิ่งใหญ่หนุนหลัง

อยู่ในสมรภูมิข่าวมานานขนาดนี้ก็พอประเมินทิศทางของ กกต.ว่าจะตัดสินอย่างไร

ดังนั้น ผมจึงฟังการแถลงข่าวของ กกต.แบบปล่อยวางมาก

วันนี้ ส.ส. กรรมการบริหารพรรคและ “คนอื่น” ของพรรคภูมิใจไทยคงถอนหายใจโล่งอก

ก่อนหน้านั้น แม้จะมั่นใจว่า “รอด” แน่ๆ

แต่ถ้า กกต.ยังไม่ตัดสิน อะไรก็เกิดขึ้นได้

ส.ว.ที่รอดก็เช่นกัน คงมั่นใจแล้วว่าไม่มีใครเอาผิดเขาได้

ต่อให้มีชื่ออยู่ในโพย และมีคนลงคะแนนให้ตามโพยเป๊ะๆ แบบที่นักคณิตศาสตร์วิเคราะห์แล้วว่าโอกาสเช่นนี้เกิดขึ้นได้ยากมาก

ต่อให้มีผู้สมัคร ส.ว.บังเอิญพักโรงแรมเดียวกัน

นั่งรถคันเดียวกัน

และใส่เสื้อสีเหลืองเหมือนกัน

ทุกอย่างล้วนแต่…บังเอิญ

กกต.เขาเชื่อคนง่ายครับ

ขนาด “คนขับรถ” ที่สมัครในฐานะนักฟุตบอลอาวุโส

พอรู้ว่ากรอกข้อมูลผิด ก็อ้างว่าเจ้าหน้าที่เป็นคนเขียนให้ ทั้งที่เขาบอกว่าแค่เป็นนักฟุตบอล

และวันนั้นเขาลืมเอาแว่นไปก็เลยไม่ได้อ่านทวน

กกต.ก็เชื่อ

ครับ ตอนนี้ ส.ส. ส.ว. กรรมการบริหารพรรค รอดแล้ว

แต่ “เผือกร้อน” จะอยู่ที่ กกต.ทุกท่าน

เพราะอาจถูกฟ้องได้

ก่อนหน้านั้น ผมเคยเขียนเตือน กกต.ทุกท่านด้วยความเป็นห่วงมาแล้วครั้งหนึ่งในเพจของผม

เพราะเห็นบทเรียนจาก กกต.และ ปปช.บางคนมาแล้ว

รวมทั้งข้าราชการที่โดนลงโทษจากกรณี “ชั้น 14”

“มีหลักคิดในชีวิตที่ผมได้จากเรื่องเล่าของเพื่อนคนหนึ่งครับ

จำเนื้อหาละเอียดทั้งหมดไม่ได้

แต่จำหลักคิดของเรื่องนี้ได้อย่างดี

วันหนึ่ง เพื่อนคนนี้นัดกินข้าวกับเพื่อนสนิทกลุ่มใหญ่

สนุกสนานเฮฮามาก

กินกันจนดึก

เมื่อถึงเวลาเลิกรา เพื่อนคนหนึ่งเมาหนักมาก

ทุกคนเห็นอาการแล้วไม่น่าจะขับรถกลับบ้านไหว

เขาพยายามเตือนว่าอย่าขับรถกลับเลย

แต่เพื่อนยืนยันว่าไหว สบายมาก

สุดท้ายก็ขับรถกลับบ้าน

และเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ

เพื่อนคนนี้เสียใจมาก

ในความเสียใจ เขารู้สึกผิดที่ไม่พยายามทัดทานเพื่อนให้มากกว่านี้

ถ้าเขา…

ถ้า…

แต่ประวัติศาสตร์ไม่มีคำว่า “ถ้า”

เกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นเลย

บทเรียนครั้งนั้นทำให้เขาบอกตัวเองว่าถ้าเพื่อนหรือคนที่เขารักเดินผิดทาง

แล้วความเสียหายที่จะเกิดขึ้นนั้นหนักหนาสาหัส

เขาจะต้องพยายามทัดทานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ไม่ใช่แค่เตือนเบาๆ

แต่ถ้าเพื่อนหรือคนที่เรารักไม่ยอมฟัง

และยังทำต่อ

อะไรที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

แม้จะนำมาซึ่ง “ความเสียใจ” แค่ไหน

แต่เขาก็จะไม่รู้สึกผิดในใจ

เพราะได้พยายามจนถึงที่สุดแล้ว

ผมมีพี่คนหนึ่งที่คุ้นเคยกัน

เขาเป็นนักการเมือง

วันที่เขามีอำนาจ ผมแทบจะไม่ได้คุยกับพี่คนนี้เลย

เพราะถือหลักว่าคุยกันตอนมีอำนาจไม่สนุก

ถ้าพี่มีอะไรก็ติดต่อมา

แต่ผมจะไม่ติดต่อไปก่อน

จนวันที่เขาต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง

ผมตัดสินใจโทร.ไปหาด้วยหลักคิดเรื่องนี้

พี่เขารับสาย

วันนั้น ผมพยายามเตือนอย่างถึงที่สุดว่าในมุมคิดของผมควรต้องระวังเรื่องอะไรบ้าง

พอวางหูโทรศัพท์

ผมสบายใจ

เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรต่อจากนั้น

เราได้ทำหน้าที่ของ “น้อง” อย่างดีที่สุดแล้ว

อยากฝากเรื่องนี้ถึงคนใกล้ชิดและคนในครอบครัวของ กกต.ทุกท่านด้วยครับ

บทเรียนในอดีตมีให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว

ขอให้ระลึกว่า “สุจริต คือ เกราะบังศาสตร์พ้อง”

