bg-single

ฐากูร บุนปาน : อย่าให้ 6ตุลา 14ตุลา พฤษภา35 พฤษภา53 เป็นเพียงแค่คำกระซิบบอกเล่า

15.10.2018

นิตยสารการเมืองที่วางจำหน่ายระหว่างวันที่ 6 กับ 14 ตุลาคม

ถ้าไม่พูดถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 กับ 14 ตุลาคม 2516

ก็ควรจะต้องกลับบ้านไปหางานอย่างอื่นทำละครับ

เพราะในฐานะจุดเปลี่ยน (และจุดด่าง) ของสังคมไทย

ยังมีข้อมูลข้อเท็จจริงอีกจำนวนมากของสองเหตุการณ์นี้ (และเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองอื่นๆ) ที่ยังไม่ถูกเปิดเผย

หรือยังเป็นเพียง “ประวัติศาสตร์บอกเล่า-ประวัติศาสตร์กระซิบ”

และตราบที่ความจริงของเหตุการณ์เหล่านี้ยังไม่กระจ่าง

ไม่มีการสะสางให้เป็นระบบ ทั้งในแง่ของความจริงและความยุติธรรม

โอกาสที่สังคมไทยจะเดินวนอยู่ในเขาวงกต (แม้แต่ในอนาคต)

ก็ยังมีความเป็นไปได้สูง

ไม่กี่วันก่อน บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ “ข่าวสด” เขาพูดถึงเรื่องนี้เอาไว้

ขออนุญาตนำมาฉายซ้ำอีกครั้งครับ

“6 ตุลาคม 2519 เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในสังคมไทย

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และประชาชนจำนวนหนึ่ง อ้างว่านักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ชุมนุมกันอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ใช่คนไทย และมีการซ่องสุมและสะสมอาวุธ จนนำมาสู่การล้อมปราบ เข่นฆ่า และทรมานอย่างทารุณ

อันมีภาพและบันทึกของผู้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ตกทอดมาสู่สายตาชาวไทยและคนทั้งโลก จนกระทั่งถึงปัจจุบัน

กระนั้น สาเหตุ แรงจูงใจ และตัวบุคคลที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวก็ยังเป็นปริศนาค้างคาใจ

แม้เหตุการณ์จะผ่านมาเป็นเวลานานถึง 42 ปีแล้วก็ตาม”

“เพราะการไม่สรุปบทเรียนด้วยความเป็นจริงและข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้นี่เอง จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองที่ทำให้ชีวิตพี่น้องประชาชนร่วมชาติต้องสูญเสียไปตามมาอีกหลายครั้ง

ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 มาจนกระทั่งถึงการล้อมปราบผู้ชุมนุมทางการเมืองด้วยการใช้อาวุธและกระสุนจริง จนกระทั่งมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ร่วม 100 คนเมื่อปี 2553

หากจะป้องกันหรือหลีกเลี่ยงมิให้เหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้วนกลับมาเกิดขึ้นอีก สังคมไทยจะต้องเรียนรู้และสรุปบทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ด้วยข้อเท็จจริงที่ตรงไปตรงมา และกระบวนการยุติธรรมที่เที่ยงธรรม

ไม่ว่าในสังคมที่มีการปกครองแบบใด โอกาสที่จะเกิดความเห็นต่างด้วยอุดมการณ์ ผลประโยชน์ หรือสาเหตุอื่นๆ นั้นมีความเป็นไปได้อยู่เสมอ

แต่สังคมที่เป็นอารยะคือสังคมที่มีกระบวนการในการจัดการกับปัญหาและความขัดแย้งด้วยวิถีทางสันติ และเรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเองในอดีตอย่างตรงไปตรงมา เคารพในความเป็นจริงและข้อเท็จจริง

ไม่ว่าจะ 14 ตุลาคม 2516 ไม่ว่าจะ 6 ตุลาคม 2519 ไม่ว่าจะพฤษภาคม 2535 ไม่ว่าจะพฤษภาคม 2553

จะต้องได้รับการสะสางให้ข้อเท็จจริงเปิดเผยโปร่งใส และหากจะต้องมีคดีความ

กระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องจะต้องตรงไปตรงมา”

ถึงวันนี้เวลาล่วงเลยจาก 14 ตุลามาแล้ว 45 ปี

เลย 6 ตุลามาแล้ว 42 ปี

เลยพฤษภาทมิฬ 2535 มาแล้ว 26 ปี

และเลยพฤษภา 2553 มาแล้ว 8 ปี

แต่สำหรับคนอีกจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะครอบครัวญาติมิตรของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บพิการจากเหตุการณ์เหล่านี้

เลือดและน้ำตายังไม่แห้งจากใจ

บาดแผลในความรู้สึกก็เหมือนยังสดๆ

เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดไม่เคยถูกบันทึกเอาไว้อย่างครบถ้วน ตรงไปตรงมา

เมื่อข้อเท็จจริงไม่มี ความยุติธรรมก็ไม่เกิด

เมื่อยังหาความยุติธรรมไม่ได้

จะหวังให้จิตใจสงบระงับได้อย่างไร

อยากจะลืม อยากจะก้าวข้ามความรู้สึกเหล่านี้ไปให้ได้

ก็ต้องมีความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริง

ไม่อย่างนั้นเหตุการณ์-ความรู้สึกเช่นนี้ก็จะยังเป็น “ปีศาจ” ที่คอยติดตามหลอกหลอนต่อไปไม่สิ้นสุด

เราอยากอยู่ในสังคมแบบนั้น

อยากจมอยู่ในอารมณ์และความรู้สึกเช่นนี้

จริงๆ หรือ?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