bg-single

ธงทอง  จันทรางศุ | คอหมูย่าง ผัดน้ำพริกอ่อง ต้นหอมญี่ปุ่นโครงการหลวง

25.09.2026

คอลัมน์ หลังลับแล มีอรุณรุ่ง

เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา ผมชวนเพื่อนกลุ่มหนึ่งมากินข้าวมื้อกลางวันที่บ้าน

            เพื่อนกลุ่มนี้มีจำนวน 12 คน โดยเราจับคู่กันเป็นหกคู่ เพื่อผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหาร เพื่อนในกลุ่มทุกรอบสองเดือน

            เพราะฉะนั้นจึงหมายความว่าในรอบหนึ่งปี ผมและเพื่อนคนที่ผมจับคู่ด้วยจะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหนึ่งมื้อ ซึ่งทำให้ไม่หนักแรงในเรื่องค่าใช้จ่ายเกินไป

            และประโยชน์ที่ได้เป็นข้อสำคัญนอกจากการได้กินอาหารอร่อยแล้ว คือการได้พบกันพร้อมหน้าทั้ง 12 คนเป็นประจำทุกรอบสองเดือน

            จะได้ทราบสารทุกข์สุกดิบของพวกเรากันเองและถ้ามีเรื่องอะไรที่น่าสนใจก็จะได้เล่าสู่กันฟัง

            เรื่องน่าสนใจที่จะเล่าสู่กันฟังนี่แหละครับที่สำคัญนัก บ่อยครั้งที่แทบจะต้องปิดประตูห้องคุยกัน ระหว่างกำลังคุยนี้ ห้ามพนักงานไม่ให้เข้ามาเสิร์ฟอาหารเป็นอันขาด

            กล้องวงจรปิดที่มีอยู่ในห้องอาหารก็แทบจะต้องเอาผ้าไปคลุมเลยทีเดียว ฮา!

            ดูสิ พูดไถลออกไปนอกเรื่องตั้งเยอะแยะแล้ว กลับมาถึงเรื่องที่จะคุยกันจริงสำหรับคราวนี้ดีกว่า

การกินข้าวรอบที่ผมและเพื่อนอีกหนึ่งคนเป็นเจ้าภาพคราวนี้ เราเบื่อที่จะไปกินตามร้านอาหาร ผมจึงใช้วิธีชวนเพื่อนมากินข้าวที่บ้าน

            ครั้นจะทำทั้งอาหารคาวและอาหารหวานเลี้ยงคน 12 คน ก็เกินกำลังผู้คนที่มีอยู่ในบ้านผมไปมาก

            ผมจึงติดต่อไปแล้วได้รับความกรุณาจาก “เชฟบอย” ซึ่งรู้จักกันมาหลายปีแล้ว และเป็นคนรุ่นใหม่ที่ฝีมือในการทำอาหารไทยเป็นอย่างยิ่ง ยกทีมมาทำอาหารให้ผมและเพื่อนได้กินถึงที่บ้าน

            ตอนสายวันนั้น เมื่อเชฟบอยเดินทางมาถึงครัวบ้านผม ผมรู้สึกผิดบาปมากที่ทำให้ทีมน้องๆ ชุดนี้เดือดร้อน เพราะสมาชิกที่มีทั้งหมดห้าหกคนบวกด้วยพนักงานเสิร์ฟอีกสองคน ขนข้าวของมาพะรุงพะรังแต่เป็นระบบมาก

            อาหารหลายอย่างปรุงสุกและมาอุ่นหรือมาปรุงขั้นสุดท้ายที่ครัวบ้านผม

            บางอย่างแช่แข็งและต้องมาทำให้หายเย็นก่อนจะนำมาปรุงงานขั้นตอนต่อไป

            เสร็จแล้วยังต้องใช้วิธีจัดลงจานใหญ่น้อยอีก ไม่รู้สึกผิดบาปวันนี้แล้วจะไปรู้สึกวันไหนเล่า

            แต่ความรู้สึกผิดเหล่านี้ก็หายไปจากจิตใจหมด เมื่อรับประทานอาหารที่เชฟบอยทำให้กิน

            ลืมบาปหมดเลยครับ

เมนูวันนั้นเป็นอาหารไทยทั้งหมด วัตถุดิบก็เป็นวัตถุดิบในเมืองไทยนี่แหละ แต่คนทำอาหารเก่งเพราะรู้จักเลือกที่จะหยิบโน่นหยิบนี่มาผสมส่วนกันแล้วเกิดเป็นอาหารจานอร่อยหรือจานใหม่ขึ้นมา

            อาหารรายการหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากวันนั้นคือ คอหมูย่างผัดน้ำพริกอ่องและต้นหอมญี่ปุ่นโครงการหลวง

            ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเห็นชื่อรายการอาหารอย่างนี้แล้ว ย่อมเข้าใจได้แล้วว่าส่วนผสมของอาหารจานนี้ต้องหนีไม่พ้นคอหมูย่าง ซึ่งเป็นของที่หากินได้ง่ายตามร้านอาหารทั่วไป

