bg-single

‘ซัวเถา’ เก่าแก่ทันสมัย (จบ)

09.08.2026

สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน

สวนสาธารณะหัวเฉียวใกล้กับโรงแรมที่พักในเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ออกแบบแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน ตรงกลางสนามหญ้าโล่งมีศาลารูปทรงเหมือนกระโจมร่ม ชาวซัวเถาส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยมารำไทเก๊กออกกำลังกายในและรอบๆ กระโจม บางคนหอบเครื่องเสียงเปิดเพลงเต้นตามจังหวะดนตรี สวนแห่งนี้เชื่อมยาวไปจนติดกับชายฝั่งทะเลจีนใต้

ซัวเถามีสวนสาธารณะเก่าแก่ที่สุดของเมืองชื่อสวนจงซาน อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ สร้างเมื่อปี 2469 หรือ 100 ปีที่แล้ว มีพื้นที่ 100ไร่ ภูมิทัศน์ของสวนได้รับการออกแบบผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันตกกับตะวันออก บอกให้รู้ว่า ผู้บริหารซัวเถาเห็นความสำคัญของสวนและพื้นที่สาธารณะมาตั้งแต่อดีต ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมการพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง

การดำเนินชีวิตประจำวันชาวซัวเถาในปัจจุบันดูราบรื่นสงบท่ามกลางความเจริญของเมืองที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเสียงบอกเล่าเรื่องราวในอดีตซึ่งพูดถึงความทุกข์ยากของชาวซัวเถา ชาวแต้จิ๋วที่หนีความจนทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนขึ้นเรือสำเภาหัวแดงล่องทะเลมาปักหลักสู้ชีวิตในเมืองไทยและเมืองอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เวลานี้สภาพเมืองซัวเถาเจริญมาก อาจจะเจริญกว่าเมืองใหญ่ๆ ของบ้านเราเสียด้วยซ้ำ มีโรงแรมระดับ 5 ดาวมากถึง 7 แห่ง แต่ละแห่งรองรับนักท่องเที่ยวได้หลายร้อยคน การบริการภายในโรงแรมเป็นมืออาชีพ พนักงานพูดภาษาอังกฤษ ใช้อุปกรณ์ทันสมัย เช่น หุ่นยนต์ทำความสะอาดอัจฉริยะ สามารถขึ้นลิฟต์ลงลิฟต์ได้เอง ร้านค้าใหญ่ๆ ในศูนย์กลางเมืองตกแต่งสวยงาม กิจการดูคึกคัก

ชาวซัวเถาส่วนใหญ่อยู่ตึกแถว คอนโดมิเนียม เนื่องจากบ้านเดี่ยวราคาแพงมาก ตึกแถวเป็นตึกแถว 3-4 ชั้น สร้างเรียงคู่ขนานกับถนน หน้าบ้านทำประตูพับด้วยสแตนเลสทั้งบานโชว์เจาะลาย หน้าต่างทุกชั้นใส่เหล็กดัด

ไกด์ “โทนี่” บอกว่า เมืองจีนแทบไม่มีโจรลักขโมยเหลือแล้วเพราะการบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น รัฐบาลใส่ใจกับการดูแลความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน มีเทคโนโลยีเฝ้าติดตามตรวจสอบทันสมัย ประกอบกับเศรษฐกิจดี ชาวจีนมีรายได้สูงกว่าในอดีตมาก

ตึกสูงๆ ที่เป็นคอนโดมีเนียม ติดเหล็กดัดบนหน้าต่างของทุกห้องทุกชั้น การติดเหล็กดัดและประตูสแตนเลสเป็นเหมือนแฟชั่นนิยมมากกว่าป้องกันขโมย กูรูจีนบางคนบอกว่า สาเหตุที่ใช้สแตนเลสเพราะไม่เป็นสนิมทนทานต่อการกัดกร่อนจากไอทะเลมากกว่าประตูเหล็ก

กระโจมในสวนสาธารณะหัวเฉียว เมืองซัวเถา ใกล้กับชายฝั่งทะเลจีนใต้ เป็นจุดพักผ่อนออกกำลังกายของชาวเมือง

เมืองซัวเถาเป็นเหมือนกับเมืองอื่นๆ ในจีนที่ให้ความสำคัญกับภูมิทัศน์ บ้านเรือนสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีสายสื่อสารหรือสายไฟแขวนห้อยบนเสาให้รกตาเหมือนเมืองไทย

