bg-single

ธงทอง จันทรางศุ | บริหารความเสี่ยง

16.10.2026

คอลัมน์ หลังลับแล มีอรุณรุ่ง

จนถึงเดือนตุลาคมอย่างนี้แล้ว หลายคนก็ยังหวั่นผวาอยู่กับสถานการณ์ดินฟ้าอากาศและโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมที่พักอาศัย

ผมเองเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาก็โดนน้ำท่วมเข้าไปนิดหน่อย เพราะมีน้ำท่วมสูงในซอยที่พักอาศัย แต่ไม่ถึงขนาดรุกรานเข้ามาในตัวบ้าน

แต่ก็ไม่ประมาทและได้ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับน้ำท่วมและผลกระทบอยู่เสมอ

ผลกระทบสำคัญเรื่องหนึ่งคือ เหตุที่เกิดขึ้นกับบริการของบริษัทการบินไทย ที่การบริการมีข้อผิดพลาดทำให้มีกระเป๋าของผู้โดยสารตกค้างอยู่จำนวนถึง 10,000 ใบ และมีผลเชื่อมโยงไปถึงเที่ยวบินทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ต้องงดการเดินทาง เพราะถ้ายังให้บริการเดินทางต่อไป ปัญหาจะยิ่งงอกงามขึ้นเป็นดินพอกหางหมู กระเป๋าใบเก่ายังจัดการไม่สำเร็จเรียบร้อย กระเป๋าใบใหม่จะเพิ่มขึ้นอีก

จากรายงานข่าวตามสื่อมวลชน เรื่องนี้คงต้องสอบสวนทวนความกันอีกมากและป้องกันไม่ให้เรื่องเกิดซ้ำได้อีก

คำวิจารณ์ที่หลายคนยกขึ้นกล่าวเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ได้แก่คำว่า “การบริหารความเสี่ยง” ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ใช้ในการบริหารทั่วไป หรือแม้กระทั่งในชีวิตประจำวันของเราผู้เป็นมนุษย์ธรรมดาสามัญก็ต้องบริหารความเสี่ยงเหมือนกัน

ถึงวันนี้ผมยังคงทำงานแบบไม่เต็มเวลาในฐานะเป็นกรรมการอยู่ทั้งในภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง องค์กรต่างๆ เหล่านั้นจำเป็นต้องมีแผนการบริหารความเสี่ยง และมีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงรับผิดชอบประเด็นนี้ด้วยกันทั้งสิ้น

ผมเชื่อว่าบริษัทการบินไทยคงมีแผนบริหารความเสี่ยงเหมือนกัน แต่ทำไมถึงเกิดเหตุกระเป๋าตกค้าง 10,000 ใบได้ถึงขนาดนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน

หรือนี่จะเป็นความเสี่ยงซ้อนความเสี่ยงกระนั้นหรือ

ตามความเข้าใจของผม เวลาวางแผนบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ต้องมีจินตนาการกว้างไกล

เป็นคนมองโลกในแง่ร้ายเอาไว้ก่อน เรื่องที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องคิดไปให้ถึง เพราะเอาเข้าจริงแล้วโลกสมัยนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

แต่ก่อนเมืองไทยของเราไม่เคยคิดเลยว่าจะมีแผ่นดินไหวจนส่งผลให้ตึกล้มครืนลงมาทั้งหลัง มีสึนามิที่ซัดสาดเข้ามารอบเดียวแล้วมีคนตายหลายพันคน แต่สิ่งเหล่านี้ก็เกิดขึ้นแล้ว

หลังเหตุสึนามิผ่านไปไม่นานก็มีการก่อสร้างหอเตือนภัยตามพื้นที่เสี่ยง มีการติดป้ายบอกทางหลบหนี มีการฝึกซ้อมการเผชิญเหตุสึนามิ ใหม่ๆ ก็เห็นเอาจริงเอาจังกันอยู่ แต่มาถึงวันนี้ไม่รู้ว่ายังเอาจริงกันอยู่หรือไม่ หรือว่าหอเตือนภัยกลายเป็นหอรักหอร้างไปแล้ว ฝากช่วยกันดูหน่อยนะครับ

เรื่องน้ำท่วมบ้านเรือนหรือที่ทำการนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมากในประเทศไทยของเรา ผมตระหนักดีว่าหลายคนและหลายหน่วยงานต่างบริหารความเสี่ยงในเรื่องพอสมควรแล้ว

แต่เรื่องที่เปลี่ยนแปลงไปคือความเสี่ยงของระดับน้ำที่ดูเหมือนจะเพิ่มสูงขึ้นทุกปี

ตัวอย่างเช่น น้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อปีที่แล้ว ใครจะเชื่อว่าระดับน้ำแถวถนนนิพัทธ์อุทิศ 2 จะสูงถึง 4.25 เมตร แปลว่าสูงกว่าสองช่วงตัวคนเลยทีเดียว

นอกจากความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่มาไม้ใหม่อยู่เสมอแล้ว

ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ก็ยังมีอีกมาก คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงหรือตัวเราเองต้องบริหารประเด็นเหล่านั้นให้จงดี

ยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยทั้งหลาย สมัยผมเป็นเด็กเรียนจบชั้นมัธยม มีเด็กเกิดมากเกินจำนวนเก้าอี้ที่นั่งในมหาวิทยาลัย ใครที่อยากเรียนมหาวิทยาลัยจึงต้องสอบแข่งขันกันแทบเป็นแทบตาย

แล้วมาดูสมัยนี้สิ จำนวนเด็กลดน้อยลงจนใจหาย ขณะที่มหาวิทยาลัยทั้งของเอกชนและของรัฐมีเพิ่มมากขึ้นจนน่าใจหายด้วยเหมือนกัน แถมยังมีมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศเข้ามาขอแบ่งหุ้นส่วนด้วย

มหาวิทยาลัยทั้งหลายจึงต้องบริหารความเสี่ยงว่าจะทำอย่างไรดีกับเรื่องอย่างนี้ จะใช้กลยุทธ์ไปหาผู้เรียนมาจากที่ไหนดี จะเพิ่มคุณภาพและแรงจูงใจของการศึกษาในสถาบันของตัวเอง หรือใช้กลเม็ดเด็ดพรายอะไร มีไม้ไหนก็ต้องใช้ให้ครบทุกไม้แล้วละ

จะนั่งใจเย็นแล้วบอกว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม เราก็ทำเหมือนเดิมต่อไปอีกไม่ได้อีกแล้ว

นอกจากความเสี่ยงขององค์กรแล้ว ความเสี่ยงของบุคคลแต่ละคนก็เป็นเรื่องน่าคิด ตัวแปรเรื่องนี้มีมากครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุ สุขภาพ ความจำเป็นทางการเงินของแต่ละคนซึ่งไม่เหมือนกัน เงินออมหรือรายได้ของแต่ละคนก็ต่างกัน หรือแม้กระทั่งประเด็นที่ฝรั่งเรียกว่าไลฟ์สไตล์ เรื่องอย่างนี้ก็ตัวใครตัวมัน ลอกเลียนแบบกันไม่ได้

ตัวอย่างที่อธิบายง่ายที่สุดไม่ใช่เรื่องของใครอื่น เอาตัวผมนี่แหละครับเป็นตุ๊กตามาอธิบาย

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาผมมีเรื่องต้องตัดสินใจว่า จะควักเงินก้อนที่สะสมมายาวนานจำนวนหนึ่งเพื่อซื้อที่ดินจำนวน 100 ตารางวาเศษที่อยู่ติดกันกับบ้านหลังที่ผมพักอาศัยอยู่ในย่านลาดพร้าวเพิ่มเติมขึ้นจากที่ดินแปลงเดิม ที่พ่อแม่เคยซื้อไว้เมื่อหลายสิบปีก่อนหรือไม่

ระหว่างที่คนแก่อย่างผมกำลังลังเลอยู่นั่นเอง หลานของผมได้มาช่วยบริหารความเสี่ยงโดยอธิบายว่า บ้านที่ผมผู้เป็นลุงของเขาพักอาศัยอยู่เวลานี้ก็สุขสบายตามสมควรแล้ว

สิ่งที่ควรบริหารให้มากคือเรื่องสุขภาพอนามัยของตัวเองที่นับวันจะอายุมากขึ้น โรคภัยก็ต้องมาเยี่ยมเยียนเพิ่มขึ้น แถมสมัยนี้การแพทย์เจริญก้าวหน้าทำให้มนุษย์อายุยืนยาวขึ้นกว่าแต่ก่อน ยังไม่รู้เลยว่าผมจะอยู่ไปอีกนานเท่าไร

เงินที่สะสมเอาไว้ควรจะเก็บสำรองไว้สำหรับความเสี่ยงในวันข้างหน้า เผื่อว่าเจ็บป่วยอะไรจะได้ไม่เดือดร้อนเรื่องการรักษาพยาบาล บ้านที่อยู่ทุกวันนี้ก็เหลือแหล่เกินความจำเป็นเสียด้วยซ้ำไป ไม่ได้ขาดแคลนหรืออึดอัดแต่อย่างใด

หลานที่มีอยู่สองคนบอกผมด้วยว่า ไม่จำเป็นต้องห่วงเขาเลย เขามั่นใจว่าเขาจะเอาตัวรอดได้โดยลุงไม่ต้องหนักใจ

เขาไม่ได้พูดอะไรชัดเจนแต่แปลความได้ว่า ขอให้ลุงเอาตัวให้รอดก่อนเถิด ฮา!