            โดยมากก็จัดใส่จาน หั่นคอหมูย่างแฉลบบางๆ เป็นชิ้นพอดีคำ เวลาจะกินก็จิ้มกับน้ำพริกแจ่ว ง่ายๆ ตรงไปตรงมาแบบนั้น

            แต่รอบนี้เขานำมาผัดกับน้ำพริกอ่อง ซึ่งก็เป็นอาหารที่พวกเราคุ้นเคยและกินกันอยู่บ่อยๆ นั่นเอง แต่ยังไม่เคยมีใครคิดนำมาผัดกับคอหมูย่างให้อยู่ในกระทะเดียวกันมาก่อน

            แถมถ้ามีเพียงแค่คอหมูย่างกับน้ำพริกอ่องผัดรวมกันสองอย่างเท่านั้น ชีวิตก็จะดูแห้งแล้งเกินไป เชฟบอยจึงหยิบเอาผักที่ผมไม่คิดว่าจะมาอยู่ในกระทะหรือจานเดียวกันได้มาใส่ลงไปอีกหนึ่งอย่าง

            ผักที่ว่านี้แม้มีต้นกำเนิดมาจากเมืองญี่ปุ่นก็จริง แต่ได้เข้ามาอยู่เมืองไทยนานปีแล้ว จนเปรียบได้ว่าตอนนี้ก็มีสัญชาติไทยเข้าไปแล้วละ แถมยังปลูกในโครงการหลวงเสียด้วย

            ต้นหอมญี่ปุ่นซึ่งมีขนาดอวบอ้วนกำลังน่ากินและเป็นผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวงที่ทุกคนเชื่อถือในคุณภาพ จึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมเต็มเปี่ยมที่จะไปอยู่รวมกันกับคอหมูย่างและน้ำพริกอ่องที่ผัดคลุกเคล้าเข้าด้วยกันทุกอย่าง

            สำเร็จประโยชน์เป็นอาหารจานใหม่ขึ้นมาบนโต๊ะอาหารมื้อกลางวันวันนั้น

            แถมยังเหลือมาให้กินถึงวันรุ่งขึ้นอีกหนึ่งมื้อด้วย

ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า อาหารจานนี้เป็น “อาหารไทย” ใช่หรือไม่

            ถามแล้วก็ตอบว่า ทำไมจะไม่ใช่เล่า เพียงแต่ว่าหน้าตาเป็นอาหารที่เรายังไม่คุ้นเคยเท่านั้น

            แต่รสชาติที่กลมกล่อมของส่วนผสมทั้งสามอย่างด้วยกัน ได้ทำหน้าที่เปล่งประกายความเป็นไทยออกมาอย่างชัดเจนแล้วจนหมดข้อสงสัย

            จะไปตั้งข้อรังเกียจว่าใส่ต้นหอมญี่ปุ่นอยู่ในนั้นด้วยแล้วจะเป็นอาหารไทยได้อย่างไร แบบนั้นมันก็เกินไปนะครับ

            พูดไปทำไมมีอาหารหลายอย่างของบ้านเราที่นับรวมว่าเป็นอาหารไทยอยู่ทุกวันนี้ วัตถุดิบหลายอย่าง หรือแม้กระทั่งการปรุงอาหารบางเมนูก็มีที่มาจากต่างประเทศ นานปีเข้าก็ลืมกันแล้วว่าต้นทางมาจากที่ไหน

            คนไทยเราฉลาดนักในเรื่องการดัดแปลงโน่นนี่ให้เป็นไทยยิ่งขึ้น

            ดูแต่หมูกระทะสิครับ ถ้าไม่นับหมูกระทะที่แม่การะเกดแกทำให้คนสมัยอยุธยากินในละครเรื่องบุพเพสันนิวาสเมื่อหลายปีก่อน คนไทยครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ไม่รู้จักอาหารเมนูนี้หรอกครับ

            หมูกระทะนี้ผมคิดว่าเราได้ต้นทางมาจากเกาหลีนะครับ แต่พอมาถึงเมืองไทยเข้าก็ถูกจับแต่งตัวเป็นไทยเข้าไปมาก

            ที่เป็นไทยแน่นอนคือน้ำจิ้มที่กินกับหมูกระทะ เป็นน้ำจิ้มที่แซ่บอย่างไทย และฉายรัศมีความเป็นไทยทั่วหมูกระทะจนได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด

ในขณะที่อาหารที่สมัยก่อนนิยมกินกันด้วยความเอร็ดอร่อย บางรายการก็กลายเป็นของหายากขึ้นมาเสียแล้วในวันนี้

            ยกตัวอย่างเช่น ตัวผมเองชอบกินไส้กรอกปลาแนม ซึ่งเป็นรายการอาหารที่หากินได้ยากเข้าทุกที ร้านไหนอร่อยหรือหาบไหนอร่อย ผมไปอุดหนุนได้สามปีห้าปี แม่ค้าก็มีจะต้องเจ็บป่วยและเลิกกิจการไป หลายคนเลิกไม่เลิกเปล่า ตายแบบเอาจริงเอาจังเสียด้วย