“โทนี่” บอกว่า ทุกพื้นที่ได้รับการวางแผนฝังสายไฟสายสื่อสารไว้ใต้ดิน ผู้รับเหมาก่อสร้างจะวางท่อสายไฟและสายสื่อสารในตึกแถวหรือคอนโดมิเนียมทุกหลังเข้าอยู่เมื่อไหร่ก็ต่อสายเชื่อมได้เลย

ความเจริญทางเทคโนโลยีในจีนแผ่ขยายไปทุกสาขาทุกมุมเมือง ไซต์งานก่อสร้างใกล้ๆ กับโรงแรมที่พัก ไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยเฝ้าตรวจ จะมีเพียงประตูอัตโนมัติแท่นเตี้ยๆ สูงเท่าเอวเหมือนทางเข้ารถไฟฟ้าในบ้านเรา ประตูอัตโนมัติติดตั้งระบบจดจำใบหน้า (face recognition) คนงานเดินผ่านประตูทางเข้ายื่นหน้าโชว์ตรงจอมอนิเตอร์ ระบบตรวจสอบเสร็จแล้ว ประตูอัตโนมัติเปิดเดินเข้าเลยไม่ต้องจ้าง รปภ.ยืนตรวจให้เปลืองงบประมาณ

เทคโนโลยีจดจำใบหน้า จีนนำมาพัฒนาประยุกต์ไม่น้อยกว่า 8 ปี นำมาใช้จนกลายเป็นเรื่องพื้นๆ ธรรมดาครอบคลุมทั้งในชีวิตประจำวัน ในวงการสื่อสาร คมนาคมหรือแวดวงการเงินการธนาคาร

ร้านซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารติดตั้งระบบสแกนใบหน้า ผ่านแพลตฟอร์มอย่างอาลีเพย์ (Alipay)หรือวีแซต (WeChat) ลูกค้าไม่ต้องพกกระเป๋าเงินหรือโทรศัพท์มือถือ ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารใช้สแกนใบหน้ายืนยันตัวตนในการกดเงินสดหรือโอนเงิน เปิดบัญชีใหม่

รถไฟใต้ดินและสถานีรถไฟในเมืองใหญ่ๆ ใช้เทคโนโลยีสแกนใบหน้าที่ประตูทางเข้า หักเงินค่าตั๋วโดยสารและผ่านเข้าสถานีโดยไม่ต้องพกบัตรหรือการ์ดแตะกับเครื่องอีกต่อไป ลดปริมาณการพิมพ์การ์ดหรือตั๋วโดยสารอย่างมาก

ตำรวจจีน ออกตรวจพื้นที่ใส่แว่นตาอัจฉริยะ สแกนใบหน้าคนที่เดินไปมาบนถนนหรือป้ายทะเบียนรถเพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม กล้องวงจรปิดตามท้องถนนก็ติดตั้งระบบจดจำใบหน้าและใช้เทคโนโลยีเอไอ สืบค้นข้อมูลด้วยความเร็วสูงชนิดเรียลไทม์

ระบบนี้ทำให้อาชญากรรมในจีนลดลงความปลอดภัยสูงขึ้น แต่ชีวิตความเป็นส่วนตัวก็หายไปด้วย

ตึกแถวชานเมืองซัวเถา ส่วนใหญ่ติดตั้งประตูสแตนเลสและหน้าต่างทุกชั้นใส่เหล็กดัด หน้าบ้านและถนนหนทางสะอาดเป็นระเบียบ

ความเจริญทันสมัยด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของจีนนั้นมาจากการมองการณ์ไกลของผู้นำจีน ตั้งแต่ยุคเติ้ง เสี่ยวผิง จนกระทั่งถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนเหล่านี้ได้วางรากฐานอันแน่นหนาทั้งการวิจัยการพัฒนาสมัยใหม่ ต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 40 ปี

ปีนี้จีนจัดงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากถึง 61,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 10% และยังตั้งเป้าเพิ่มการลงทุนวิจัยและพัฒนาทั่วประเทศให้โตเฉลี่ยอย่างน้อยๆ ปีละ 7%

