bg-single

ธงนำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ใน ‘มนุษยภาพ’

26.08.2026

บทความพิเศษ

ธงนำ ความคิด

ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์

ใน ‘มนุษยภาพ’

ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ สำแดงความมั่นใจเป็นอย่างสูงจากที่ได้ศึกษาและวิเคราะห์บทความว่าด้วย” มนุษยภาพ” ว่า

แม้ผู้มีอำนาจอันประกอบขึ้นด้วยชาติตระกูล ด้วยยศศักดิ์ หรือด้วยเงินก็ตาม

จะปั่นให้คนทั้งหลายหลงด้วยวาจาอันไพเราะเพราะพริ้งของเขาได้เพื่อประโยชน์เฉพาะแห่งพวกตน แต่ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ก็วิจารณ์ล่วงหน้าก่อนเลยว่า โลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลง

ผู้มีอำนาจก็จะต้องประสบอุปสรรคในวันข้างหน้าเช่นกัน

นั่นก็เห็นได้จากที่ ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ยกขึ้นมา “อำนาจบันดาลความนิยม นี่เปนความจริงมาแล้วแต่บรรพกาล ยังเปนอยู่ในปัจจุบันสมัย และจะยังเปนต่อไปอีกจนกว่าโลกจะแตก

แต่ท่านผู้อ่านพึงระลึกไว้ว่า สิ่งอันปรุงแต่งอำนาจขึ้นนั้นไม่คงที่ ย่อมหมุนเวียน เปลี่ยนแปลงไปตามกาลสมัย

ในโบราณสมัย อำนาจอยู่กับกษัตริย์หรือนักรบ บางคราวอยู่กับนักพูด บางคราวอยู่กับบุคคลชั้นสูง เปนต้นว่าเจ้านายและอำมาตย์ บางคราวที่โลกย่างเข้าสู่สมรภูมิแห่งเศรษฐสงคราม อำนาจย่อมอยู่กับเงิน

ในประเทศรัสเซีย ณ สมัยปัจจุบัน อำนาจตกอยู่กับคนจน

และในอารยประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปและอเมริกา อำนาจเฉลี่ยตัวของมันอยู่กับบุคคลทั่วไป”

ความคิด มนุษยภาพ

ความคิด คนเท่าเทียม

เช่นนี้จึงนำไปสู่บทขมวดที่ว่า โดยสรุปลักษณะเด่นของความคิดทางการเมืองของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ โดย ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ จึงได้แก่ การสร้างความชอบธรรมทางการเมืองและสังคมบนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ที่เป็นปัจเจกชน

ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้พันธนาการของมนุษย์คนอื่นๆ ตามประเพณีและอำนาจดังแต่ก่อน

นี่เองที่ทำให้มนุษย์เสมอหน้าทัดเทียมกัน

“มนุษย์” ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ จึงเป็นคนที่ต้องการและสู้หน้าความจริงได้ เป็นคนที่ไม่หลงติดยึดในอำนาจและเงิน ไม่เป็นเชลยของกาลเวลา

ตรงกันข้าม “เขา” (และ “เธอ”) จะต้องเป็นนายของปัจจุบันและอนาคต

“มนุษย์” เช่นนี้แหละที่สร้างให้อุดมการณ์และความใฝ่ฝันของสิทธิเสรีภาพและความยุติธรรม ความเสมอภาค อันเป็นสากลเกิดเป็นจริงขึ้นมาได้

การเรียกร้องถึง “มนุษยภาพ” หรือความเป็นคนที่วางอยู่บนความจริง ไม่ใช่บนอำนาจและการหลอกลวงของชนชั้นปกครอง เป็นการปฏิเสธความชอบธรรมตามประเพณีของผู้ปกครองสยามสมัยนั้น

ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ มองว่าเป็นเช่นเดียวกับการที่ผู้นำคณะราษฎรได้จัดตั้งกลุ่มลับดำเนินการเพื่อล้มล้างระบบกษัตริย์แบบเดิมก็เป็นปรากฏการณ์อันเดียวกันว่า บัดนี้คนรุ่นใหม่ได้ข้อสรุปใหม่ของพวกเขาแล้วว่าประชาชนสามารถลุกขึ้นเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและระบอบการปกครองได้เอง

ความเชื่อดังกล่าวไม่ใช่เป็นเพียงความเพ้อฝันหากแต่คนเหล่านั้นเชื่อจริงๆ ว่าการปฏิวัติสังคมอยู่ในมือของราษฎรแล้วและสามารถทำได้ให้บรรลุความสำเร็จ

ไม่ใช่เป็นเพียงคำทำนายดังกาลก่อนด้วย

เศรษฐกิจ วัฒนธรรม

สังคม ประกอบขึ้น

สมควรย้อนกลับไปยังพารากราฟแรกแห่งบทความ “มนุษยภาพ” หรือปรัชญาการเมืองของความเป็นมนุษย์ ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ อัน ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ นำเสนอผ่าน “ศิลปวัฒนธรรม”

นั่นคือ

ก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองปีพุทธศักราช 2475 ปัญญาชนหนุ่มคนหนึ่งในวัยเพียง 26 ปี ได้เขียนบทความชิ้นหนึ่งซึ่งแสดงออกถึงภูมิปัญญาก้าวหน้าที่เติบโตอย่างน่าสนใจในสมัยนั้น

เมื่อนำประโยคข้างต้นมาต่อด้วยบทความในตอนว่าด้วย “มนุษยภาพกับระบบประชาธิปไตยในสังคม” ของ ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ก็จะยิ่งแจ่มกระจ่าง