“คน” ปกป้องคุณไม่ได้ตลอดไป

มีแต่ “ความสุจริต” เท่านั้นที่จะปกป้องตัวเราได้”

แม้จะรู้อยู่แล้วว่า กกต.ท่านคงไม่อ่าน

คนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทก็คงไม่กล้าเตือน

เพราะไม่เช่นนั้นผลคงไม่ออกมาแบบนี้

แต่ท่ามกลางเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นก็มีเรื่องดีๆ เรื่องหนึ่งครับ

ผมทายผลการตัดสินของ กกต.ค่อนข้างแม่นทีเดียว

เพราะตอนเช้าก่อน กกต.ตัดสิน ผมเขียนในเพจของตัวเอง บอกว่าตอนนี้นักวิเคราะห์ทั้งหลายจะบอกว่ามี 3 ทางเลือก

คือ 1. ฟ้องทั้งหมด 229 คน มีทั้งรัฐมนตรี-ส.ส.-ส.ว.-ผู้สมัคร ส.ว. และเครือข่าย ตามที่คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 เสนอ

2. ฟ้องบางส่วนตามความเห็นของ “ครรชิต เจริญอินทร์” รองเลขาฯ กกต. 140 คนขึ้นไป

3. ยกฟ้องทั้งหมดตามคณะอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36

แต่ผมเสนอทางเลือกที่ 4 ครับ

ไม่ได้ประเมินตามหลักกฎหมายข้อไหนเลย

คิดแบบการเมืองล้วนๆ

“ผมลองแขวนเหรียญ ‘เหนือดวง’ และนั่งทางในแบบไร้เหตุผล” เป็นคำอธิบายของผม

ผมมองว่า กกต.อาจเลือก “แนวทางที่ 4” เพื่อลดกระแสสังคม

เริ่มต้นจากทำให้ “ตัวเลข” คนที่จะยื่นให้ศาลฎีกาฯ เยอะหน่อย

แต่ส่วนใหญ่เป็น “ปลาซิว-ปลาสร้อย” คือ กลุ่มผู้สมัคร ส.ว.และเครือข่าย 51+19 = 70 คน

เพราะกลุ่มนี้โดนเท่าไรก็ไม่มีผลกระทบทางการเมือง

ส่วน ส.ว.อาจเลือกกลุ่มที่ไม่กล้าหือ ไม่กล้าอือ มีหลักฐานชัดหน่อยสัก 20-30 คน

หรืออาจกดตัวเลขแค่ 10 กว่าคน

ที่สำคัญคือ ส.ส.และรัฐมนตรีต้องรอด เพื่อไม่ให้เกี่ยวพันกับพรรคภูมิใจไทย

หรือถ้าโดนก็ไม่เกิน 3 คน

พอบวกตัวเลขได้ 90 คนขึ้นไป

กกต.ก็อ้างได้ว่าส่งฟ้องเกือบครึ่ง

“ครับ ถ้างานนี้ทายถูก

จะหาที่ดินตั้งสำนักทำเหรียญขาย

แต่ถ้าทายผิด

ขอให้บูชาเหรียญ ‘เหนือดวง’ ต่อไป”

ผลที่ออกมา “ตัวเลขรวม” อาจจะผิด เพราะส่งฟ้องแค่ 77 คน

แต่ทิศทางการวิเคราะห์ถูกต้อง

ส.ส.-กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย รอดหมด

…ถูกต้อง

ส.ว. 26 คน

…ถูกต้อง

ผิดที่ “ปลาซิว-ปลาสร้อย” แค่ 36 คนจากที่ทายไว้ 70 คน

เฮ้อ…แม่นขนาดนี้

ต้องหาที่ตั้งสำนักแล้วครับ

ส่วน “โต๊ะ” ที่ใช้นั่งทำนายดวง

ต้องเป็น “โต๊ะกลม” เท่านั้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ขาว”พยุง”เขียว”ช่วย | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | การเคลื่อนไหว กรณี โกงสว. พัฒนา เป็นลักษณะ มวลชน
‘โลกของเรา ที่แคบลง’
วัฒนธรรมประชาชน ต้นแบบพระราชพิธี
สำนักโต๊ะกลม
ซูเปอร์เอลนีโญ ‘ของจริง’
เปิดกรุพระเครื่องหายาก 2 พระปิดตาเนื้อผงเก่าแก่ วัดชินวราราม-วัดเงิน
ต่อเวลา ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ เฟส 2 ‘อนุทิน’ เจียดเงินกู้ 4 แสนล้าน ปลุกกำลังซื้อ-รักษาคะแนนเสียง
ความแตกต่างของการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2566 และ 2569
เมฆบนดิน
อ่านคนไร้ราก (2)
วิกฤตความชอบธรรม : กกต.กับอำนาจการเมืองที่เปลี่ยนไป