เทคโนโลยีเอไอหรือปัญญาประดิษฐ์เป็นกรณีตัวอย่าง ศาตราจารย์เฉียน เหวยชาง (Professor Qian Weichang) อธิการบดีมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ เป็นผู้บุกเบิกและก่อตั้งสมาคมเอไอแห่งจีน เมื่อ 45 ปีที่แล้ว

เทคโนโลยีเอไอกลายเป็นวาระแห่งชาติของจีนตั้งแต่ช่วงปี 2553 พอมาถึงปี 2560 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประกาศแผนพัฒนาเอไอยุคใหม่เพื่อให้จีนเป็นผู้นำด้านเอไอของโลก

รัฐบาลจีนสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาจัดหลักสูตรการเรียนการสอนเอไอ ตั้งแผนกวิจัยและพัฒนา จากปี 2561 มหาวิทยาลัยในจีน 35 แห่งเปิดหลักสูตรเอไอ เดี๋ยวนี้มี 625 มหาวิทยาลัยทั่วจีน มีหลักสูตรเอไอและมอบปริญญาบัตรเอไอ

บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น เทนเซ็นต์, ไป่ตู้, อาลีบาบา หรือเซ็นซ์ไทม์ สร้างห้องสมุดเอไอ, เอไอแพลตฟอร์ม ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้บริษัทต่างๆ รวมถึงบริษัทขนาดกลาง ขนาดย่อม นำไปพัฒนาต่อยอดสร้างสรรค์การผลิตสินค้าเพิ่มมูลค่า

บริษัทและสถาบันการศึกษาของจีนคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ผ่านเทคโนโลยีเอไอ และยื่นขอจดสิทธิบัตรเอไอรวมแล้วกว่า 1.5 ล้านสิทธิบัตร หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของสิทธิบัตรเอไอทั่วโลก

สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของจีน เผยตัวเลขการอนุมัตสิทธิบัตรการผลิต (Invention Patents) เมื่อปีที่แล้ว มากกว่า 970,000 ชิ้น หรือเฉลี่ย 2,600 ชิ้นต่อวัน เทียบกับเมืองไทย ปีละ 5,000 คำขอ เรียกว่าฟ้ากับเหวเลย

สินค้าโดรนในตู้ขายของที่ระลึก เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง

ไม่น่าแปลกที่คนทั่วโลกเห็นสินค้าเมดอินไชน่าที่ก้าวล้ำทันสมัย วางขายในทุกมุมเมืองทุกห้างร้าน ดูง่ายๆ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรืออีวี ของจีน ยึดถนนทั่วโลก ตลาดอีวีจีนครองสัดส่วนสูงที่สุดราว 75% และอุตสาหกรรมรถอีวีของจีนใหญ่ที่สุดในโลก แซงหน้ารถญี่ปุ่น ยุโรปไปเรียบร้อย

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid) ใช้เทคโนโลยีเอไอและวัสดุศาสตร์ชั้นสูง ทีมวิจัยของจีนพัฒนาจนสมบูรณ์ผลิตออกมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากถึง 400 รุ่น กลายเป็นสินค้าที่บุกตีตลาดโลกกินส่วนแบ่งมากถึง 50% เฉพาะ 5 เดือนแรกของปี 2569 หุ่นยนต์ทำความสะอาดของจีนส่งออกไปทั่วโลกราว 70%

เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม จีนผงาดขึ้นมายืนเป็นอันดับหนึ่ง สัดส่วนในการผลิตและส่งออกสู่ตลาดโลก สูงถึง 80% ภายในประเทศจีนเองก็เร่งนำเทคโนโลยีสะอาดดังกล่าวมาใช้ในเมืองต่างๆ เพื่อให้เป็นเมืองสีเขียว ปลอดจากควันพิษ

โดรนหรืออากาศยานไร้คนขับ จีนพัฒนาก้าวล้ำจนกลายเป็นผู้ผลิตโดรนรายใหญ่ที่สุดในโลก มีสัดส่วนการตลาดมากกว่า 70% โดรนถูกนำไปใช้ในทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรม ตั้งแต่การขนส่งอาหาร การเกษตร หรือทำเป็นแท็กซี่โดรนขนส่งผู้โดยสาร

