บทความพิเศษ | จักรกฤษณ์ สิริริน
ทำไมยุงเลือกกัดบางคนมากกว่า
หลายคนอาจเคยสงสัยมานาน ว่าทำไมยุงเลือกกัดบางคนมากกว่า
แน่นอนว่า เวลาที่คุณไปนั่งทำกิจกรรมนอกบ้าน หรือนั่งสังสรรค์ในสวนร่มรื่นๆ กับเพื่อนๆ หรือครอบครัว คุณมักถูกยุงรุมกัดจนเป็นตุ่มคันไปทั้งตัว ในขณะที่คนที่นั่งอยู่ข้างๆ กลับไม่ถูกยุงรบกวนเลยแม้แต่น้อย
ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของดวง หรือเป็นความรู้สึกที่นึกคิดกันไปเอง แต่เป็นเรื่องที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และงานวิจัยรองรับอย่างชัดเจน ว่ายุงไม่ได้กัดทุกคนเท่ากัน และมนุษย์เรามีความสามารถในการดึงดูดยุงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
พฤติกรรมของยุง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุงลายและยุงก้นปล่องที่เป็นพาหะของโรคร้ายอย่างไข้เลือดออกและมาลาเรีย มีระบบรับรู้กลิ่นและสารเคมีที่ทรงพลังมาก
พวกมันใช้ประสาทสัมผัสอันทรงอานุภาพนี้ในการตามล่าแหล่งอาหารซึ่งก็คือเลือดมนุษย์เรานั่นเอง
ปัจจัยแรกและเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุดที่คอยดึงดูดยุงให้บินมาหาของเราก็คือ กลิ่นตัว
เพราะกลิ่นตัวเกิดจากสารเคมีธรรมชาติที่ร่างกายของเราปลดปล่อยออกมา เนื่องจากผิวหนังของมนุษย์เรามีจุลินทรีย์นับล้านตัวอาศัยอยู่ โดยจุลินทรีย์เหล่านี้จะย่อยสลายไขมันและเหงื่อบนผิวหนัง เกิดเป็นสารประกอบเคมีที่ให้กลิ่นเฉพาะตัว
งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ยุงจะถูกดึงดูดเป็นพิเศษด้วยสารประกอบที่เรียกว่า กรดคาร์บอกซิลิก ซึ่งพบในกรดไขมันบนผิวหนัง คนที่มีระดับกรดคาร์บอกซิลิกบนผิวหนังที่มากกว่าคนปกติทั่วไป ก็ย่อมจะมีกลิ่นเฉพาะที่ยุงรับรู้ได้จากระยะไกล
นอกจากนี้ ยังมีสารเคมีอื่นๆ เช่น กรดแล็กติก แอมโมเนีย และกรดยูริก ที่จะหลั่งออกมาพร้อมกับเหงื่อ สารเคมีเหล่านี้ก็เป็นอีกแหล่งของสารเคมีที่เร่งเร้าความสนใจของยุงเช่นกัน
สิ่งที่น่าสนใจในประเด็นนี้ก็คือ องค์ประกอบของจุลินทรีย์บนผิวหนังของแต่ละคนนั้นล้วนขึ้นอยู่กับพันธุกรรม อาหารการกิน และสภาพแวดล้อม
และนี่เองที่ทำให้มนุษย์แต่ละคนมีกลิ่นที่มีลายเซ็นแตกต่างกัน เมื่อแต่ละคนมีกลิ่นที่ไม่เหมือนกัน ยุงจะใช้กลิ่นนี้ในการคัดเลือกเหยื่อที่พวกมันชอบที่สุดนั่นเอง
นอกจากกลิ่นสารเคมีบนผิวหนังของเราแล้ว ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทั้งจากการหายใจออก และส่งผ่านมาทางผิวหนังก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญ
เพราะยุงจะใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสัญญาณเตือนแรกของเป้าหมายในการค้นหาเหยื่อในระยะไกล
โดยยุงจะมีอวัยวะรับสัมผัสพิเศษที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้ตั้งแต่ระยะ 10 เมตร และบางครั้งอาจไกลถึง 50 เมตรเลยทีเดียว
ดังนั้น คนที่ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามากกว่าคนอื่น จึงกลายเป็นเป้าหมายที่ยุงมองเห็นก่อนและมองเห็นได้ง่ายกว่า
ซึ่งกลุ่มคนที่มักจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาสูง ได้แก่ คนที่มีรูปร่างใหญ่หรือน้ำหนักตัวมาก เนื่องจากมีอัตราการเผาผลาญพลังงานสูง ทำให้หายใจออกเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในปริมาณที่มากกว่า
รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งมักจะถูกยุงกัดมากกว่าคนทั่วไปมากถึง 2 เท่า เนื่องจากหญิงตั้งครรภ์จะมีความต้องการออกซิเจนผ่านอัตราการหายใจที่มากกว่าคนปกติ และก็ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามากกว่าปกติราว 20%
รวมไปถึงคนที่เพิ่งออกกำลังกายเสร็จ ซึ่งการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานและหายใจถี่ขึ้น จึงปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามหาศาล พร้อมทั้งขับเหงื่อและกรดแล็กติกออกมาทางผิวหนังพร้อมๆ กัน
กลไกล่าเลือดโดยทั่วไปของยุงอีกประการก็คือ เมื่อยุงบินเข้าใกล้เหยื่อในระยะประชิดประมาณ 1 ถึง 2 เมตร ยุงจะค้นหาความร้อนจากร่างกายมนุษย์เพื่อระบุตำแหน่งของเส้นเลือดใต้ผิวหนังของเรา
