bg-single

ฐากูร บุนปาน | ถ้ามอง “หนักแผ่นดิน” ในแง่ดี แต่กลับได้ผลตรงกันข้าม!

25.02.2019

องดีมีอยู่

โบราณท่านใช้คำว่า “พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก” กับเวลาที่จะเกิดเรื่องเกิดราวในทางร้าย ทางไม่สบายใจอะไรขึ้นมา

ว่าเคราะห์มักจะไม่ได้มาเดี่ยวๆ

แต่มาเป็นชุด

คล้ายๆ กับกรณีของท่านผู้มีอำนาจทั้งหลายในสังคมไทยช่วงนี้

เรื่องแรก เขียนก่อนที่ท่านจะเอากฎหมายเรื่องข้าวเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ในวาระที่ 2 ในวันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์

เลยไม่รู้ว่าเรื่องจะออกหัวออกก้อยอย่างไร

รู้แน่ๆ แต่ว่า เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องดันไปขุดให้เป็นเรื่องขึ้นมา ในช่วงเวลาที่ไม่ควรเป็นเรื่องที่สุด

ถ้าแม่น้ำ 5 สายเป็นพวกเดียวกันจริง หัวหน้า คสช.ที่ควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วย ไม่เรียกคนที่เป็นต้นตอของเรื่องนี้มาเขกกะโหลกแรงๆ แล้วให้ถอนเรื่องออกไป

ก็แปลว่าเอาเข้าจริงแล้วที่บอกว่ารัฐบาลไม่รู้เรื่อง-ถึงขนาดที่รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ ออกมาคัดค้านกฎหมายฉบับนี้

เป็นแค่การเล่นละครฉากหนึ่ง

ถ้าขนาดชะตากรรมของชาวนาที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ยังเล่นกันเป็นละคร

จะให้เข้าใจเรื่องอื่นอย่างไร

เรื่องต่อมา กรณีเลิกหรือไม่เลิกใช้พาราควอต ซึ่งมีผู้มีส่วนได้เสียจำนวนมาก

ในแง่ของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ยกเลิกพาราควอตภายใน 2 ปีนั้นเป็นเรื่องดีอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่คำถามไม่ใช่อยู่ที่ว่า บริษัทค้าปุ๋ยค้ายาตุนสารเคมีชนิดนี้เอาไว้มากน้อยแค่ไหน

แต่อยู่ที่ ถ้าประกาศยกเลิกแล้ว มีมาตรการจะช่วยเหลือเกษตรกร-ชาวนาในการจัดการกับศัตรูพืช-วัชพืชอย่างไรบ้าง

ให้ลุล่วงไปได้ในเวลา 2 ปี

บริษัทเกษตรหรืออุตสาหกรรมเกษตรขนาดใหญ่ ที่มีเงินทุนเครื่องไม้เครื่องมือนั่นก็แล้วกันไป

แต่เกษตรกรรายเล็กรายน้อยทั้งหลายที่ทุนน้อย เครื่องมือไม่มี

รัฐจะเอื้อมมือเข้าไปช่วยเขาอย่างไร

เพื่อให้เขาไม่ต้องใช้สารเคมี ไม่ต้องเผานาเผาไร่ที่เป็นต้นตอของปัญหาอีกหลายๆ อย่าง

ของแบบนี้พูดเฉยๆ ไม่ได้ ต้องมีมาตรการให้เห็นว่าพร้อมจะลงมือทำด้วย

และถามจริงๆ เถอะ จากทั้งเรื่องกฎหมายข้าวมาจนถึงพาราควอต-ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน

ทำไมต้องรีบร้อนทำกันเหลือเกิน

ไม่คิดจะเหลืออะไรเอาไว้ให้สภาที่มาจากตัวแทนประชาชนได้คิดได้ทำกันบ้างเลยหรือ

ทำไมต้องเร่งทำในช่วงที่การตรวจสอบของสังคมอ่อนแอ

และเรื่องสุดท้ายที่ทำท่าว่าจะอาการหนักที่สุดก็คือ “หนักแผ่นดิน”

จากข้อเสนอของมนุษย์หลุดโลกไม่กี่คน กลายเป็นเรื่องที่ได้รับการสนับสนุนจากคนใหญ่คนโตในรัฐบาล ในราชการในกองทัพ

ท่านๆ เหล่านั้นต้องการอะไร

แน่นอนว่าสำหรับหลายท่าน เพลงเหล่านี้คือ “เพลงปลุกใจ” ทำให้เกิดความฮึกเหิม เกิดความรักชาติ ปลุกให้เลือดสูบฉีดไหลแรง

จนอาจลืมไปว่าเพลงเดียวกันนี้ สำหรับคนจำนวนไม่น้อย คือสัญลักษณ์ของการ “ล้อมฆ่ากลางเมือง” ที่โหดร้ายทารุณที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของเมืองไทย

ที่จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้มีการสะสางความยุติธรรม ความถูกผิดให้ชัดเจนโปร่งใส

และยังเป็นแผลในใจของญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต-ผู้สูญหายที่ไม่ได้รับการเยียวยารักษา

แม้ว่าเวลาจะผ่านไปกว่า 40 ปีแล้ว

การรื้อฟื้นบรรยากาศที่เคยแบ่งแยกสังคมไทยให้แตกออกเป็นสองขั้ว (หรือร้ายกว่านั้นก็คือแตกออกเป็นเสี่ยงๆ) ขึ้นมาอีกหนนั้น

ทำไปด้วยเจตนาอะไร

มองในแง่ดีที่สุดก็คือ ทำไปด้วยเจตนาดี แต่ขาดสำนึกทางประวัติศาสตร์ ขาดความละเอียดอ่อนที่จะคำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่นส่วนอื่นในสังคม

โดยเฉพาะฝ่ายที่เป็นผู้สูญเสีย

มีแต่จะสร้างผลร้ายมากกว่าผลดี

ที่คิดว่าจะทำให้กลับมา “ผนึก” รวมกันได้เป็นปึกแผ่นแน่นหนา

อาจจะได้ผลในทางตรงข้าม

นี่ขนาดยังไม่มองโลกในแง่ร้ายนะว่า ทำลงไปด้วยเจตนาอื่น

ถ้าเป็นอย่างหลัง จะจริงหรือไม่-ไม่รู้

แค่คนส่วนหนึ่งเข้าใจว่าเป็นอย่างนั้น

ก็ยุ่งกว่านี้อีกหลายเท่าแล้ว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