บทความพิเศษ | สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ
520 วัน บันทึกของคำจากลา
ในโลกหลังกำแพง (18)
จำแนกเด็ดขาดร้ายแรง (1)
วันที่ 10 เมษายน 2567 คือวันที่ทำให้เราต้องจมดิ่งลงไปในความทุกข์อีกนานนับเดือน มันเป็นช่วงเวลาที่เมฆดําทมิฬปกคลุมทั่วท้องฟ้าตลอดทั้งวัน เราทั้งกังวลต่อผลที่จะได้คำตอบ มันเป็นก้าวสำคัญถ้าได้อยู่กับคดีการเมืองด้วยกันคงจะไม่มีอะไรน่ากลัวแล้ว เราไม่อยากเจอเรื่องท้าทายอะไรอีกแล้ว
“อ้าวๆ ห้องดังต่อไปนี้เตรียมตัวให้เรียบร้อย อบรมก่อนจำแนก” เสียงประกาศตามสายดังขึ้น เราเป็นห้องแรกที่ผู้ช่วยเดินมาเปิดประตูให้ตามด้วยห้องอื่นๆ ทุกคนออกมาตั้งแถวเตรียมพร้อมที่จะลงไปก่อนเผชิญโชคของตนเอง
“ตื่นเต้นๆ” พี่เจี๊ยบพูด
“มันจะไปมีอะไร ก็แค่เปลี่ยนที่นอน” พี่กบโต้ทันทีด้วยสีหน้าที่เบื่อเต็มทน
พวกเราถูกพาลงไปนั่งรวมกันหน้าห้อง 22 เพื่อรอให้ผู้คุมมาสอนการ “ขอรับการจำแนก” และ “ท่าปฏิบัติ” ที่ต้องรู้
“อ้าวๆ ขนุนเป็นไงบ้าง ได้จำแนกไวจัง” น้าโอ๊ทกล่าวทักทายเราทันทีที่เห็นหน้าเรา
“เอ็มยังอยู่หรอ โอริเวอร์เป็นไงบ้างละ” เราถามกลับพร้อมเห็นเอ็มเดินมาหาเรา
“พี่ช่วยผมด้วย” เอ็มขอเรา เราได้แต่บอกว่าอดทนไว้ วันข้างหน้าจะดีขึ้นนะ ขาของเอ็มทั้งสองถูกพันธนาการไปด้วยตรวนขนาดใหญ่ จากความเหลืออดที่ถูกเบิร์ดแกล้ง ตอนนี้เบิร์ดถูกย้ายไปอยู่ห้องข้างบนแล้วถูกตีตรวนเช่นเดียวกัน มันเป็นผลของการใช้ความรุนแรงภายในนี้
“โอริเวอร์เหรอ ตอนนี้ไปโรงพยาบาลแล้ว” พี่เล็กพูดกับเรา ก่อนเสริมว่า
“ขนุนยังไงก็รักษาเนื้อรักษาตัวนะ” ด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง
ไม่ทันได้ล่ำลา ผู้ช่วยเดินมาเปิดประตูห้อง 22 ด้วย
“อ้าวๆ พี่สั่งให้จำแนกห้องนี้ด้วย เดี๋ยวออกมาด้วยเลย รับใหม่มาเยอะห้องไม่พอแล้ว” ผู้ช่วยคนนั้นพูด ก่อนพี่เล็กจะได้มานั่งข้างๆ กับเราแบบงงๆ
“ก็ดีได้ไปพร้อมกัน” พี่เล็กพูด
“พูดเหี้ยไรกันเสียงดัง เงียบ!” ผู้คุมส่วนทัณฑ์ผู้บรรยายวันนี้มาถึง
“พวกมึงหันซ้าย หันขวา กลับหลังหันเป็นใช่มั้ย ไหนลอง ทั้งหมดลุก!” แกสั่งต่อ
“ซ้ายหัน” “ขวาหัน” ทุกคนยังทำถูกอยู่จน… “กึ่งซ้ายหัน” อะไรคือกึ่งซ้ายวะ แกที่เห็นแล้วว่าทำผิดกันเยอะจึงหันมาสอน
“กึ่งคือหันแต่ไม่สุด เอาแค่ 45 องศา อย่างกึ่งซ้าย หันตรงกลางระหว่างที่จะหันไปทางซ้าย ขวาก็แบบเดียวกัน ทราบมั้ย!” ทุกคนตอบ “ทราบ!!!”