เป็นอันว่าผมไม่ต้องซื้อที่ดินแปลงนั้น และเงินออมที่มีอยู่ก็อยู่รอดปลอดภัยเพื่อเก็บเอาไว้ใช้ในสิ่งที่จำเป็นในวันข้างหน้า

การลดน้ำหนักที่ผมพากเพียรทำตามคำสั่งของหมอในช่วงเวลาหกเดือนที่ผ่านมา จนได้ผลดีพอสมควรก็เป็นการบริหารความเสี่ยงเพื่อไม่ให้มีโอกาสเป็นโรคต่างๆ ได้ง่ายนัก

นี่แปลว่าแผนบริหารความเสี่ยงส่วนตัวของผมต้องมีหลายแง่หลายมุม มีทางหนีทีไล่ มีแผนระยะสั้นระยะยาว และข้อสำคัญที่ขีดเส้นใต้อีกห้าเส้นไว้ข้างใต้คือ แผนที่ว่านี้ต้องทบทวนและปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ จะไปยึดมั่นว่ามีแผนบริหารความเสี่ยงไว้หนึ่งแผนแล้ว ทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนนั้นตลอดกาลนานเทอญ ความคิดอย่างนั้นต้องถือว่าเป็นความเสี่ยงขั้นสูงสุดเลยทีเดียว

สำหรับประเทศที่เป็นภาพรวมของเราเหมือนกัน ปัจจัยที่เป็นความเสี่ยงเมื่อ 50 ปีก่อน ปัจจุบันแทบจะไม่เหลือให้เราต้องบริหารอะไรอีกแล้ว

ตรงกันข้าม มีความเสี่ยงใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ผมสังเกตดูจากการติดตามอ่าน LINE ของเพื่อนฝูงรุ่นราวคราวเดียวกัน เปรียบกับการอ่านเฟซบุ๊กของลูกหลานของเพื่อนเหล่านั้น ทั้งๆ ที่ผมแอบเห็นว่าเขาอยู่ในครอบครัวเดียวกัน ผมพบว่าพ่อแม่ก็คิดไปทางหนึ่ง ลูกก็คิดไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ใช่ของแปลกอะไร เพราะต่างวัยย่อมมีโอกาสที่จะคิดต่างกันเป็นธรรมดา

พูดง่ายๆ คือ ความเห็นที่ต่างกันระหว่างคนต่างรุ่นที่มองเมืองไทยในวันนี้และในวันข้างหน้าต่างกัน

มีใครคิดบ้างไหมครับว่า เรื่องอย่างนี้เป็นความเสี่ยงของสังคมไทย และเราจะบริหารจัดการเรื่องนี้กันอย่างไร ทำอย่างไรคนต่างวัยต่างรุ่นจะฟังกันให้มากกว่านี้ หรือว่าเราจะปล่อยไปตามบุญตามกรรมดี

ถ้าเราไม่บริหารอะไรเลย วันหนึ่งเกิดตูมตามขึ้นมา ผมว่าเรื่องจะใหญ่โตกว่าตึกถล่มเพราะแผ่นดินไหวหรือสึนามิเสียด้วยซ้ำไปนะครับ

ใครช่วยบริหารความเสี่ยงเรื่องนี้หน่อยเถิด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เดนตายในผ้าเหลือง | บุกเข้าถ้ำเสือ หลังการนองเลือดที่เยาวราช
รู้จัก อัยการสูงสุด คนใหม่ เคยถูกกล่าวหา “เหลืองตัวพ่อ” พร้อมลุยภารกิจลบคำสบประมาท ‘ยักษ์ไร้เขี้ยว’ ชงโมเดล ‘FBI’ แก้จุดบอด
ย้อนคดีโกงเงินบุญ! ฉาว ‘วัดพระบาทน้ำพุ’ สู่คำตัดสินคุก 742 ปี อดีตเจ้าอาวาส ‘อลงกต’
เหยี่ยวถลาลม | สำราญ นวลมา นอนมาแล้วไปยังไงต่อ
ความรุนแรงจากรัฐไม่เคยหายไป… สังคมไทยไม่ได้ตระหนัก แถมมีวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด ชวนคิดผ่านมุมมองนักวิชาการ ‘สิทธิมนุษยชน’
เส้นทางความรัก ‘กวินท์-ปุ้มปุ้ย’ สู่วันปิดฉากชีวิตคู่! เหลือสถานะพ่อและแม่ ยันจากกันด้วยดีไร้มือที่สาม
ธงทอง จันทรางศุ | บริหารความเสี่ยง
‘เลขา รมว.เกษตรฯ’ ลั่น แทร็คเตอร์ EV คันละ 16 ล้านไม่จริง! เพราะถ้าราคานี้ตัวเองก็รับไม่ได้ ย้ำ การของบฯทุกหน่วยงานมีการตรวจสอบเข้ม ชี้โครงการมีหลายอย่างเกิดจากความตั้งใจดี-ต้องการลดต้นทุนให้ชาวนา
‘อธิบดีกรมข้าว‘ ยัน รถไถคันละ 16 ล้านบาท ไม่จริง น่าจะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
เมียนมาและอาเซียนในสถานการณ์ใหม่
เมื่อไม่มีอะไร ‘ปกติ’ อีกต่อไป!
ถกประชาธิปไตยที่กรุงเอเธนส์