| สุจิตต์ วงษ์เทศ
ความเป็นไทยมาจากความเป็นสยาม โดยมีเรื่องราวยาวนานการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
(1.) ไทยมาจากสยาม มากกว่า 800 ปีมาแล้ว หรือเรือน พ.ศ. 1700
(2.) สยามประกอบด้วยชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ ที่พูดภาษาสยามเป็นภาษา
กลางทางการค้าดินแดนภายใน เพื่อสื่อสารระหว่างคนหลากหลายที่พูดภาษาต่างกัน
(3.) ภาษาสยามมีอำนาจเป็นภาษาราชการของรัฐบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา จึงมีพลังกระตุ้นสยามกลุ่มหนึ่งเรียกตนเองว่าไทย ซึ่งมีหลักแหล่งปะปนกันกับสยามอีกหลายกลุ่มที่เรียกตนเองตามชาติพันธุ์ของตน ได้แก่ มลายู, มอญ, เขมร, ลาว, จีน ฯลฯ

นครศรีธรรมราช-ชาวสยาม
เมืองนครฯ มีโรคระบาด (“ห่าระบาด” ในตำนาน คือ กาฬโรค) ผู้คนล้มตายและย้ายหนีจนเมืองร้าง หลัง พ.ศ. 1800 หลังจากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงต่อไปนี้
ชาวนครศรีธรรมราชเล่นชาตรี “ปี่-ฆ้อง-กลอง” ประโคมการละเล่นโนราที่ลานวัดพระบรมธาตุ จ. นครศรีธรรมราช สมัย ร.5 (ภาพเก่าจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)
(1.) กษัตริย์อโยธยามอบหมายกษัตริย์เพชรบุรี ซึ่งเป็นสยาม เรียกตนเองว่าไทย ลงไปฟื้นฟูนครศรีธรรมราช หลัง พ.ศ. 1800
(2.) ภาษาไทยแผ่ลงไปนครศรีธรรมราช หลัง พ.ศ. 1800 นับแต่นั้นถูกเรียกสยาม

ชาวนครศรีธรรมราช
(1.) ชาวนครศรีธรรมราชสมัยก่อน “ไม่ไทย” เพราะถูกเรียกเป็น “ชาวนอก” จากคนกรุงเทพฯ สมัย ร.5 หรือก่อนหน้านั้น (2.) เป็นเหตุ ร.5 มีพระราชดำรัสว่าชาวนครศรีธรรมราชเป็น “ชาติไทยแท้” ดังนี้
“แต่เมืองนครศรีธรรมราชซึ่งยังไม่ได้สาบสูญ คงเป็นบ้านเมืองอยู่บัดนี้ แลเป็นชาติไทยแท้ ยังหลงไปว่าเป็นชาวนครชาวนอก นับเข้าใน 12 ภาษาได้”
[พระราชดำรัส ร.5 วันสถาปนา “โบราณคดีสโมสร” ณ พระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ พระราชวังโบราณ อยุธยา เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2450 (119 ปีที่แล้ว)]

เหยียดชาติพันธุ์
ลักษณะเหยียดทางชาติพันธุ์มีนานมากแล้ว นับไม่ได้
ถ้าต้องเดาก็สันนิษฐานว่าเริ่มตั้งแต่มีคำว่าไท หรือไต นับพันๆ ปีมาแล้ว ซึ่งมีเหตุจากคนกลุ่มหนึ่งเหยียดคนอีกกลุ่มหนึ่งว่า “ไม่ใช่คน” แต่เป็นสัตว์หรือผี
คนกลุ่มถูกเหยียดตอบโต้ว่า “กูไท”, “กูไต” หมายถึง “กูเป็นคน-ไม่ใช่ผี”
[คำอธิบายมีมากในหนังสือ ความเป็นมาของคำสยามฯ ของ จิตร ภูมิศักดิ์]
ลักษณะเหยียดทางชาติพันธุ์ตั้งแต่บัดนั้นจนปัจจุบันยังพบทั่วไป