“บ่ายนี้พวกมึงรู้นะจะได้รับการจำแนก สิ่งที่พวกมึงต้องจำคือ ‘การขอรับการจำแนก’ ในห้องจะมีป้ายติดที่กำแพง ให้กลับไปจำ แล้วเดี๋ยวจะมีผู้ช่วยไปบอกเลขให้ว่าตัวเองเลขผู้ต้องขังอะไร” ผู้คุมว่าต่อ
“งั้นลองท่องตาม กระผม ข.ช. หรือ น.ช. ตามด้วยชื่อ-สกุล เลขผู้ต้องขัง คดี โทษ ขอรับการจำแนกครับ” ผู้คุมว่า ก่อนให้ทุกคนลองซ้อมพูด
“กระผม ข.ช.สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ หมายเลข 1081/2567 คดีมาตรา 112 โทษ 2 ปี ขอรับการจำแนกครับ!” เราพูด ซ้อมวนไปวนมา
เมื่อการอบรมแล้วเสร็จ ทุกคนก็ถูกพากลับมารอในห้องดังเดิม ทำให้พวกเราได้มีโอกาสวางแผนกันเล็กน้อย ก่อนไปจำแนก
“ฟังนะทุกคน ถ้าไปถึงตรงนั้นแล้ว ให้ยกมือบอกว่า จะไปแดน 8 ขออยู่กับพี่สุชาติ พูดต่อๆ กันเลยนะจะได้ไปพร้อมกัน” พี่หมูเสนอไอเดีย
“แล้วถ้าโดนไปแดนอื่นล่ะพี่” เราถาม
“อันนี้ก็ดวงใครดวงมันแล้วละ” พี่หมูตอบกลับ
ระหว่างนั้นเองผมก็ทวนคิดถึงคำแนะนำของพี่เก็ทที่ให้ยกมือบอกผู้คุมไปเลยวันจำแนกว่า “ขอไปแดน 4 เพื่อปรึกษาคดีกับทนายอานนท์” เราที่ตอนนั้นกล้าๆ กลัวๆ คิดแล้วคิดอีกจะทำดีมั้ย พอฟังพี่หมูพูด “เออว่ะ ที่แกบอกก็เหมือนพี่เก็ทพูดเลย หรือมันขอได้วะ”
คิดไม่ทันจบ เสียงประกาศก็ดังอีกครั้ง
“ผู้ต้องขังห้องที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6 และ 22 เตรียมตัวเข้ารับการจำแนก ห้ามพกสิ่งของใดออกนอกแดน หากพบมีโทษวินัย” ผู้ช่วยพูดประกาศวนซ้ำอีกรอบ ไม่ช้าพี่บัวขาว พี่ล่ำ และผู้ช่วยอีกหลายคน มาช่วยพี่โจเปิดประตูพาผู้ต้องขังลงไปตั้งแถวกลางสนาม
ผู้คนนับร้อยถูกเรียกมาให้ยืนกลางสนามโดยเท้าเปล่า ยังถือว่าโชคดีที่ไม่มีแดดวันนี้ แต่ความท้าทายใหม่นี้ที่โถมทับความรู้สึกอันไม่แน่นอนของเราก็พลางให้คิดเรื่องแย่ๆ ในทันที “จะได้ไปแดนไหนกัน” “ยกมือขอดีมั้ย” “จะโดนลงโทษมั้ยถ้าขอ”
“ประกาศ ก่อนเข้ารับการจำแนกใครที่มีหนวด ให้โกนให้เรียบร้อย หรือหากใครผมยาวให้ตัดด้วย” เสียงประกาศดังขึ้นอีกครั้ง เราที่หนวดเริ่มมี ผมเริ่มยาว ก็อุทานในใจ “อีกแล้วหรอวะ”
คาดไม่ผิด มีผู้ช่วยเดินถือปัตตะเลี่ยนไล่โกนหนวดให้ผู้ต้องขังทีละคน จนถึงตาเรา ใบมีดคมๆ จากเครื่องตัดผ่านหนวดเราทีละส่วน “ปื๊ด ปื๊ด ปื๊ด” หน้าเราก็ใสไร้หนวดในทันใด แต่ตามมาด้วยความเจ็บแสบที่ตามมา
“น้องแว่นมานี่” เราโดนผู้ช่วยอีกคนเรียกให้มานั่ง และใช่เขามองว่าเราผมยาวต้องโดนตัด เราถูกกล้อนผมทันที ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาตัดให้เป็นทรงมั้ย รู้แต่มันไวมาก ไม่ถึงนาที
แล้วเสร็จก็มีผู้ช่วยกลุ่มหนึ่งยืนหน้ากระดานพร้อมกระดาษรายชื่อในมือ
“สิรภพ สิรภพ อยู่ไหน” ชื่อเราถูกขานวนหลายรอบด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะหงุดหงิด
“ผมครับ โดนไปตัดผมมาครับ” เรายกมือตอบทันทีที่ได้ยิน
เราถูกให้ต่อแถวรวมกับห้อง 5 อยู่ดี ไม่ได้เรียงตามตัวอักษรแต่อย่างใด ชวนเรางงว่าแค่บอกเรียงตามห้องเดิมก็พอมั้ย จะตึงใส่ทำไม
“ห้องหนึ่งอยู่ไหน มาตั้งแถวสิวะ สมพงศ์ๆ คนแรก ห้องสองๆ …” ผู้ช่วยตะโกนต้อนเหล่าผู้ต้องขังใหม่ให้ยืนเรียงตามชื่อของแต่ละห้อง จนถึงตาเราที่โชคดีมีพี่หมูอยู่ข้างหน้าและข้างหลังเป็นพี่เจี๊ยบ
“เซ็นชื่อตรงนี้ แล้วรอค้น” ผู้ช่วยพูดพร้อมชี้จุดให้เราเขียนชื่อตัวเอง แล้วเราก็ไปยืนตั้งแถวรอ ตรงหน้ามีผู้ช่วยใส่ถุงมือยางสีขาวยืนตั้งแถวไม่ต่ำกว่า 10 คน
“ผู้ต้องขังห้อง 5 จำนวน …” ผู้ช่วยกล่าวรายงานเสร็จ เราก็ถูกคนสองคนรุมตรวจทั้งตัว ตั้งแต่หัวจรดง้ามนิ้วเท้า แล้วจึงเดินพ้นประตูออกไปทางขวา
ข้างนอกมีผู้ช่วยและผู้คุมจำนวนมากยืนประจำแต่ละจุดของสายกลาง เราต่อแถวเรียงเข้าประตูบานหนึ่งที่มีหลังคาเล็กๆ อยู่ข้างใน
“เข้ามาแล้วถอดเสื้อให้หมด อย่าพูดกัน แล้วจำได้ใช่มั้ย กระผมขออนุญาตรับการจำแนก… ท่องไว้อย่าลืมละ” ผู้ช่วยแดนจำแนกพูดขึ้น
เวลาผ่านไปพักใหญ่ๆ ตรงนั้นมีผู้คุมราวสิบคนนั่งล้อมวง ในมือถือเอกสารเป็นตั้ง คล้ายคณะกรรมการสอบสวนบางอย่าง ทุกคนดูจริงจังดังผู้พิพากษาที่จะกำหนดอนาคตเรา
“ไอ้เชี่ย แม่งเอาแล้ว กูไม่ได้บอกอะไรกับมันเลย แล้วมาอ้างพี่สุชาติอีก แล้วยังเสือกได้ไปแดน 8 อีก” พี่หมูหันมาบ่นกับพี่เจี๊ยบ หลังโย่งทำเสียเรื่อง แกแอบฟังที่พวกเราคุยกันเรื่องแดน 8 แล้วตะโกนบอกตามบทพูดที่พี่หมูบอกหมดเลย แม้พี่หมูจะเคืองแต่ก็เดินต่อไปพูดบทเดียวกัน
“แดน 3” ผู้คุมคนหนึ่งพูดหลังจากพี่หมูกล่าวรายงาน และยกมือขอไม่ทันจะจบ
“คนต่อไป” ผู้คุมพูดเมื่อถึงตาเรา ตอนนั้นสารภาพเลยว่าหูอื้ออึงไม่ได้ยินอะไรเลย จากความกังวลที่ปะทะใส่เราอย่างต่อเนื่อง
“กระผม สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ คดี 112 โทษ 2 ปี ขอไปแดน 4 ได้มั้ยครับ ผมเครียดเรื่องคดี จะได้ปรึกษากับทนายอานนท์” เราพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นกลัวผลที่จะตามมาหลังเราทำอะไรนอกกรอบ
“ไหนยิ้มหน่อย” ผู้คุมคนหนึ่งพูด ดูท่าทางแกจะเป็นคนใหญ่คนโตในโถงนี้
“ครับ?” เราตอบกลับไปด้วยหน้าที่เหยเก
“อ้าว ก็ยิ้มได้นิ ไปแดน 6 นะ” ไม่มีใครทันจะจับเอกสารเราพลิกดูเลย คำสั่งมาจากแกโดยตรง เรางงว่าคือแดนอะไร ก่อนเดินออกมา
“โชคดีนะน้อง ได้แดนนั้นอะ” ผู้ช่วยจำแนกพูดไล่หลังเราระหว่างก้าวเท้าออกมาจากห้องนั้น
เรากลับมายังในแดนตั้งแถวเพื่อขึ้นเรือนนอนในทันที หลังจากเข้าห้องพี่บัวขาวก็เดินมา
“น้องแว่น เอ็งนี่ดวงยังไงกัน ไปได้แดน 6 เอ็งเห็นผิวกูมั้ยทำไมถึงเข้ม โดนแดดคุกเผา แดน 6 มันเป็นแดนวินัยของพวกคดีเด็ดขาด กูยังหนีมาเลย รักษาเนื้อรักษาตัวละ” พี่บัวขาวพูดก่อนถามคนอื่นต่อ