ดังนั้น คนที่อุณหภูมิร่างกายสูง เช่น คนที่มีไข้ และคนที่เพิ่งทำกิจกรรมหนักๆ หรือคนที่มีระบบเผาผลาญดี จะแผ่รังสีความร้อนออกมามากกว่าปกติ ทำให้ยุงสามารถบินตรงเข้ามาลงจอดและเจาะลงบนผิวหนังได้อย่างแม่นยำ
นอกจากนี้ ความชื้นจากเหงื่อยังช่วยเพิ่มการแพร่กระจายของกลิ่นเคมีบนผิวหนังไปตามอากาศ
ทำให้ยุงได้กลิ่นชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก
ความเชื่อเรื่องหมู่เลือดที่สัมพันธ์กับการถูกยุงกัด ก็ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าขาน เพราะมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่า หมู่เลือดมีผลต่อความสนใจของยุงจริงๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุงสายพันธุ์ยุงลาย จากการทดลองพบว่า คนที่มีหมู่เลือด O จะดึงดูดยุงได้มากกว่าคนหมู่เลือดอื่นๆ ถึง 2 เท่า
ขณะที่คนที่มีหมู่เลือด A จะได้รับความสนใจน้อยที่สุด
ส่วนหมู่เลือด B และ AB จะอยู่ในระดับกลางๆ
เหตุผลสำคัญในประเด็นนี้ก็คือ ร่างกายของมนุษย์เราประมาณ 85% จะปล่อยสารเคมีที่เป็นสัญญาณบอกหมู่เลือดออกมาทางผิวหนังและสารคัดหลั่ง ซึ่งยุงสามารถรับรู้สัญญาณเคมีนี้ได้ทันที
ทำให้มันเลือกบินไปหาคนที่ปล่อยสัญญาณหมู่เลือด O ก่อนเสมอ
นอกจากประสาทสัมผัสทางกลิ่นและความร้อนแล้ว ยุงยังใช้สายตาในการมองหาเป้าหมายในระยะใกล้ได้ดีอีกด้วย เพราะยุงมีสายตาที่รับรู้ความขัดแย้งของแสงและสีได้ดี ดังนั้น การสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีโทนเข้ม เช่น สีดำ สีน้ำเงินเข้ม สีแดง หรือสีเขียวเข้ม จะทำให้ตัวคุณโดดเด่นและกลายเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนในสายตาของยุง
เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดี ว่าผ้าสีเข้มจะดูดกลืนความร้อนและสร้างเงาขัดแย้งกับสภาพแวดล้อมรอบข้างได้มากกว่า ในทางกลับกัน การใส่เสื้อผ้าสีสว่าง เช่น สีขาว สีเหลือง หรือสีพาสเทล จะช่วยลดการมองเห็นของยุงและทำให้คุณถูกกัดน้อยลง
ขณะเดียวกัน การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแค่ดื่มเบียร์เพียงแก้วเดียว ก็สามารถทำให้คุณกลายเป็นเป้าหมายของยุงได้มากขึ้นเช่นกัน
เหตุผลก็คือ แอลกอฮอล์จะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ขับให้อุณหภูมิผิวหนังสูงขึ้น นอกจากนี้ เบียร์ยังเพิ่มการขับเหงื่อ และเปลี่ยนองค์ประกอบของกลิ่นตัวเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งเสริมให้ยุงเข้ามารุมกัดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จากปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า ปัจจัยหลายๆ อย่าง เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น พันธุกรรม หมู่เลือด หรือการทำงานของจุลินทรีย์บนผิวหนัง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนถึงตกเป็นเป้าหมายของยุงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะพยายามหลีกเลี่ยงอย่างไร
อย่างไรก็ตาม เราสามารถลดความเสี่ยงจากการถูกยุงกัดได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางประการ เช่น การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทากันยุงที่ได้รับการรับรอง การสวมใส่เสื้อผ้าสีสว่าง และสวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด เพื่อลดทั้งการมองเห็นและเงื่อนไขต่างๆ ที่ยุงสัมผัสได้โดยตรง
เช่น การอาบน้ำชำระร่างกายหลังจากการออกกำลังกายเพื่อลดคราบเหงื่อและอุณหภูมิความร้อนสะสมบนผิวหนัง รวมถึงการเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่อับลมและมืดในช่วงเวลาที่ยุงออกหากิน เป็นต้น
บทสรุปของเรื่องนี้ก็คือ หากเข้าใจถึงสาเหตุทางวิทยาศาสตร์ ว่าทำไมยุงถึงเลือกกัดแต่ละคนแตกต่างกัน จะช่วยให้เราประเมินความเสี่ยงของตนเองและคนรอบข้างได้ดียิ่งขึ้น
เพื่อรับมือและป้องกันโรคร้ายที่มากับยุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
