bg-single

ดินแดง ราชปรารภ เลือด ประชาชน หลั่งที่ รางน้ำ ราชปรารภ กระสุน ทะลุทะลวง

25.08.2026

ยุทธการแดงเดือด

ดินแดง ราชปรารภ

เลือด ประชาชน หลั่งที่ รางน้ำ

ราชปรารภ กระสุน ทะลุทะลวง

กรณีของ นายเหิน อ่อนสา นอกจากจะมีภาพอันพยานลำดับที่ 049 มอบให้กับ “ศปช.” เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2554 แล้ว พยานคนนี้ยังเห็นเขาขณะที่บาดเจ็บและนอนรอความช่วยเหลืออยู่บนถนน

พยานได้เข้ามาในบริเวณถนนราชปรารภเพราะอยากจะเห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง

โดยเข้าไปถึงตั้งแต่เวลาประมาณ 22.30 น. จากคำบอกเล่าและรูปถ่าย

เห็นได้ว่าทหารอยู่ที่ปั๊มเอสโซ่และมีแนวลวดหนามขวางถนนอยู่ ทหารที่ตั้งแนวอยู่ปั๊มเอสโซ่ได้ยิงใส่ผู้ชุมนุมที่เข้ามาดูเหตุการณ์หรือพยายามจะฝ่าด่านเข้าไปเพื่อร่วมชุมนุมที่ราชประสงค์

เมื่อมีผู้ถูกยิงล้มลงคนอื่นๆ หรือหน่วยกู้ภัยจะเข้าไปช่วยก็ทำไม่ได้เพราะถูกระดมยิงสกัด

ในความเห็นของ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ นั่นเป็นเหตุให้นายเหินซึ่งถูกยิงล้มลงต้องนอนเจ็บอยู่บนถนนเป็นเวลานาน เวลาในขณะที่ชายถอดเสื้อกำลังช่วยนายเหินนั้นเป็นเวลา 00.05 น.

นอกจากช่วยนายเหินแล้ว พยานยังสามารถถ่ายรูปคนที่ถูกยิงบาดเจ็บที่ซอยรางน้ำได้อีกคนหนึ่งคือ นายเอกชัย ดวงพาวัน

โดย “มติชนออนไลน์” วันที่ 23 มีนาคม 2554 รายงานข้อมูลผ่านหัวข้อที่ว่า นักข่าวเทศแจง คอป.ยันกระสุนที่สามเหลี่ยมดินแดง-รางน้ำมาจากทหาร ขนาด “แดง” โดนยิง จนท.ไปช่วยสุดท้ายตาย”

นายเอกชัย ดวงพาวัน มีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่บริเวณซอยโรงพยาบาลเดชา ให้การว่า

วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 19.30 น. ซึ่งตนกำลังจะกลับบ้านที่คลองตันแต่ทหารบอกว่าผ่านไม่ได้จึงย้อนไปกลับรถแถวซอยรางน้ำและได้แวะซื้อของที่ร้านค้า

ขณะนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นตนอยู่บริเวณปั๊มเอสโซ่

ในบริเวณนั้นมีแต่รอยเลือดจึงได้นั่งหลบใต้ต้นไม้แต่ขาโผล่ออกมาจึงถูกยิงที่ขาขวา หน้าแข้ง และบริเวณใต้รักแร้

ตอนนั้นใส่เสื้อวินสีส้ม

ชาวบ้านตะโกนถามว่าไหวไหม จึงคลานไปหาชาวบ้านที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร จากนั้นชาวบ้านได้เอาเปลพลาสติกพาขึ้นรถไปโรงพยาบาลรามาธิบดี

แพทย์บอกว่าถูกกระสุนปืนลูกโดด

ภาพของพยานลำดับที่ 049 เด่นชัดอย่างยิ่งจากซอยรางน้ำ เป็นภาพเจ้าหน้าที่กู้ชีพเข้าไปช่วยคนเจ็บ

