ดินแดง ราชปรารภ เลือด ประชาชน หลั่งที่ รางน้ำ ราชปรารภ กระสุน ทะลุทะลวง
ยุทธการแดงเดือด
ดินแดง ราชปรารภ
เลือด ประชาชน หลั่งที่ รางน้ำ
ราชปรารภ กระสุน ทะลุทะลวง
กรณีของ นายเหิน อ่อนสา นอกจากจะมีภาพอันพยานลำดับที่ 049 มอบให้กับ “ศปช.” เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2554 แล้ว พยานคนนี้ยังเห็นเขาขณะที่บาดเจ็บและนอนรอความช่วยเหลืออยู่บนถนน
พยานได้เข้ามาในบริเวณถนนราชปรารภเพราะอยากจะเห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง
โดยเข้าไปถึงตั้งแต่เวลาประมาณ 22.30 น. จากคำบอกเล่าและรูปถ่าย
เห็นได้ว่าทหารอยู่ที่ปั๊มเอสโซ่และมีแนวลวดหนามขวางถนนอยู่ ทหารที่ตั้งแนวอยู่ปั๊มเอสโซ่ได้ยิงใส่ผู้ชุมนุมที่เข้ามาดูเหตุการณ์หรือพยายามจะฝ่าด่านเข้าไปเพื่อร่วมชุมนุมที่ราชประสงค์
เมื่อมีผู้ถูกยิงล้มลงคนอื่นๆ หรือหน่วยกู้ภัยจะเข้าไปช่วยก็ทำไม่ได้เพราะถูกระดมยิงสกัด
ในความเห็นของ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ นั่นเป็นเหตุให้นายเหินซึ่งถูกยิงล้มลงต้องนอนเจ็บอยู่บนถนนเป็นเวลานาน เวลาในขณะที่ชายถอดเสื้อกำลังช่วยนายเหินนั้นเป็นเวลา 00.05 น.
นอกจากช่วยนายเหินแล้ว พยานยังสามารถถ่ายรูปคนที่ถูกยิงบาดเจ็บที่ซอยรางน้ำได้อีกคนหนึ่งคือ นายเอกชัย ดวงพาวัน
โดย “มติชนออนไลน์” วันที่ 23 มีนาคม 2554 รายงานข้อมูลผ่านหัวข้อที่ว่า นักข่าวเทศแจง คอป.ยันกระสุนที่สามเหลี่ยมดินแดง-รางน้ำมาจากทหาร ขนาด “แดง” โดนยิง จนท.ไปช่วยสุดท้ายตาย”
นายเอกชัย ดวงพาวัน มีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่บริเวณซอยโรงพยาบาลเดชา ให้การว่า
วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 19.30 น. ซึ่งตนกำลังจะกลับบ้านที่คลองตันแต่ทหารบอกว่าผ่านไม่ได้จึงย้อนไปกลับรถแถวซอยรางน้ำและได้แวะซื้อของที่ร้านค้า
ขณะนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นตนอยู่บริเวณปั๊มเอสโซ่
ในบริเวณนั้นมีแต่รอยเลือดจึงได้นั่งหลบใต้ต้นไม้แต่ขาโผล่ออกมาจึงถูกยิงที่ขาขวา หน้าแข้ง และบริเวณใต้รักแร้
ตอนนั้นใส่เสื้อวินสีส้ม
ชาวบ้านตะโกนถามว่าไหวไหม จึงคลานไปหาชาวบ้านที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร จากนั้นชาวบ้านได้เอาเปลพลาสติกพาขึ้นรถไปโรงพยาบาลรามาธิบดี
แพทย์บอกว่าถูกกระสุนปืนลูกโดด
ภาพของพยานลำดับที่ 049 เด่นชัดอย่างยิ่งจากซอยรางน้ำ เป็นภาพเจ้าหน้าที่กู้ชีพเข้าไปช่วยคนเจ็บ
โดยในภาพเป็นตอนกำลังเจรจากับทหารในบริเวณปั๊มเอสโซ่
จากการประมวล สังเคราะห์ วิเคราะห์ และสรุปของ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ในกรณีของ นายเหิน อ่อนสา จากเวลาในภาพถ่ายของพยานทั้งสองคนมีความคลาดเคลื่อนอยู่ราว 1 ชั่วโมง
แต่จากใบมรณบัตรของเขา เวลาเสียชีวิตคือ 01.30 น. ทำให้ระบุชัดเจนไม่ได้มากนักถึงเวลาของการเสียชีวิต
จึงยังทำได้เพียงคาดคะเนเป็นช่วง คือ ระหว่าง 23.00-24.00 น.
ผู้เสียชีวิตอีกรายหนึ่งคือ นายสรไกร ศรีเมืองปุน อายุ 34 ปี เสียชีวิตในวันที่ 14 พฤษภาคม เวลา 22.00 น.
โดยเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี
จากหนังสือรับรองการตายระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตมาจากมีบาดแผลกระสุนปืนความเร็วสูงที่ศีรษะทำให้เนื้อสมองฉีกขาด
ในเบื้องต้นผู้เสียชีวิตรายนี้ยังไม่มีภาพหรือคลิป
แต่มีพยานลำดับที่ 047 สัมภาษณ์โดย “ศปช.” เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2554 ซึ่งเป็นกู้ชีพที่เข้าไปช่วยคนเจ็บบนทางเท้าซอยรางน้ำ เขาได้ช่วยนำร่างออกไป 2 คน คนแรกไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
ส่วนร่างซึ่งเป็นศพที่คาดว่าน่าจะเป็น นายสรไกร ศรีเมืองปุน คือศพที่พยานได้เข้าไปช่วยอีกครั้ง
พยานเล่าเหตุการณ์ว่า
เขาไปถึงซอยรางน้ำราว 3 ทุ่มกว่า เมื่อเข้าไปแล้วก็ไม่สามารถไปต่อได้ จุดที่หยุดรถอยู่ห่างจากปั๊มเอสโซ่ประมาณ 100 เมตร ตรงนั้นมีคนถูกยิงอยู่ก่อนแล้วจึงพยายามหาทางเข้าไปช่วยออกมา
มีการยิงเกิดขึ้น
รู้ได้จากเสียงปืนและแสงเลเซอร์สีเขียวประมาณ 10 เส้นส่ายไปมาจากทางปั๊มเอสโซ่
ในจังหวะนั้นก็มีคนตะโกนว่า “อย่ายิง มีคนอยู่”
แต่ไม่รู้ว่าเป็นการตะโกนบอกใครเนื่องจากมืดมาก และมีคนร้องตะโกนอีกว่า มีคนโดนยิงที่นั่น ที่นี่ แต่ไม่รู้ว่าเสียชีวิตหรือไม่
ช่วงนั้นไม่สามารถเข้าไปช่วยคนเจ็บได้ แต่ชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นยังคงร้องตะโกนบอกว่า “คนเจ็บยังไม่ตาย อย่าเพิ่งกลับ” จึงเริ่มคิดหาทางกันใหม่
ระหว่างที่คุยกันเสียงปืนก็เริ่มเงียบและเลเซอร์หยุดส่ายไปมาแล้ว
แต่ยังมีบ้างนัดหรือ 2 นัด จึงใช้วิธีคลานไปตามทางเท้าช่วยออกมาได้ก่อน 1 คน
ตอนที่ช่วยออกมาได้คนคนนั้นเขายังไม่รู้ว่าตัวเองถูกยิง ยังคุยกันบนรถพยาบาลรู้เรื่อง แต่เมื่อไปถึงโรงพบาบาลพญาไท 2 จึงเสียชีวิต
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า
ประมาณเกือบ 5 ทุ่มจึงสามารถช่วยออกมาได้ ส่งเสร็จจึงกลับไปช่วยอีกคน ผู้เสียชีวิตอายุประมาณ 40 ปี รูปร่างอ้วน
สวมเสื้อยืดคอโปโล กางเกงยีนส์ขายาว ถูกยิงที่ท้องและหน้าอก
รายที่ 2 (คาดว่าเป็น นายสรไกร ศรีเมืองปุน) อยู่ห่างจากคนแรกประมาณ 10 เมตร อยู่แถวหัวมุมสามแยกที่ตัดกันระหว่างรางน้ำกับราชปรารภ
ในขณะนั้นเงียบมาก
มีแต่เสียงชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นบอกว่า “ให้เข้าไปช่วยหน่อย ยังเห็นดิ้นอยู่”
ลักษณะคือ อายุประมาณ 40 ปีเช่นกัน สวมเสื้อยืดคอกลม กางเกงขาสั้น สูงประมาณ 150 เซนติเมตร
ถูกยิงที่ท้องและขมับแต่จำไม่ได้ว่าซ้ายหรือขวา
ในความเห็นของ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ จากที่พยานเล่าเป็นลำดับมาสอดคล้องกับ บาดแผลของ นายสรไกร ศรีเมืองปุน
อันระบุในหนังสือรับรองการตาย
พลิกไปดูบทสรุปอย่างรวบรัดอันหนังสือ “ความจริงเพื่อความยุติธรรม” ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมกรณีเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553
ขณะที่ นายสรไกร ศรีเมืองปุน อายุ 34 ปี นายเหิน อ่อนสา อายุ 40 ปี
แม้ไม่สามารถบอกได้ว่าทั้งสองมาจากจังหวัดใด แต่ลักษณะร่วมประการหนึ่งก็คือมีอาชีพรับจ้าง
คนหนึ่งถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง คนหนึ่งถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกโดด
คนหนึ่งถูกยิงบริเวณทางเท้าปากซอยรางน้ำฝั่งตรงข้ามปั๊มเอสโซ่ อีกคนถูกยิงที่ปากซอยราชปรารภ 18
แจ่มชัดยิ่งว่าเป็นกระสุนจากไหนและฝ่ายใด