เช่นเดียวกัน เทคโนโลยีเอไอ ผลักให้จีนผงาดเป็นผู้นำของโลกด้านเมืองอัจฉริยะ หรือสมาร์ตซิตี้ หลายๆ เมือง เช่น เซินเจิ้น หางโจว และกรุงปักกิ่ง มีระบบบริหารจัดการเกือบครบทุกด้านตั้งแต่การควบคุมพลังงานไฟฟ้า น้ำประปา ระบบกำจัดน้ำเสีย การจราจร การขนส่งสาธารณะ และการชำระเงินด้วยระบบดิจิทัล เมืองใหญ่ในจีนกลายเป็นเมืองไร้เงินสด

ระหว่างไปชมคฤหาสน์ตระกูลเฉิน หรือที่คนไทยรู้จักในนามตระกูลหวั่งหลี ตามภาษาแต้จิ๋ว ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเฉียนเหม่ย เขตเฉิงไห่ เมืองซัวเถา ได้เห็นความอลังการของคฤหาสน์หลังนี้น่าเรียกว่า “โคตรคฤหาสน์” จะเหมาะกว่า เพราะประกอบไปด้วยอาคารและห้องใหญ่น้อยรวมแล้ว 590 ห้อง มีลานกว้างรองรับการแสดงดนตรีวงใหญ่ มีโรงงิ้ว ห้องหนังสือ อาคารได้การออกแบบผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมจีนกับตะวันตก เฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักบางห้องนำเข้าจากเมืองไทย

โคตรคฤหาสน์เกิดขึ้นจากความสำเร็จของ “เฉินฉือหง” หรือ “ตั่งฉื่อฮ้วง” บรรพบุรุษตระกูลหวั่งหลีที่เข้ามาทำธุรกิจในแผ่นดินไทย แต่เป้าหมายการสร้างคฤหาสน์ไม่ใช่โอ้อวดความร่ำรวย หากต้องการให้คนทั้งหมู่บ้านได้รู้ว่า ลูกหลานตระกูลหวั่งหลีกลับมาตอบแทนคุณแผ่นดินเกิดแล้ว

เดินดูโคตรคฤหาสน์จนเหงื่อไหลไคลย้อยเพราะเป็นช่วงหน้าร้อนของจีน อากาศร้อนจัด บอกกับเพื่อนๆ ว่า พื้นที่กว้างใหญ่มากเดินทั้งวันก็ดูไม่หมด ขอไปรอหน้าประตูทางออก ที่นั่นมีตู้ขายสินค้าที่ระลึกตั้งอยู่ เดินเข้าไปมองใกล้ๆ ปรากฏว่าเป็นตู้ขายโดรน หลายรุ่นหลากราคา

โดรนในบ้านเรามีราคาตั้งต้นตัวละ 5 พันบาท แต่ที่เมืองซัวเถาใส่ตู้ขายสแกนจ่ายเงินผ่านคิวอาร์โค้ดแค่หลักร้อยหยวนเป็นเหมือนสินค้าเด็กเล่น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

มงคล ‘พระกริ่งบดินทร์’ วัดชัยชนะสงคราม กทม. ชุมนุมพระเกจิปลุกเสก
‘ซัวเถา’ เก่าแก่ทันสมัย (จบ)
พม่าแทงกบ ไทยจับกบ ! | สุรชาติ บำรุงสุข
หุ้นไทยฝ่าพายุข้อมูลรั่ว วิกฤตธรรมาภิบาล ลุ้นกระทิงดุคืนชีพ 1,720 จุด
ย้ายบิ๊กล็อต 40 ผอ.เขตฯ พิสูจน์ธรรมาภิบาล ‘บิ๊ก ศธ.’
ข้าราชการยุคสีน้ำเงิน แต่งตั้ง-โยกย้ายใหญ่ ‘อนุทิน’ จัดกำลังวางเกมอยู่ยาว
เมื่อรู้ตัวว่าจะแพ้ กติกาก็เปลี่ยน: บทเรียนจากเมียนมา แกมเบีย และกินี
กำเนิดระบบทุนนิยมกับระบบตลาดที่เป็นข้อบังคับเชิงโครงสร้าง (3)
ยาใจคนเจ็บ: 2) ปรัชญายาใจ
ชาตินิยมกระจอก (แต่เถื่อน)
ภัยร้อนในหน้าฝน (2) เตรียมตัวปรับธาตุด้วยพืชผักรสเย็น
ทดสอบ ‘โคโรลลา ครอส’ MY2026 ปรับใหม่ไฉไลขึ้น-ขับสบายเหมือนเดิม