โดยในภาพเป็นตอนกำลังเจรจากับทหารในบริเวณปั๊มเอสโซ่

จากการประมวล สังเคราะห์ วิเคราะห์ และสรุปของ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ในกรณีของ นายเหิน อ่อนสา จากเวลาในภาพถ่ายของพยานทั้งสองคนมีความคลาดเคลื่อนอยู่ราว 1 ชั่วโมง

แต่จากใบมรณบัตรของเขา เวลาเสียชีวิตคือ 01.30 น. ทำให้ระบุชัดเจนไม่ได้มากนักถึงเวลาของการเสียชีวิต

จึงยังทำได้เพียงคาดคะเนเป็นช่วง คือ ระหว่าง 23.00-24.00 น.

ผู้เสียชีวิตอีกรายหนึ่งคือ นายสรไกร ศรีเมืองปุน อายุ 34 ปี เสียชีวิตในวันที่ 14 พฤษภาคม เวลา 22.00 น.

โดยเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี

จากหนังสือรับรองการตายระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตมาจากมีบาดแผลกระสุนปืนความเร็วสูงที่ศีรษะทำให้เนื้อสมองฉีกขาด

ในเบื้องต้นผู้เสียชีวิตรายนี้ยังไม่มีภาพหรือคลิป

แต่มีพยานลำดับที่ 047 สัมภาษณ์โดย “ศปช.” เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2554 ซึ่งเป็นกู้ชีพที่เข้าไปช่วยคนเจ็บบนทางเท้าซอยรางน้ำ เขาได้ช่วยนำร่างออกไป 2 คน คนแรกไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

ส่วนร่างซึ่งเป็นศพที่คาดว่าน่าจะเป็น นายสรไกร ศรีเมืองปุน คือศพที่พยานได้เข้าไปช่วยอีกครั้ง

พยานเล่าเหตุการณ์ว่า

เขาไปถึงซอยรางน้ำราว 3 ทุ่มกว่า เมื่อเข้าไปแล้วก็ไม่สามารถไปต่อได้ จุดที่หยุดรถอยู่ห่างจากปั๊มเอสโซ่ประมาณ 100 เมตร ตรงนั้นมีคนถูกยิงอยู่ก่อนแล้วจึงพยายามหาทางเข้าไปช่วยออกมา

มีการยิงเกิดขึ้น

รู้ได้จากเสียงปืนและแสงเลเซอร์สีเขียวประมาณ 10 เส้นส่ายไปมาจากทางปั๊มเอสโซ่

ในจังหวะนั้นก็มีคนตะโกนว่า “อย่ายิง มีคนอยู่”

แต่ไม่รู้ว่าเป็นการตะโกนบอกใครเนื่องจากมืดมาก และมีคนร้องตะโกนอีกว่า มีคนโดนยิงที่นั่น ที่นี่ แต่ไม่รู้ว่าเสียชีวิตหรือไม่

ช่วงนั้นไม่สามารถเข้าไปช่วยคนเจ็บได้ แต่ชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นยังคงร้องตะโกนบอกว่า “คนเจ็บยังไม่ตาย อย่าเพิ่งกลับ” จึงเริ่มคิดหาทางกันใหม่

ระหว่างที่คุยกันเสียงปืนก็เริ่มเงียบและเลเซอร์หยุดส่ายไปมาแล้ว

แต่ยังมีบ้างนัดหรือ 2 นัด จึงใช้วิธีคลานไปตามทางเท้าช่วยออกมาได้ก่อน 1 คน

ตอนที่ช่วยออกมาได้คนคนนั้นเขายังไม่รู้ว่าตัวเองถูกยิง ยังคุยกันบนรถพยาบาลรู้เรื่อง แต่เมื่อไปถึงโรงพบาบาลพญาไท 2 จึงเสียชีวิต

ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า

ประมาณเกือบ 5 ทุ่มจึงสามารถช่วยออกมาได้ ส่งเสร็จจึงกลับไปช่วยอีกคน ผู้เสียชีวิตอายุประมาณ 40 ปี รูปร่างอ้วน

สวมเสื้อยืดคอโปโล กางเกงยีนส์ขายาว ถูกยิงที่ท้องและหน้าอก

รายที่ 2 (คาดว่าเป็น นายสรไกร ศรีเมืองปุน) อยู่ห่างจากคนแรกประมาณ 10 เมตร อยู่แถวหัวมุมสามแยกที่ตัดกันระหว่างรางน้ำกับราชปรารภ

ในขณะนั้นเงียบมาก

มีแต่เสียงชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นบอกว่า “ให้เข้าไปช่วยหน่อย ยังเห็นดิ้นอยู่”

ลักษณะคือ อายุประมาณ 40 ปีเช่นกัน สวมเสื้อยืดคอกลม กางเกงขาสั้น สูงประมาณ 150 เซนติเมตร

ถูกยิงที่ท้องและขมับแต่จำไม่ได้ว่าซ้ายหรือขวา

ในความเห็นของ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ จากที่พยานเล่าเป็นลำดับมาสอดคล้องกับ บาดแผลของ นายสรไกร ศรีเมืองปุน

อันระบุในหนังสือรับรองการตาย

พลิกไปดูบทสรุปอย่างรวบรัดอันหนังสือ “ความจริงเพื่อความยุติธรรม” ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมกรณีเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553

ขณะที่ นายสรไกร ศรีเมืองปุน อายุ 34 ปี นายเหิน อ่อนสา อายุ 40 ปี

แม้ไม่สามารถบอกได้ว่าทั้งสองมาจากจังหวัดใด แต่ลักษณะร่วมประการหนึ่งก็คือมีอาชีพรับจ้าง

คนหนึ่งถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง คนหนึ่งถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกโดด

คนหนึ่งถูกยิงบริเวณทางเท้าปากซอยรางน้ำฝั่งตรงข้ามปั๊มเอสโซ่ อีกคนถูกยิงที่ปากซอยราชปรารภ 18

แจ่มชัดยิ่งว่าเป็นกระสุนจากไหนและฝ่ายใด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

งานประกาศรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ “สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 34” ประจำปี 2568
Songs in the Key of Life : มีหรือไม่มีเธอ?
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (18)
ดินแดง ราชปรารภ เลือด ประชาชน หลั่งที่ รางน้ำ ราชปรารภ กระสุน ทะลุทะลวง
ทำไมยุงเลือกกัดบางคนมากกว่า
E-DUANG | “ป้อมค่าย” แตกจาก “ภายใน” พิสูจน์ทราบ ในกรณี “โกงส.ว.”
ยุทธการของ BRN ! | สุรชาติ บำรุงสุข
อดีต รมว.คลัง ชี้การยกเลิกธนบัตร 1,000 บาท—ประชาชนเดือดร้อน แต่คนโกงอาจรอด และ รัฐบาลเสียความเชื่อมั่น
นายกสมาคมตำรวจ เยี่ยม “ร.ต.ท.ประสาร”ถูกต่างชาติคัตเตอร์ฟันคอขณะเข้าจับกุม ชื่นชมใจผู้พิทักษ์ฯ ย้ำตำรวจต้องแม่นยุทธวิธี ลดสูญเสี
อำนาจภายใต้ความชอบธรรมที่แตกร้าว
สุนทรียศาสตร์แห่งบาดแผล ในงานของผดุงทรัพย์ ประชานันทร์
ส่องกราดยิงที่โรงเรียนเมืองไทย ในสายตาสื่ออเมริกัน ถึงเวลาออกกฎหมายห้ามเด็กไทยอายุต่ำกว่า 16 ปี เข้าถึงสื่อออนไลน์