            แม้ไส้กรอกปลาแนมจะหายไปจากท้องตลาด สังเกตไหมครับว่ามีคนเดือดร้อนอยู่ไม่กี่คน เพราะมีเฉพาะผมและคนรุ่นเดียวกับผมเท่านั้นแหละที่คิดอยากกิน ส่วนหลานผมซึ่งอายุ 20 กลางไปจนถึง 30 ปี ไม่มีใครอยากกินไส้กรอกปลาแนมเลยสักคน เขาจึงไม่เดือดร้อน

            เขาก็กินแฮมเบอร์เกอร์หรือฟิชแอนด์ชิปไปตามเรื่อง

            นี่ก็เป็นเรื่องเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปเหมือนกับเรื่องทั้งหลายในโลกนี้

อาหารเมนูล่าสุดที่เชฟบอยปรุงให้กินและผมได้พูดมาตั้งแต่ต้นเรื่องคือ คอหมูย่างผัดน้ำพริกอ่องและต้นหอมญี่ปุ่นโครงการหลวง หลานชายผมได้กินด้วย และมีความถูกอกถูกใจเป็นอย่างยิ่ง เอ่ยปากชมไม่หยุดปากมาสองวันแล้ว

            นี่อาจจะแปลว่าหลานผมยังชอบกินอาหารไทยอยู่นะครับ ชอบมากกว่าแฮมเบอร์เกอร์แน่นอน เพียงแต่ว่าเมนูของเขาที่ว่าเป็นอาหารไทยนั้น เขาอยากจะกินอาหารใดที่มี “นวัตกรรม” ใหม่ๆ บ้าง

            ถ้ามองให้กว้างไกลออกไปเกินโต๊ะอาหารและเกินเมนูอาหาร ผมคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังรักความเป็นไทยอยู่ดุจเดิม แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นความเป็นไทยที่ทันสมัยด้วย จะซ้ำซากจำเจอยู่เรื่อยไปก็อาจจะตกยุคหรือพ้นสมัยไปได้ในที่สุด

            ทำใจให้เป็นกลางเอาไว้ อย่าไปร้องห่มร้องไห้ถ้าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นบ้างในสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา ขอแต่ให้ยังคงแก่นสาร หรือรสชาติของความเป็นไทยเอาไว้ได้ ส่วนรูปโฉมภายนอกทั้งใหญ่และน้อยจะปรับเปลี่ยนไปบ้างก็ต้องเห็นเป็นธรรมดา

            คิดแบบนี้แล้วสบายใจครับ

            ถ้าติดยึดแบบเดิมก็จะต้องหาไส้กรอกปลาแนมเจ้าอร่อยกินกันเรื่อยไป หาเจอบ้างไม่เจอบ้าง กลุ้ม!

            ตกลง “ความกลุ้มใจ” กับ “ความสบายใจ” ระหว่างสองขั้วนี้ เราสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นแบบไหน

            จงสั่งใจเราเองดูเถิด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เดนตายในผ้าเหลือง | จัดฉากว่าตายแล้ว
ธงทอง  จันทรางศุ | คอหมูย่าง ผัดน้ำพริกอ่อง ต้นหอมญี่ปุ่นโครงการหลวง
‘ณัฐพงษ์-พริษฐ์’ ยื่น ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคดีโกง สว. ซัดลงมติค้านสายตาประชาชน จงใจ “มองไม่เห็นช้าง 3 ตัว”
‘เต้ย’เลิกแฟนฝรั่ง จบกันด้วยดี เดินหน้าต่อ ถูกวิจารณ์เสียหาย…ปกป้องสิทธิ์
เจาะคดีสยองกรุงไทเป CCTV มัดหนุ่มไต้หวัน แค้นสาวไทยบอกเลิก! ฆ่ายัดเป๋าหมกตู้แช่แข็ง
เปิดฟางเส้นสุดท้ายเด้งอธิบดี DSI จังหวะเหมาะย้ายล้างบางเรียบวุธ ‘เปลี่ยนขั้ว-ย้ายค่าย-รหัส 36’ รอด!!!
เหยี่ยวถลาลม | สุจริต-โปร่งใส-เที่ยงธรรม
ปิยบุตร ชี้ประเทศต้องปฏิรูปขนานใหญ่ มอง “ระบอบสีน้ำเงิน” : การช่วงชิงความหมายของสองพลัง
ดีลลับผู้กองในศึกขวาปะทะขวา
กรีนแลนด์ในความคิดของทรัมป์และประวัติศาสตร์สหรัฐ
‘การทูตโปโลน้ำ’ ระหว่างทรัมป์กับสี จิ้นผิง เป็นอย่างไร
คำอ่อยๆ : Internet ของคุณหมดแล้ว เพื่อใช้ความเร็วได้ต่อเนื่องโปรดสมัคร… | กวีกระวาด : โดยสารฯ กึ่ม