นั่นคือ

กุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นนักคิดนักเขียนคนแรกๆ ในยุคการเมืองใหม่หรือที่รู้จักกันดีต่อมาในนามของระบบประชาธิปไตยที่ต่อสู้เพื่อให้ได้มาและเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของความเป็นประชาธิปไตยในสังคม

(หมายความรวมหมดทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ที่ประกอบกันเข้าเป็นสังคม)

โดยมีอุดมการณ์ “มนุษยภาพ” เป็นดั่งประภาคาร

กระบวนการ การเรียนรู้

ก้าวไปสู่ สังคม “ใหม่”

หากถามว่าทำไมจึงเห็นเช่นนั้น คำตอบจาก ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ คือ ในข้อนี้ทำให้ความคิดทางการเมือง “ประชาธิปไตย” ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไม่เหมือนกับของสำนักเสรีประชาธิปไตยและประชาธิปไตยกระฎุมพีตะวันตกโดยทั่วไป

ลักษณะที่เป็นตัวของตัวเอง ที่สำคัญ ความคิด “มนุษยภาพ” นี่เองทำให้ กุหลาบ สายประดิษฐ์ เน้นการศึกษาเรียนรู้ของตนเองเป็นเครื่องมือสำคัญ

ที่จะนำเราไปสู่จุดหมายแห่งสังคมใหม่

ในประเด็นหลังนี้ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ก็มีความเชื่อทำนองเดียวกับนักเขียนนักคิดสำคัญๆ ของโลก

เช่น หลู่ซิ่น และในปัจจุบัน (ปี 2548) ก็มี ปราโมทยา อนัน ตาตูร นักเขียนรางวัลแม็กไซไซแห่งอินโดนีเซีย ซึ่งเชื่อและศรัทธาในด้านดีอันมีอยู่ในธรรมชาติมนุษย์และอาจยกระดับพัฒนาให้สูงขึ้นได้

ดังที่ กุหลาบ สายประดิษฐ์ เขียนไว้ในปี 2494 ที่ว่า

“ข้าพเจ้าคิดว่าคนไทยมีธรรมชาติเป็นคนดีมากกว่าเป็นคนร้าย ถ้าเรายังแก้ไขไม่ได้ก็เพราะเราไม่ยอมพบความลำบากที่จะศึกษาหามูลเหตุกันจริงๆ ดังนั้น ก็ไม่มีปัญญาจะเห็นใจใคร

นั่นไม่ใช่ของประหลาด”

แน่นอน กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไม่เชื่อว่าลำพังอำนาจและเงินเท่านั้นที่จะสามารถบันดาลให้คนไทยและสังคมไทยเกิดมี “ปัญญา” ขึ้นมาจนกลายเป็นนักประชาธิปไตย

และสังคมประชาธิปไตยขึ้นมาได้!!

อำนาจและเงินไม่เคยและไม่อาจสร้าง “ความจริง” ขึ้นมาได้ ตรงกันข้าม “ความจริง” ต่างหากที่ตกเป็นผู้บาดเจ็บและอาจถึงพิกลพิการเป็นอันดับแรก

จากการต่อสู้แก่งแย่งของอำนาจและเงิน

ธงนำ ทาง “ความคิด”

ก้าวสู่ “ประชาธิปไตย”

ในความเห็น ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ในชั่วชีวิตภายใต้ระบอบอำนาจนิยมจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ “ประชาธิปไตยภายใต้อำนาจรัฐ” กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไม่เคยย่อท้อในการศึกษาเรียนรู้ตลอดเวลา

และถ่ายทอดความรู้เหล่านั้นไปให้ประชาชนผู้อ่านทั่วไปด้วย

เขาคิดว่าเสรีภาพทางการเมืองก็ดี สิทธิทางการเมืองก็ดี จะมีมากขึ้นถ้าหากพลเมืองของเราได้ศึกษา ติดตาม กิจการเมืองตามควรอยู่ตลอดเวลา

จุดนี้เป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับสังคมประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นเจ้าของอธิปไตย เพราะว่า “ความสนใจของพลเมืองต่อกิจการบ้านเมืองซึ่งแสดงออกมาด้วยภูมิความรู้และวิจารณญาณเท่านั้น

ที่เป็นรากฐานของประชาธิปไตย

และที่เราสามารถเรียกประเทศของเราว่าประเทศประชาธิปไตยได้จริงๆ ในวันข้างหน้า รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งแรกแต่มิใช่สิ่งสุดท้ายที่จะทำให้ประเทศของเราเป็นประชาธิปไตยจริงๆ”

กุหลาบ สายประดิษฐ์ ยังชี้ให้เห็นลึกลงไปถึงปัญหาในการปฏิบัติของระบอบประชาธิปไตย

นั่นคือ “การใช้สิทธิการเมืองของพลเมือง”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ขอเคลียร์อีกสักครั้ง… ผิดแล้ว ผิดอีก และจะผิดต่อไป!
เชลยศึกสงครามลาว (45)
พระสารสาสน์พลขันธ์ : จากอาชญากรสงครามสู่นักเศรษฐศาสตร์ (28)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (190)
ธงนำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ใน ‘มนุษยภาพ’
E-DUANG | เมื่อ”กระแส”เป็น”ขบวนการ” พัฒนาสู่”จุดตัด”ทางการเมือง
งานประกาศรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ “สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 34” ประจำปี 2568
Songs in the Key of Life : มีหรือไม่มีเธอ?
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (18)
ดินแดง ราชปรารภ เลือด ประชาชน หลั่งที่ รางน้ำ ราชปรารภ กระสุน ทะลุทะลวง
ทำไมยุงเลือกกัดบางคนมากกว่า
E-DUANG | “ป้อมค่าย” แตกจาก “ภายใน” พิสูจน์ทราบ ในกรณี “โกงส.ว.”