เราเริ่มร้องไห้ทันทีเมื่อแกพูดจบ เรากลัวไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ เรารู้ว่าแต่ละแดนมีความเฉพาะแตกต่างกัน อย่างแดน 1 ของคนแก่ ผู้ป่วย แดน 4, 8 เป็นแดนระหว่าง และแดน 3, 5, 6 เป็นแดนเด็ดขาด ซึ่งลึกลงไป แดน 6 คือที่สุดเพราะเป็นแดนที่รวมคดีอุกฉกรรจ์ มีความโหดและคุณภาพชีวิตแย่ที่สุด ตั้งแต่ฟังทุกคนเล่าๆ มา
“ไม่เป็นไรนะ ขนุน โอ๋ๆ” พี่เจี๊ยบขยับมาปลอบ พร้อมฟาที่เดินเข้ามาล้อมเรา
“ไอ้แม็กก็ไปแดน 6 เดี๋ยวให้มันดูแลให้” พี่กบพูดแล้วเดินไปฝากฝังเราให้พี่แม็กดูแล แต่คนที่ดูกลัวมากกว่าเราอีกคงเป็นพี่แม็ก
“พี่ผมไปตายแน่ ครั้งก่อนผมตีกับบ้านยาน แทงเข้าไว้ แดน 6 บ้านยานใหญ่สุด ผมบ้านคลองเตยไปก็โดนเก็บงานสิ ไม่ไป จะไปบอกพี่ จะไม่ขอเข้าแดน 6” พี่แม็กดูกลัวสุดขีดเสียยิ่งกว่าเราอีก
“สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ ออกพบทนายความผ่านจอ” เสียงประกาศนี้ดังขึ้นพร้อมกับฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าร้อง เสียงน้ำกระทบหลังคา ทุกอย่างเป็นใจให้เรากลัวสุดขีด
“ขนุนเป็นไงบ้าง” เสียงของพี่เมย์ดังขึ้นผ่านหูฟังเกมมิ่งหน้าจอคอมพ์
“พี่เมย์ ผมโดนจำแนกไปแดน 6 ผมกลัว ผมไม่อยากไป ผมพยายามบอกเขาแล้ว…” เราระบายความกลัวทั้งหมดให้พี่เมย์ฟัง ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร แต่ตลอดการคุยเราร้องไห้ตลอดเวลา พี่เมย์ก็พยายามปลอบเรา และบอกว่า แดน 6 ก็มีคดีการเมืองนะ ก่อนเวลาจะหมดพี่เมย์บอกข่าวร้ายกับเรา
“ขนุน ศูนย์ยื่นประกันให้อีกครั้งศาลยังไม่อนุญาตนะ และพี่มาเยี่ยมขนุนครั้งสุดท้ายนะ ครั้งต่อไปจะเป็นพี่อาร์ตมาเยี่ยมนะ” พี่เมย์บอกกับเรา ที่น้ำตากำลังจะหยุดไหล ก็กลับมาไหลต่อที่จะไม่มีพี่เมย์แล้ว
“โอ๋ๆ นะขนุน เข้มแข็งไว้ละ พี่รู้ในนี้มันแย่ ไม่มีใครอยากอยู่หรอก” ก่อนเราจะบ๊ายบายพี่เมย์ แล้วกลับห้องไป
เมื่อกลับเข้าห้อง ทุกคนนั่งคุยเล่นกันโดยไม่ร้อนไม่เย็นกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเลย
“ทำไมทุกคนดูไม่เครียดเลยครับ” เราถาม
“ติดคุกก็แย่พอละ ใช้ชีวิตต่อไปก็พอแล้วกัน ขนุนอะอย่าคิดมากนะ” พี่กบบอกเรา
ก่อนจะมีผู้ช่วยมาไขประตูเปิดห้องเรา “ถึงเวลาแล้ว” พี่บัวขาวพูด แล้วอยู่ๆ มีผู้ช่วยอีกคนไม่คุ้นหน้าเดินมาหาเรา
“น้องขนุนใช่มั้ย พี่เอ็ม สิงห์เงิน พี่ไม่รู้ว่าคือน้อง น้องเป็นนักสู้ เป็นกำลังใจให้นะ” เราเจอศิษย์เก่า มศว แบบงงๆ พร้อมกับได้โออิชิมาขวดหนึ่ง เราตอบขอบคุณ ก่อนแกจะโชว์ลายสักตราสิงห์เงิน มศว ให้เราดูแล้วเดินจากไป
“เก็บของไปได้ละ ลงไปรอข้างล่างนะ” พี่บัวขาวบอก ก่อนเราจะเดินลงไปเผชิญโชคในเส้นทางชีวิตใหม่ต่อไป…
